บทที่ 6 On Duty: ภารกิจของพี่ หน้าที่ของน้อง – 2

เป็นอีกครั้งที่ณภัทรเดินออกมาจากหลังเสาใกล้ๆ กัน สายตาเป็นประกายไฟจ้องตามหลังดาราหนุ่มมากรักอย่างแค้นเคือง คนนิสัยไม่ดีอย่างนี้ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะได้รักจากน้องน้อยของเขา และก่อนที่พลอยไพลินจะต้องชอกช้ำใจกับแฟนหนุ่มมากรักไปมากกว่านี้ เขาต้องเข้าไปนั่งอยู่กลางใจหญิงสาวให้ได้ก่อนจงได้ และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเขาต้องปกป้องภัยอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับสาวคนรักของเขาให้ถึงที่สุด…

ณภัทรเดินตัวสั่นกำหมัดแน่นเข้ามาในงานซึ่งเขาได้บัตรเข้างานมาจากกรวิทย์อีกเช่นกัน เมื่อมาถึงสายตาคมที่ยังดุดันจากเหตุการณ์ก่อนหน้าไม่หาย ก็สอดส่ายหาบุคคลเป้าหมายทันที และเมื่อพบตำแหน่งของสาวเจ้า เขาก็เลือกเข้าไปนั่งฝั่งตรงข้ามและเยื้องๆ กับเธอเพื่อไม่ให้เธอเห็นเขาเร็วเกินไปก็เท่านั้น

งานแฟชั่นโชว์เริ่มขึ้น เหล่าดารานางแบบคนแล้วคนเล่าเดินวนเวียนกันออกมายังแคตวอล์ก แสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปแลบแวบวับไม่ขาดจังหวะ หากสายตาของณภัทรกลับจับจ้องอยู่ที่ร่างงามซึ่งนั่งกรี๊ดกร๊าดอยู่กับเพื่อนนักข่าวด้วยกัน โดยเฉพาะเมื่อคิวชัชพงศ์เดินออกมา เขาเห็นหญิงสาวยิ้มหวานอย่างเอียงอายด้วยท่าทีแสนรักใคร่ ที่มีให้หนุ่มเจ้าชู้นั่น

ณภัทรตัวชาวาบปวดใจแปลบ เพราะเขาเองไม่เคยได้รับความรักเช่นนั้นจากเธอ… แม้เพียงแต่น้อยนิด และเจ็บใจจี๊ดที่จะต้องมารับรู้ว่าในที่สุดแล้วหญิงสาวเองก็จะต้องเจ็บช้ำน้ำใจจากดารามากรักคนนี้ และแน่นอนว่าเขาจะไม่มีทางให้มันเกิดขึ้นเป็นแน่…

งานดำเนินมาจนถึงตอนท้ายซึ่งเป็นการเดินชุดฟินาเล่ของไฮโซสาวที่เป็นข่าวดังอยู่ในขณะนี้ แล้วร่างงามระหงของนราวดีที่เดินออกมาเฉิดฉายในชุดราตรียาวสีขาวตรึงให้ทุกสายตาค้างอยู่ตรงกลางเวที ยกเว้นสายตาคู่คมของณภัทรที่ยังจ้องไปยังหญิงคนรักด้วยความรักเต็มหัวใจเช่นเดิม…

จึงทำให้ณภัทรพลาดสายตาสั่นระริกที่จ้องมองเขาอยู่อย่างต้องมนต์สะกดจากกลางแคตวอล์ก…

หลังงานจบนักข่าวจากทุกสำนักรวมทั้งพลอยไพลินเองด้วยก็ต่างพุ่งไปรอสัมภาษณ์ไฮโซนราวดี ซึ่งก็ออกมายืนให้นักข่าวสัมภาษณ์แต่โดยดี หากดวงตากลมโตของนราวดียังคงทำหน้าที่สอดส่ายไปทั่วๆ งานเพื่อหาบุคคลเป้าหมายที่เคยอยู่ในใจของหล่อนมานาน…จนกระทั่งทุกวันนี้

“ชีวิตแต่งงานเป็นยังไงบ้างคะคุณนกยูง” นักข่าวคนหนึ่งถามขึ้น

“ก็ดีค่ะปรินซ์เขาน่ารักมากๆ ค่ะ ต้องขอโทษพี่นักข่าวด้วยนะคะที่ไม่ได้เชิญ พอดีทางบ้านอยากจัดแบบเรียบง่ายน่ะค่ะ” นราวดีตอบด้วยน้ำเสียงร่าเริงหน้าตาดูเหมือนยิ้มแย้ม แต่มันดูคล้ายฝืนยิ้มอยู่

“แล้วที่คุณนกยูงแต่งงานฟ้าแลบเนี่ย เพราะเบนโลนี่จริงหรือเปล่าฮ้า” เจสสิก้าถามแบบไม่รักษาน้ำใจ

ส่วนคนฟังใจสะดุด เพราะมันไม่ต่างกับหนามที่ยอกอกหล่อนอยู่ ถ้าเพราะหล่อนไม่พลาดท้องกับปรินทรหล่อนคงไม่ต้องทิ้งชีวิตความโสดไปแบบฉับพลันแบบนี้

“อ๋อ อันนี้ไม่แน่นอนค่ะ” นราวดีตอบน้ำเสียงหนักแน่นหากดวงตากลมโตสั่นระริก

“ไม่ท้านับเดือนด้วยหรือฮ้า” เจสสิก้ายังกัดไม่ปล่อยคนถูกถามสะอึก และมันก็ทำให้พลอยไพลินทนไม่ได้

“ไม่ทราบว่าวางแผนไปฮันนีมูนกันที่ไหนคะคุณนกยูง” พลอยไพลินถามแทรกขึ้นมา ก่อนหันไปส่งสายตาให้เจสสิก้ารู้จักมารยาทบ้าง ไม่ต้องไปถามตรงๆ อย่างนั้นก็ได้ นับเดือนเอาเองไม่เป็นหรือไงยายจิ้งหรีด

“ก็ไม่ได้วางแผนไปไหนไกลๆ หรอกค่ะ คิดว่าคงจะไปเที่ยวทะเลที่ไทยนี่ล่ะค่ะ” นราวดีตอบยิ้มหวานให้เพื่อนร่วมวงการไฮโซและคล้ายขอบคุณไปในตัว

“แล้ววางแผนสร้างครอบครัวกันเลยหรือเปล่าคะ คิดว่าจะมีลูกกันสักกี่คน” อีกครั้งที่พลอยไพลินช่วยชงคำถาม

“นกยูงพร้อมสร้างครอบครัวกับคนที่นกยูงรักแล้วค่ะ ก็ตั้งใจว่าจะเปิดอู่เลยค่ะ”

“แล้วข่าวที่ว่านกยูงเป็นมือที่สามกับนักร้องในค่ายเดียวกับปรินซ์ล่ะฮ้า” เจสสิก้ายังตามติด

“นกยูงไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อนจริงๆ ค่ะว่าเขาเคยคบกันหรือไม่เคยคบกัน เพราะตอนที่เราคบกันปรินซ์เขาน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย…” เสียงหวานพรั่งพรูออกมาอย่างฉะฉานราวกับฝึกซ้อมไว้จนคล่องแคล่ว

แล้วจู่ๆ นราวดีก็หยุดทุกคำพูดของตัวเองลง พร้อมกับดวงตากลมโตที่เบิกโพลง เพราะหันไปเห็นคนที่หล่อนมองหาอยู่ หัวใจดวงน้อยเต้นเร็วราวกับรัวกลอง เมื่อเห็นร่างสูงของณภัทรซึ่งกำลังยืนคุยอย่างออกรสกับหญิงสาวคนหนึ่ง

“เอ่อ...นกยูงขอตัวก่อนนะคะ พอดีมีธุระต่อน่ะค่ะ ขอตัวนะคะ ขอบคุณพี่ๆ นักข่าวมากๆ ค่ะ” นราวดียกมือไหว้ร่ำลากลุ่มนักข่าวอย่างนอบน้อมก่อนเดินฝ่าฝูงชนตรงไปยังบุคคลเป้าหมายในดวงใจเธอ…

“พี่ภัทรมาถึงไทยตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”

สโรชินีหรือโบว์หนึ่งในไฮโซสาวประจำวงการไฮโซของเมืองไทยโผเข้าหาณภัทรด้วยความยินดี ไม่คิดว่าจะมาเจอพี่ชายซึ่งเป็นลูกของป้าเขมจิราที่นี่ หล่อนเป็นหลานปู่ ส่วนณภัทรเป็นหลานตาของคุณชายปกเกศ ถึงจะไม่สนิทกับเขาเท่าไร แต่รู้ดีว่าเขาคือใคร

“มาได้สองอาทิตย์กว่าแล้วครับ”

ณภัทรตอบน้องสาวหากสายตายังคงจับจ้องไปยังร่างเล็กที่ถูกฝังจนแทบมิดอยู่ในฝูงนักข่าวที่กำลังแย่งกันกรูเข้าไปสัมภาษณ์ผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเขาไม่ได้ให้ความสนใจ

“แล้วทำไมพี่ภัทรไม่ไปเยี่ยมคุณปู่บ้างล่ะคะ คุณปู่คิดถึงพี่ภัทรจะแย่แล้วไม่เจอกันตั้งห้าปี” ไฮโซสาวถามอย่างน้อยใจ ทั้งน้อยใจคุณปู่ที่รักหลานชายมากกว่าหลานสาวอย่างหล่อนจนออกนอกหน้า น้อยใจพี่ชายที่ไม่ยอมแวะเวียนไปหากันบ้าง

“พี่ก็ว่าจะเข้าไปเร็วๆ นี้ครับ พอดีพี่เพิ่งเริ่มทำงานน่ะครับ ช่วงนี้เลยยังยุ่งๆ อยู่” ณภัทรให้เหตุผล

ทว่าแท้จริงแล้วเขายังไม่อยากเข้าไปพบผู้เป็นตาสักเท่าใดนัก ด้วยเพราะความสัมพันธ์เมื่อครั้งเก่าก่อนที่คุณตาปกเกศตัดลูกตัดเชื้อกับเขมจิรา เพราะไปแต่งงานกับนพดลโดยที่ท่านไม่เห็นดีด้วย จนเมื่อลูกหลานคนอื่นๆ ไม่สามารถมีหลานชายมาสืบสกุลได้สักคน ท่านจึงได้พยายามดึงตัวเขากลับมาในตระกูล รวมทั้งให้เปลี่ยนไปใช้นามสกุลท่านอีกต่างหาก

“พี่ภัทรกลับมาทำงานที่ไทยหรือคะ” สโรชินีถามด้วยความงงงวย กี่ครั้งกี่หนที่คุณปู่ของเธอขอร้องอ้อนวอนให้ทั้งณภัทรและณพิชญ์กลับมาอยู่ที่ไทย แต่ไม่มีเลยสักครั้งที่สองพี่น้องจะตอบรับ หากตอนนี้อยู่ๆ ก็กลับมาอยู่ที่ไทย มันมีอะไรให้ชวนสงสัยจริงๆ

“ครับ นี่ก็ว่าจะย้ายมาอยู่ที่ไทยสักพัก”…หรือไม่ก็ตลอดชีวิต แล้วแต่ว่าน้องน้อยของพี่อยากจะอยู่ที่ไหน…คนรักสาวน้อยในดวงใจมานานแล้วเหลือเกิน แอบต่อในใจที่พองโตเพียงแค่ได้คิดว่าจะได้ใช้ชีวิตร่วมกับหญิงสาว

“เอ่อ...พี่ภัทรมีแผนอะไรในใจหรือเปล่าคะ” น้องสาวเลิกคิ้วถาม

“นิดหน่อยครับ” คนมีแผนพิชิตใจสาวตอบด้วยสีหน้าขึ้นเลือดฝาดและคนเป็นน้องก็เห็นได้ชัดเจนก็เล่นหน้าใสขนาดนี้ใครไม่เห็นก็ตาบอดแล้วล่ะ

“บอกโบว์ได้มั้ยคะ”

“พี่จะมาขอสาวแต่งงานน่ะครับ” ณภัทรตอบเสียงเรียบ หากหัวใจของเขาสูบฉีดเลือดเร็วแรงทันที อยากจะขอสาวแต่งงานเต็มทน แต่ก่อนอื่นต้องทำให้สาวรักตัวเองให้ได้ก่อน ซึ่งเป็นเรื่องที่เขาหนักใจพอตัว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป