บทที่ 2 Returning for Love: คุณหมอคนใหม่กับลูกสาวเจ้าของโรงพยาบาล - 2
“พี่พลอยไปทำงานแล้วหรือคะ” อนามิกาถาม ขณะนั่งกอดบิดาอยู่อย่างออดอ้อนบนชุดรับแขกตัวใหญ่กลางห้องรับแขก หลังจากแพ็กกระเป๋าเสร็จ เธอก็ลงมาลาบุพการีอันเป็นที่รักทั้งสองเพื่อเตรียมตัวเดินทางไปยังเกาะสมุย
“ไปแล้วครับ เดินบ่นเป็นหมีกินผึ้งไปตลอดทางเลย”
คุณพ่อที่ยังดูหนุ่มแน่นตอบ นึกเห็นใจหลานรัก เขารู้ว่ามันคือการฝืนใจ แต่อนาคินก็อยากฝึกให้หลานสาวเป็นคนมีเหตุผลมากกว่านี้ แล้วอีกอย่างบุคลิกช่างพูดช่างเจรจาอย่างพลอยไพลินต้องทำงานในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ได้ดีไม่ต่างจากที่อรวรรญาเคยทำไว้เป็นแน่ เขาไม่ได้ขอให้หลานรักไปผ่าตัดคนไข้สักหน่อย
ทว่าเหตุผลสำคัญของการบังคับให้หลานสาวคนสวยเข้ารับตำแหน่งที่โรงพยาบาลนั้น ก็เพื่อปิดกั้นโอกาสไม่ให้พลอยไพลินไปยุ่งเกี่ยวกับวงการมายามากเกินไป ถึงจะไม่ได้เป็นดารา แต่นักข่าวสายบันเทิงก็คลุกอยู่วงในจนเขากลัว แล้วมันผิดเสียที่ไหน ใกล้ชิดดาราจนได้แฟนเป็นดารามาอีกต่างหาก นี่ถ้าเขาไม่ได้ส่งกรวิทย์ลูกชายยศพัทธ์ให้ไปคอยตามคอยดูแลอยู่ คุณพ่อสุดหวงอย่างเขาคงสั่งห้ามอาชีพนี้ไปนานแล้ว
“เกดว่า ตอนขากลับอาจจะอารมณ์เสียกว่าตอนขาไปก็ได้นะคะ” คนเป็นน้องคาดการณ์และเมื่อเห็นบุพการีทั้งสองขมวดคิ้วด้วยความสงสัยอนามิกาจึงเฉลยออกมา
“ก็เพราะพี่พลอยต้องไปเจอกับคู่อริอย่างพี่ภัทรไงคะ” ฝ่ายชายน่ะไม่เท่าไหร่ แต่พี่สาวเธอนี่สิ
“แม่ชักจะเป็นห่วงตาภัทรเสียแล้วสิ กลัวโดนฤทธิ์ยายพลอยจนไม่เป็นอันทำงาน”
ลัลล์สลิตานึกถึงบุตรชายแสนขรึม ติดไปทางเชยเฉิ่มของเขมจิราซึ่งเป็นอดีตคนรักของอนาคิน แต่ทุกวันนี้ทั้งสองครอบครัวนั้นสนิทชิดเชื้อและไปมาหาสู่กันเป็นประจำ และหล่อนก็รู้ดีว่าน้องสาวต่างมารดาของตนเคยแผลงฤทธิ์อะไรใส่ณภัทรมาบ้าง ทั้งๆ ที่เคยเป็นเพื่อนเล่นกันดิบดีเมื่อตอนสมัยเด็กๆ แต่มาเมื่อห้าปีให้หลังที่ผ่านมา พลอยไพลินกลับกลายเป็นคนไม่ชอบหน้าณภัทรขึ้นมาอย่างมากมายโดยไม่มีใครทราบสาเหตุ…
“พูดถึงตาภัทรพ่อก็แปลกใจนะ อยู่ๆ ก็ขอมาทำงานที่นี่ ทั้งๆ ที่อยู่ที่อเมริกามาตลอดชีวิต แล้วไหนจะหน้าที่การงานที่กำลังไปได้สวยที่โน่นอีก”
เจ้าของโรงพยาบาลครุ่นคิดอย่างงงงวย ตั้งแต่ได้รับโทรศัพท์จากนพดลซึ่งเป็นบิดาของณภัทร ว่าอยากจะฝากลูกชายมาทำงานที่โรงพยาบาลด้วย อนาคินตอบตกลงด้วยความเต็มใจทันที มีหมอเก่งๆ มาเสริมทีมที่โรงพยาบาลใครจะไม่ชอบแต่ก็อดสงสัยไม่ได้…
“ไม่เห็นน่าแปลกใจตรงไหนเลยค่ะ ก็พี่ภัทรเขาระ...เอ้อ...เขารักอาชีพหมอมากๆ เลยอยากมาลองทำตามอุดมการณ์ของตัวเองที่เมืองไทยมั้งคะ…”
อนามิกาหยุดคำพูดตัวเองไว้ได้ทัน เธอทราบมาจากณพิชญ์ซึ่งเป็นน้องชายของณภัทร ว่านายแพทย์หนุ่มนั้นแอบมีใจให้พลอยไพลินมานานแล้ว แต่สำหรับเรื่องความรักนั้น ไม่สมควรให้รู้ถึงหูอนาคินเป็นดีที่สุด จึงเปลี่ยนเรื่องคุยไม่ให้ผู้เป็นพ่อจับพิรุธได้
“เกดต้องคิดถึงคุณพ่อคุณแม่มากๆ แน่เลยค่ะ” ลูกสาวที่ไม่เคยห่างไกลผู้ให้กำเนิดหน้าสลดเล็กน้อย กับทริปฉายเดี่ยวครานี้
“คิดถึงก็ไม่ต้องไปสิครับ ก็พักผ่อนอยู่ที่นี่ก็ได้ ห้างในกรุงเทพมีตั้งเยอะแยะ”
บิดาซึ่งออกอาการหวงลูกสาวมาตั้งแต่เล็กเกลี้ยกล่อมให้อีกฝ่ายเปลี่ยนใจ จนภรรยาที่ยังสวยไม่สร่างต้องกระแอมเบาๆ ในเชิงห้ามปราม
พ่อลูกคู่นี้ตัวติดกันเป็นตังเมมาตั้งแต่อนามิกายังเล็กๆ และเพราะคุณพ่อติดลูกหรือเพราะคุณลูกติดพ่อก็ไม่มีใครทราบได้ ทำให้อนามิกาไม่ยอมไปเรียนต่อต่างประเทศเหมือนกับน้องสาวอนาวิลา หรือลูกหยี และน้องชายอนาวรรธน์ หรือลูกไม้ และที่สำคัญคุณพ่อคนเก่งก็เห็นดีด้วยอีกต่างหาก
“แหม เกดไม่อยากเดินห้างหรอกค่ะ เดินกับพี่พลอยจนห้างสึกมาหลายห้างแล้วนะคะ”
สองศรีพี่น้องขาช็อป ร่ำเรียนวิทยายุทธการช็อปมาจากคุณอาอรวรรญาไม่ใช่น้อยๆ โดยเฉพาะพลอยไพลินนั้นแทบจะกลายเป็นแบรนด์เนมเดินได้ ไม่ต่างกับอดีตคุณครูสาวสุดเปรี้ยวเลยสักนิด
“เกดแค่อยากไปสูดอากาศบริสุทธิ์นอกเมืองกรุงสักพักน่ะค่ะ”
บุตรสาวให้เหตุผลพยายามทำสีหน้าให้ปกติ ไม่ให้บิดาจับสังเกตได้ว่าเธอมีอะไรปิดบังอยู่ เพราะโดยปกติแล้วเธอคุยกับอนาคินได้ในทุกๆ เรื่อง และดูเหมือนตัวบิดาเองก็จะรู้ใจเธอไปเสียทุกอย่าง
“เอาอย่างนั้นก็ได้ แต่อย่าไปนานนะลูก พ่อคิดถึง” อนาคินยอมแต่ยังมีข้อต่อรองและนั่นก็ทำให้ลัลล์สลิตาต้องกระแอมในลำคออีกครั้ง
“ไปพักผ่อนให้สบายใจเถอะจ้ะ เรียนหนังสือมาเหนื่อยๆ” เสียงที่ยังหวานใสของลัลล์สลิตาเอ่ยออกมาบ้าง ดวงตาที่ยังกลมโตมองบุตรสาวคนโตซึ่งนับวันก็ยิ่งสวยวันสวยคืน จนหล่อนเองก็กังวลใจ แต่การไม่ให้ลูกออกไปเจอสังคมอื่นๆ ด้วยตัวเองเลยคงจะไม่ใช่วิธีเลี้ยงลูกที่ถูกนัก อีกอย่างการไปสมุยก็จะมีบิดาของหล่อนคอยดูแลอยู่ หล่อนจึงไม่ออกอาการหวั่นใจเท่าใดนัก
“ขอบคุณค่ะคุณแม่ เกดว่าจะอยู่ดูงานกับคุณตาสักระยะด้วยน่ะค่ะ”
“ไม่ต้องรีบทำงงทำงานหรอก เที่ยวให้สนุกก่อนแล้วค่อยเริ่มทำงานก็ได้” อนาคินในวัยห้าสิบต้นๆ และยังคงเค้าความหล่อเหลาไม่เปลี่ยนให้ท้ายลูกสาวของตัวเอง มือหนาลูบศีรษะทุยของลูกรักอย่างเอ็นดู เวลาช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน เขารู้สึกราวกับว่าลูกน้อยเพิ่งลืมตาดูโลกเมื่อไม่กี่วันก่อนนี่เอง แล้วดูตอนนี้สิลูกสาวของเขาโตเป็นสาวสะพรั่งและสวยไม่ต่างกับมารดาเลยสักนิด แล้วจะไม่ให้เขานึกเป็นห่วงได้อย่างไร
“พ่อให้วิศตามไปดูแลเกดด้วยดีมั้ยลูก”
อนาคินหมายถึงสรวิศ ลูกชายผู้ช่วยอย่างสมพลที่แต่งงานแต่งการไปกับพนักงานหญิงในบริษัท หากทุกวันนี้ก็ยังทำงานเป็นผู้ช่วยคอยดูแลกิจการให้เขาได้อย่างแข็งขัน ทั้งยังมีทายาทมาช่วยทำงานให้กับอัครศกุลไพศาลด้วย
“ไม่ต้องหรอกค่ะ เกดไปแค่สมุยเองนะคะ มีคุณตาอยู่ที่นั่นทั้งคน อีกอย่างคนเขารู้กันทั้งเกาะมั้งคะว่าเกดเป็นลูกสาวเจ้าของรีสอร์ตที่หรูที่สุดในสมุยถึงสี่แห่งด้วยกันน่ะค่ะ” เธอปฏิเสธตามด้วยเหตุผลง่ายๆ และฟังขึ้น
นับวันกิจการของอัครศกุลไพศาลนั้นจะขยายไปกว้างไกลและทรงอิทธิพลมากขึ้นทุกวัน อีกทั้งเป็นที่รู้จักไปทั่วทุกวงการ เพราะฉะนั้นเธอและพี่สาวอย่างพลอยไพลินก็ไม่ต่างจากเซเลบประจำวงการไฮโซเลยสักนิด…
อนามิกายกนาฬิกาข้อมือเรือนหรูขึ้นมาดูเวลาก็พบว่าได้เวลาที่เธอต้องไปสนามบินแล้ว
“ได้เวลาไปสนามบินแล้ว งั้นเกดไปก่อนนะคะ รักคุณพ่อคุณแม่ที่สุดค่ะ”
บุตรสาวกล่าวเสียงใสจุ๊บแก้มกอดลาบุพการีทั้งสองราวกับว่าตนเองนั้นยังเป็นเด็กหญิงตัวเล็กๆ ก่อนไปขึ้นรถที่คนขับรถนำมารออยู่แล้วเพื่อตรงไปสนามบินทันที
อนาคินมองภาพลูกสาวที่หันหลังมาโบกมือลาด้วยท่าทีร่าเริงด้วยความรู้สึกแปลกๆ ในหัวใจคนเป็นพ่อรู้สึกราวกับว่าลูกสาวตัวน้อยของเขากำลังออกห่างจากเขาไปทุกที หัวใจของเขาเต้นเร็วแรงอย่างไม่ทราบสาเหตุ เป็นห่วงบุตรสาวมากมายจนบอกไม่ถูก จนภรรยาคู่ใจสังเกตอาการนั้นได้
“ไม่ต้องห่วงยายลูกเกดหรอกจ้ะพ่อ แกดูแลตัวเองได้ อีกอย่างไปแค่สมุยเอง บินไม่ถึงชั่วโมง ถ้าคิดถึงเราค่อยบินไปหาแกกันก็ได้ค่ะ” ลัลล์สลิตาปลอบใจสามี
“ผมแค่รู้สึกว่าลูกของเราช่างโตไวจริงๆ …” อนาคินไม่กล้าเผยความกังวลใจให้ภรรยาฟัง เขาคงคิดมากไปจริงๆ นั่นแหละ
