บทที่ 5 On Duty: ภารกิจของพี่ หน้าที่ของน้อง - 1
“เป็นไงกร พี่ยังไม่สายใช่เปล่า ยายจิ้งจกยังไม่มาใช่ไหม เนี่ยเหยียบมาสุดๆ แล้วนะ”
เหยี่ยวข่าวสาวร้องถามมาแต่ไกล พลางวิ่งหน้าตาตื่นตรงไปหาตากล้องคู่ใจที่ยืนรออยู่แล้วบริเวณด้านหน้างานแฟชั่นโชว์การกุศลซึ่งจะมีบุคคลทั้งในและนอกวงการมาเดินแบบและมาร่วมงานครั้งนี้กันอย่างคับคั่ง เห็นได้จากจำนวนผู้มาร่วมงานที่หลั่งไหลเดินเข้างานกันไปราวกับขบวนมดเดิน
หน้าที่หลักของนักข่าวสาววันนี้คือการมาสัมภาษณ์ไฮโซสาวนราวดี หรือนกยูง ที่เพิ่งประกาศสละโสดแบบสายฟ้าแลบกับร็อคเกอร์หนุ่มชื่อดังของเมืองไทย ปรินทร หรือปรินซ์ โดยที่งานแต่งงานของทั้งคู่ถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีแต่ญาติผู้ใหญ่ในครอบครัวไปร่วมงานกันเท่านั้นไร้เงาของนักข่าวจากช่องใดๆ
เรื่องที่เกิดขึ้นจึงเป็นที่โจษจันกันอย่างหนาหูว่าฝ่ายสาวนั้นเกิดอาการเบนโล หรือท้องก่อนแต่ง ไม่พอยังทำให้ไฮโซสาวได้ชื่อว่าเป็นมือที่สามระหว่างนักร้องสาววัยรุ่นจากค่ายเดียวกันกับปรินทร ซึ่งทั้งคู่ได้เคยคบหาดูใจกันมาก่อนหน้า และงานนี้ไฮโซสาวก็ออกงานเป็นครั้งแรกหลังจากสละโสด นักข่าวจึงมารอทำข่าวกันราวกับฝูงผึ้ง
ดวงหน้าหวานแดงก่ำจากอากาศที่ร้อน และจากอาการเหนื่อยหอบ และเพื่อความคล่องตัวร่างเล็กจึงเปลี่ยนไปอยู่ในชุดกางเกงขาสั้นดีไซน์ทันสมัย คู่กับรองเท้าผ้าใบที่เธอเปลี่ยนมาจากในรถขณะรถติดอยู่บนถนน
“มาแล้วครับลูกพี่ อยู่โน่นไงครับ” กรวิทย์รายงาน พลางชี้ไปทางคู่แข่งสาวแตกที่ยืนเขม้นมองกลับมาด้วยเช่นกัน ก่อนที่จะเยื้องกรายร่างผอมบาง หากหน้าอกหน้าใจล้นตัวมายืนตรงหน้าพลอยไพลิน
“แหม นึกว่ายายกรวดจากช่องแปดจะมาไม่ทันเสียแล้ว” เจสสิก้าเปิดฉาก
“ไอ้กร เคยได้ยินที่ผู้ใหญ่เขาว่าไว้มั้ยว่า ถ้าจิ้งจกทักมันมันหมายความว่าไง” พลอยไพลินถามลูกน้องคู่บุญ แต่ดวงตากลมโตกลับจ้องเขม็งไปยังเหยี่ยวสาวช่องตรงข้าม ซึ่งก็ยืนโกรธกระทืบเท้าเร่าๆ จากคำเรียกชื่อของตนนั่น
“เขาว่ามันเป็นลางไม่ดี ไม่ให้ออกจากบ้าน อาจเกิดอุบัติเหตุได้ครับลูกพี่” ลูกน้องแสนซื่อตอบฉะฉาน
“เฮ้อ สงสัยวันนี้ฤกษ์ไม่ดีแล้วล่ะสิ โดนจิ้งจกทักตั้งแต่ยังไม่เข้าไปในงานเลย” พลอยไพลินแกล้งถอนหายใจเสียงดัง และนี่ไม่ใช่เรื่องแปลกกับการปะทะคารมกันอย่างดุเด็ดเผ็ดมันส์ระหว่างทั้งคู่
“กรี๊ด นังกรวดมาว่าฉันเป็นจิ้งจกหรือยะ”
“ไม่ใช่แค่จิ้งจกนะ ยังมีอีกหลายจิ้งเลย ทั้งจิ้งเหลน จิ้งหรีดด้วยอีกต่างหาก” ดวงหน้าหวานเชิดอย่างท้าทาย
“กรี๊ด ขอแม่ตบยายกรวดไฮโซล้างน้ำหน่อยสิ” เจสสิก้าหวีดร้องลั่นเตรียมพุ่งร่างเข้าหาร่างเล็กที่ยืนกำหมัดตั้งท่ารออย่างไม่มีเกรงกลัว โดยมีทีมงานตากล้องของแต่ละฝ่ายเตรียมพร้อมเป็นกำลังเสริม
“มาสิวันนี้จะเหยียบจิ้งจกให้แบนแต๊ดแต๋เลย” อีกฝ่ายท้ากลับ
หากก่อนสองสาวจะเกิดการปะทะคารมกันไปมากกว่านี้ และอาจจะเลยเถิดไปถึงขั้นลงไม้ลงมือกันจริงๆ ดาราส้มโอที่พวกเขามาดักรออยู่ก็ปรากฏตัวขึ้นมา วิญญาณนักข่าวก็เข้าสิงทั้งคู่ทันที สองเหยี่ยวสาวจึงต้องพุ่งตัวไปยังดาราเป้าหมายแทน และในขณะเดียวกันก็ทำการกระแทกคู่แข่งให้พ้นทางตัวเองไปด้วยอย่างที่ทำๆ กันจนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว
แล้วเสียงสัมภาษณ์ของเหล่านักข่าวที่กรูกันไปห้อมล้อมร่างเล็กของดาราสาวก็ดังออกมาไม่ขาดสาย…
“ไม่ทราบว่าส้มโอได้ดูคลิปฉาวหรือยังครับ”
“แล้วใช่ส้มโอหรือเปล่าฮ้า”
“เรื่องคลิปหน้าเหมือนน่ะค่ะ ตกลงว่าเป็นแค่คนที่หน้าเหมือนส้มโอจริงๆ ใช่มั้ยคะ”
“แค่หน้าเหมือน หรือว่าเป็นส้มโอเองฮ้า ที่ถ่ายคลิปวาบหวิวสยิวกิ้วนั่นน่ะฮ้า”
ณภัทรก้าวด้วยความเร่งรีบลงจากรถยนต์ญี่ปุ่น ซึ่งเขาไปหาซื้อจากเต็นท์ขายรถมือสองตั้งแต่มาถึงไทยใหม่ๆ ฐานะอย่างเขาจะซื้อรถยนต์ยุโรปป้ายแดงด้วยเงินสดมาขับพร้อมกันทีเดียวสักสิบคันก็ยังได้ แต่เพราะเขาไม่ใช่พวกวัตถุนิยม ประกอบกับไม่อยากจะเผยตนเองให้ใครๆ รู้ว่า เขาก็มีเงินมีทองมากมายจนอาจได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในมหาเศรษฐีของเมืองไทยเลยก็ได้
ที่สำคัญ น้อยคนจะรู้ว่า เขาคือหลานชายคนโตของ ‘หม่อมราชวงศ์ ปกเกศ พิทักษ์มนตรี’ ซึ่งเป็นคุณตาผู้มั่งคั่งร่ำรวยและได้ชื่อว่าเป็นเศรษฐีที่ดินอันดับต้นๆ ของเมืองไทย เนื่องจากท่านเป็นเจ้าของที่ดินใจกลางกรุงเทพหลายผืน และเปิดให้ผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆ เช่า แค่นี้ก็นับเงินรายได้กันไม่หวาดไม่ไหว
สองขายาวเดินผ่านลานจอดรถในห้างดังเพื่อตรงไปยังงานแฟชั่นโชว์ ซึ่งกำลังจะถูกจัดขึ้นในอีกครึ่งชั่วโมงข้างหน้า เขาทราบข้อมูลทั้งหมดมาจากกรวิทย์ ซึ่งเขาคอยโทรติดต่อถามข่าวคราวของพลอยไพลินจากตากล้องหนุ่มคนนี้มาตลอดตั้งแต่ยังอยู่ที่เมืองนอก เพราะฉะนั้นเขารู้เรื่องราวเกี่ยวกับน้องน้อยของเขาดีไม่ว่าเรื่องใดๆ
หากณภัทรต้องหยุดเดินลงทันที เมื่อสายตาคมของเขาหันไปเห็นสองหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่กำลังกอดจูบกันอย่างถึงพริกถึงขิงอยู่ข้างๆ รถยนต์ BMW สีดำ เขาไม่ใช่พวกสนใจเรื่องชาวบ้าน ชายหญิงจูบกันนั้นเป็นเรื่องปกติสำหรับคนเติบโตมาจากเมืองนอกเมืองนาอย่างเขา เขาไม่จำเป็นต้องหยุดเท้าของตัวเองลง ถ้าผู้ชายที่จูบกับสาวสวยแสนเซ็กซี่อยู่ในขณะนี้ไม่ใช่ศัตรูหัวใจของเขาเอง
และดูเหมือนดาราหนุ่มก็รู้ตัวว่ามีคนจ้องมองการกระทำอันประเจิดประเจ้อของเขาอยู่ ชัชพงศ์จึงเงยหน้าขึ้นมาจ้องณภัทรอย่างเอาเรื่องในขณะที่อีกฝ่ายมองกลับอย่างไร้ความรู้สึกใดๆ ต่างกับหัวใจที่มันเต้นกระหน่ำด้วยความโกรธเคือง และเกลียดชังกับการกระทำของคนตรงหน้าอย่างที่สุด
“ไม่เคยเห็นคนจูบกันหรือไง ไปให้พ้นๆ หน้าไป๊” ชัชพงศ์ตะคอกถามอย่างเสียอารมณ์ ก่อนไล่ตามสไตล์ดาราหนุ่มแสนเอาแต่ใจ ณภัทรขบกรามเข้าหากันแน่น ก่อนหันหลังเดินจากไปแต่โดยดี
“พีทไปว่าเขาอย่างนั้น ถ้าเขาเอาไปเล่าให้นักข่าวฟังล่ะคะ”
ดาราสาวเจ้าน้ำตานามว่าเอ็มม่าซึ่งเป็นหนึ่งในคู่ควงถามอย่างเป็นห่วงชัชพงศ์ และเอ็มม่ากำลังมีผลงานละครหลังข่าวร่วมกันเป็นที่โด่งดังไปทั่ว จึงมีข่าวจับคู่เพื่อโปรโมตละครของทั้งคู่ออกมา ทั้งที่จริงทั้งสองควงกันจริงจังมาตั้งแต่ก่อนเริ่มถ่ายละครด้วยกันแล้ว…
“หน้าจืดๆ โก๊ะกังอย่างนั้น คงไม่รู้จักเราสองคนหรอก” คนที่คิดว่าตัวเองดีเด่นเหนือกว่าชาวบ้านคาดเดา ก่อนหันไปสนใจเรื่องของตัวเองต่อ เพราะตอนนี้ก็ถือว่าทั้งคู่มาสายไปเกือบชั่วโมงหนึ่งแล้ว
“ไปข้างในกันเถอะ แต่เราสองคนต้องแยกกันเข้างานนะ แล้วตอนขากลับ ผมค่อยขับรถไปรับคุณที่ฝั่งโรงแรม” ดาราหนุ่มวางแผนหลีกเลี่ยงการถูกจับตามองจากนักข่าว โดยเฉพาะนักข่าวที่ชื่อพลอยไพลิน
ใจจริงเขาอยากไปเที่ยวไหนต่อไหนต่อกับสาวเจ้าสองต่อสองจนแทบคลั่ง แต่ไม่ว่าจะพยายามอย่างไร เขาก็ไม่เคยสลัดตากล้องสายพันธุ์ปลิงนั้นหลุดเลยสักครั้ง ไม่รู้จะตามอะไรกันหนักหนา…
“เอ็มม่าเบื่อที่จะต้องทำอะไรหลบๆ ซ่อนๆ เต็มทนแล้วนะคะพีท” ดาราสาวที่เจ้าน้ำตาเฉพาะในทีวีครางอย่างไม่ได้ดั่งใจ
“คุณก็รู้ว่าผมกำลังดัง ขืนผมประกาศตัวว่ามีแฟนเป็นตัวเป็นตน เรตติ้งผมก็ตกแย่สิครับ” ชัชพงศ์มีข้ออ้างแสนเจ้าเล่ห์
“อ๋อ แต่กับแม่นักข่าวไฮโซนั่น คุณเปิดตัวว่าคบกับมันได้ใช่มั้ย”
เอ็มม่าอารมณ์เสีย ทีกับยายนักข่าวนั่นยอมรับหน้าชื่นตาบาน ว่าลองคบๆ ดูๆ กันอยู่แบบพี่แบบน้องตามลักษณะดาราให้สัมภาษณ์แบบไม่เปิดเผยความจริงมากนัก
“โธ่เอ็มม่าครับ กับยายไฮโซนั่น ผมก็คบเอาไว้ประดับบารมีเท่านั้นล่ะครับ คุณก็รู้ว่าตระกูลเขาดัง คบกับพลอยก็คอยส่งเสริมให้หน้าที่การงานผมเด่นดังยิ่งขึ้นไปอีก” ชัชพงศ์กล่อมแฟนสาวที่เขายังไม่รู้สึกเบื่อ จึงยังไม่คิดจะพูดอะไรให้ทำร้ายน้ำใจกัน ปกติเขาคบใครเป็นคู่ควงไม่ได้นานเกินสามเดือน
เขาไม่เคยรักใครจริง สิ่งที่เขารักคือชื่อเสียงและเงินทอง และพลอยไพลินดูเหมือนจะตรงตามสเปกที่เขาตั้งไว้ทุกอย่าง ส่วนสาวๆ คนอื่นๆ มันก็แค่ทางผ่านตามประสาผู้ชายเจ้าชู้อย่างเขา…ก็เท่านั้น
หลังจากจูบปากลากันอีกครั้ง คนของประชาชนทั้งคู่ก็แยกย้ายกันเข้างานตามที่วางแผนกันมา…
