บทที่ 13 Wrong Place, Wrong Time, Wrong Person: ผิดที่ผิดทางผิดผีผิดคน -4
Wrong Place, Wrong Time, Wrong Person: ผิดที่ผิดทางผิดผีผิดคน -4
“โอ๊ย” เสียงหวานร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดปนจุกไปทั้งตัว เมื่อร่างเล็กโดนทุ่มลงบนเตียงที่เธอเพิ่งลุกขึ้นอย่างไม่เบามือคนทุ่มนัก
และก่อนที่เธอจะได้ส่งเสียงอะไร ร่างใหญ่ไม่ต่างกับยักษ์ของผู้ชายที่หน้าตาน่ากลัว ท่าทางก็น่ากลัวก็โถมกายตามลงมาเพื่อเก็บกักเธอไว้ใต้ร่างเขาทันที
“กรี๊ดด ปล่อยนะไอ้คนชั่ว!”
เมื่อใช้เสียงปกติไม่ได้ผล หญิงสาวจึงแผดเสียงดังไล่เขา มือไม้ทุบตีร่างใหญ่เป็นพัลวัน แต่ดูเหมือนว่าเธอจะเจ็บมือน้อยของเธอเสียเอง ในขณะที่เขาคงรู้สึกไม่ต่างจากโดนมดตัวเล็กๆ กัดเท่านั้น
“มิน่าล่ะ เรื่องมากแบบนี้นี่เอง ถึงต้องวางยาพาตัวมาที่นี่” นาซิมบ่นอย่างไม่จริงจังนัก เขาไม่เคยเจอใครเล่นตัวแบบนี้มาก่อน และมันก็เร้าใจใช่ย่อย ร่างใหญ่ลงน้ำหนักทาบทับร่างเล็กจนแทบจมหายเข้าในฟูก แขนใหญ่ของเขาก็กอดรัดเธอไว้ไม่ต่างกับปลอกเหล็ก
“กรี๊ดด ไอ้คนชั่ว! นี่แกวางยาฉันหรือ” เธอร้องเสียงหลงทั้งโกรธทั้งเกลียดผู้ชายที่ชั่วร้ายถึงขั้นวางยาผู้หญิงเพื่อสนองความต้องการของตัวเอง แล้วเธอก็ได้คำตอบชัดเจนว่าเธอโผล่มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร
“ถ้ารู้ว่าฤทธิ์มากแบบนี้ คงสั่งให้วางยาอย่างอื่นแทนยานอนหลับ”
นาซิมประชดออกมาอย่างไม่ใช่นิสัยตัวเอง ถ้าเป็นเวลาปกติเขาคงจัดการกระชากอาภรณ์ชิ้นน้อยของหญิงสาวทิ้งแบบไม่เหลือชิ้นดีไปนานแล้ว หากแต่นี่เขากลับรู้สึกใจเย็นอย่างเหลือเชื่อ มือหนาของเขาก็ป้วนเปี้ยนไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งของร่างเล็กอย่างยั่วเย้า ก่อนไปหยุดกอบกุมก้อนเนื้องามนุ่มหยุ่นทำเอาร่างเล็กขนลุกซู่ไปทั้งตัว
อนามิกาสูญสิ้นทุกคำพูดความกลัวแล่นปราดเข้ามาเกาะกุมหัวใจแทนอารมณ์โกรธเคืองก่อนหน้าทันที น้ำตาแห่งความตื่นกลัวและเศร้าโศกรื้นขึ้นเต็มหน่วยตากลมโตของเธอ
“อย่าทำอะไรฉันเลยนะ คุณกำลังเข้าใจผิด ฉันไม่ใช่ผู้หญิงอย่างว่านะ”
อนามิกาอ้อนวอนด้วยเสียงหวานเจือสะอื้น น้ำตาไหลเจิ่งนองใบหน้างามแสนตื่นตระหนกของเธอ มือน้อยยังปัดป้องเป็นพัลวัน แต่แรงเพียงน้อยนิดจากสาวร่างเล็กหรือจะสู้แรงอันมหาศาลจากผู้ชายตัวใหญ่ยักษ์คนนี้ได้
“จะใช่หรือไม่ใช่ ฉันก็ไม่สน ในเมื่อฉันพอใจเธอเป็นอย่างมากสาวน้อย”
นาซิมบอกเสียงเรียบ สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวทะเลทรายกราดมองร่างเล็กแสนอวบอิ่มใต้อาณัติอย่างถือสิทธิ์ สิทธิ์ที่เขาซื้อหญิงสาวมาแล้ว และเขาก็จะต้องได้ลิ้มลองสาวสวยต้องตาต้องใจเขาตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เห็นดวงหน้าเล็กๆ แสนสวยงาม นี้
ฝ่ามือใหญ่ร้อนระอุลูบไล้ไปทั่วๆ ร่างเล็กอย่างฮึกเหิมใจ เรียวขางามนวลลออที่โผล่พ้นกางเกงขาสั้นออกมาก็ทำให้เขาอดใจไว้ไม่ไหวต้องเลื่อนมือร้อนต่ำลงไปสัมผัสอย่างหลงใหล ก่อนวกขึ้นมาค่อยๆ บรรจงปลดกระดุมกางเกงออกทีละเม็ดอย่างอ้อยอิ่งซึ่งช่างตรงข้ามกับแรงปรารถนาที่อัดแน่นอยู่ในกายแกร่งของตน
ในขณะที่เจ้าของกางเกงตัวเล็กสะอื้นไห้ด้วยความกลัวที่สุดในชีวิต และพยายามดิ้นแรงขึ้นเพื่อสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมกอดร้อนระอุของเขา หากก็ไม่ต่างจากสลัดคีมเหล็กที่รัดรึงเธอเอาไว้ทั้งตัว
“ฮือๆ อย่าทำอะไรเกดเลยนะ เกดกลัว คุณพ่อช่วยเกดด้วย”
เสียงหวานพร่ำรำพันร้องไห้สะอึกสะอื้นหาบุคคลในดวงใจ หัวอกหัวใจมันร้าวรานราวกับโดนของมีคมทิ่มแทง เมื่อรู้ว่าสิ่งที่ตนหวงแหนไว้กำลังจะถูกทำลายและสูญสลายไปอย่างไม่มีทางได้มันกลับคืนมา…
“ไม่ต้องกลัวสาวน้อย ฉันไม่เคยทำให้ผู้หญิงคนไหนต้องผิดหวัง แล้วถ้าฉันติดใจเธอจะมีกินมีใช้ไปตลอดชีวิต” เสียงทุ้มของเขาแหบพร่า เพราะร่างนิ่มๆ ที่ดิ้นไปดิ้นมามันเสียดสีไปกับร่างใหญ่ของเขาอยู่อย่างเร่าร้อน ทรวงอกอิ่มล้นเสื้อสายเดี่ยวตัวเล็กจิ๋วก็กระเพื่อมขึ้นลงอยู่อย่างเร้าอารมณ์
นาซิมร้อนฉ่าไปตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเขาก็ไม่มีวันปล่อยเหยื่อชิ้นนี้ให้หลุดมือไป…
เพล้ง!! เสียงแก้วน้ำชาที่ภรรยาเพิ่งนำมาให้ตกลงแตกเป็นเสี่ยงๆ แบบหาชิ้นดีไม่ได้จากโต๊ะทำงานของเขา ทำเอาอนาคินชาวาบไปทั้งตัว
“พ่อคะเจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ”
เสียงหวานของลัลล์สลิตาซึ่งนั่งอ่านหนังสือรอสามีอยู่ที่โซฟาตัวใหญ่กลางห้องทำงานถามขึ้น พลางเดินเข้ามาใกล้สามีที่ยังทำหน้าราวกับเห็นผี ขณะจ้องมองซากแก้วน้ำชาบนพื้น
“มะ...ไม่ครับ ตะ...แต่นั่นมันแก้วน้ำชาที่ลูกเกดให้มาน่ะครับ เสียดายจริงๆ” อนาคินเปรยออกมาอย่างไม่สบายอกสบายใจ อาการเป็นห่วงลูกสาวมันร้อนรุ่มอยู่ในอกมาทั้งวัน นี่ยิ่งมีลางซ้ำเติมแบบนี้ยิ่งทำให้อนาคินนั่งไม่ติดที่ แต่ก็ไม่แสดงอาการอะไรออกมาให้ภรรยาต้องกังวลใจ
“เดี๋ยวแกกลับมาคงไปซื้อมาให้พ่ออีกเป็นโหลแน่ๆ ค่ะ” ภรรยาคาดเดาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเพราะรู้จักนิสัยสองพ่อลูกคู่นี้ดี
“คุณไปนอนก่อนก็ได้นะครับ ขอผมเคลียร์งานอีกเดี๋ยวเดียว” อนาคินบอก เขายังต้องเร่งจัดการเอกสารสำคัญบางอย่างไว้ให้เรียบร้อย เพราะพรุ่งนี้พวกเขามีแผนเดินทางไปฮันนีมูนรอบที่หนึ่งร้อยด้วยกันที่ประเทศอังกฤษ
“อย่าขึ้นนอนดึกนะคะ พรุ่งนี้เราต้องออกเดินทางแต่เช้า” ลัลล์สลิตาสั่งความก่อนก้มลงจุมพิตราตรีสวัสดิ์สามีสุดที่รักแล้วเดินออกจากห้องไป
ลับหลังร่างเล็กคุณพ่อที่ยังหัวใจร้อนรุ่มยิ่งกว่ามีกองไฟลุกอยู่ข้างใน หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาลูกน้องทันที
“วิศพรุ่งนี้ตามไปอยู่เป็นเพื่อนลูกเกดที่สมุยด้วยนะ…บินไปเที่ยวเช้าสุดเลย”
อนาคินสั่งความแบบกระชับได้ใจความ ก่อนพิงร่างใหญ่ของตัวเองลงกับพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยอกเหนื่อยใจและอย่างต้องการผ่อนคลายความวิตกกังวลในใจ และได้แต่เฝ้าภาวนาว่าเขาคงแค่คิดมากไปก็แค่นั้น ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับลูกรักของเขาจริงๆ คนเป็นพ่ออย่างเขาคงทนไม่ได้ เพราะมันไม่ต่างอะไรกับการขยี้หัวใจของเขาให้แหลกสลายจนกลายเป็นผุยผงแม้แต่สักนิดเดียว...
