บทที่ 7 On Duty: ภารกิจของพี่ หน้าที่ของน้อง - 3
“ว้าว จริงหรือคะยินดีด้วยนะคะ” สโรชินีครางด้วยความดีใจไม่พอยังกระโดดกอดพี่ชายเสียแน่น “เรื่องดีอย่างนี้ต้องขยาย อยากรู้จังว่าคุณปู่จะว่ายังไง บอกโบว์ได้มั้ยคะ ว่าสาวผู้โชคดีคนนั้นคือใครคะ…” เสียงหวานแสนตื่นเต้นยังพรั่งพรูทว่าหล่อนยังถามไม่จบคำถามก็มีเสียงหวานดังแทรกขึ้น
“ภัทรคะ” นราวดีที่เดินมาถึงพอดีร้องทัก พร้อมกับต้องยืนตัวแข็งทื่อ เมื่อเห็นไฮโซโบว์ที่หล่อนรู้จักดีกระโดดกอดชายที่อยู่ในใจหล่อนมานาน และคงต้องอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจคนมีเจ้าของแล้วอย่างหล่อนตลอดไป
ร่างสูงผละออกมาจากอ้อมกอดของน้องสาว แล้วหันมาทางต้นเสียง ก่อนเบิกตาคมโพลงด้วยความตกใจปนแปลกใจ เมื่อเห็นหญิงสาวที่เขารู้จักสนิทสนมด้วยในฐานะเพื่อนเท่านั้นตั้งแต่อยู่เมืองนอก
“อ้าว นกยูงสวัสดีครับ” ณภัทรทักด้วยรอยยิ้มหวานให้เพื่อน ไม่รู้สึกแปลกใจเท่าไหร่ที่เจอเพื่อนหญิงที่เขารู้ดีว่าอีกฝ่ายเป็นที่รู้จักกันในวงไฮโซของเมืองไทยดี
“ไม่เจอกันนานนะคะภัทร คิดถึงภัทรที่สุด”
นราวดีที่ห้ามความรู้สึกในใจของตัวเองไว้ไม่อยู่ ไม่พูดเปล่ากลับกระโดดเข้าสวมกอดร่างใหญ่ในเชิงเพื่อนทักทายเพื่อน หากใจจริงแล้วหล่อนแค่อยากได้กระแสความอบอุ่นที่หล่อนต้องการจากคนที่หล่อนรักอย่างเขาคนนี้
และในขณะที่ร่างเล็กของไฮโซสาวซึ่งมีเจ้าของแล้วตกอยู่ในอ้อมกอดของหนุ่มนิรนามในความคิดของคนในงาน แสงแฟลชก็แลบแปลบปลาบขึ้นตรงหน้าพวกเขาแบบรัวเร็วหลายครั้ง ณภัทรจึงหันหน้าไปดูพบว่ามีช่างภาพและนักข่าวหลายคนที่ตามความเคลื่อนไหวของนราวดีอยู่ กำลังจ้องและถ่ายรูปพวกเขาทั้งคู่กอดกันอยู่อย่างเมามัน
ไม่เว้นแม้แต่ดวงตากลมโตคู่สวยของพลอยไพลินที่ก็กำลังมองเขม็งมายังพวกเขาอยู่ด้วยเช่นกัน
หลังจากนราวดีขอตัวออกไปนักข่าวทั้งหลายต่างก็แยกย้ายไปรุมทึ้งดารานักร้องคนอื่นๆ ที่มาร่วมงานในวันนี้กันอย่างคับคั่ง หากก็มีนักข่าวส่วนหนึ่งที่ยังอยากตามติดเรื่องราวของไฮโซสาวต่อรวมทั้งพลอยไพลินด้วย เหยี่ยวสาวต้องการสืบดูว่านราวดีจะกลับอย่างไรใครจะมารับจะใช่สามีของหล่อนหรือเปล่า
หากหญิงสาวต้องขมวดคิ้วมุ่น เมื่อเห็นร่างสูงโปร่งของคนคุ้นเคยที่ส่องออร่าให้เธอเห็นมาแต่ไกล…
‘พี่ภัทรมาทำอะไรที่นี่ อย่าบอกนะว่าตามพลอยมา’
แต่แล้วหัวใจที่เต้นด้วยจังหวะที่เร็วกว่าปกติก็กระตุกวูบ เมื่อเธอเห็นหญิงสาวนางหนึ่งโผเข้าหาร่างสูงด้วยท่าทีดี๊ด๊าแสนดีใจ แต่นั่นไม่เท่ากับภาพต่อมาที่เข้ามากระทบโสตประสาทการเห็นของเธอ ร่างเล็กของพลอยไพลินหยุดนิ่งขึงอยู่กับที่ราวกับถูกสาป หัวใจที่กระตุกไปเมื่อครู่กลับกระหน่ำสูบฉีดเลือดเร็วขึ้นโดยที่เธอไม่ทราบสาเหตุ แล้วมันก็เร็วเสียจนหัวใจดวงน้อยของเธอแทบรับไม่ไหว
ดวงตากลมโตที่มีแววไหวระริกจ้องมองภาพนั้นอย่างไม่อาจละสายตาได้ ทั้งๆ ที่ไม่ได้อยากจะมองสักนิดเดียว
“ลูกพี่พลอยเป็นไรไปครับ” ตากล้องคู่ใจถามเมื่อเห็นว่านักข่าวที่ถือไมค์อยู่ในมือไม่ยอมเดินต่อไปข้างหน้า
“มะ...ไม่เป็นไร” เธอตะกุกตะกักตอบพลางชวนกรวิทย์ “ไป ไปทำข่าวดาราคนอื่นกันดีกว่า พี่ขี้เกียจตามไปทะเลาะกับยายเจสซี่น่ะ” พลอยไพลินหาข้ออ้างที่ฟังไม่ค่อยขึ้นสักเท่าใด แล้วร่างเล็กก็เดินนำหนีไปอีกทางทันที ปล่อยให้ลูกน้องคนเก่งต้องมองตามแบบงุนงง เกาหัวแกรกๆ กับท่าทีที่เปลี่ยนไปโดยกะทันหันของลูกพี่ตัวเอง…
“ไม่คิดว่าจะเจอภัทรที่นี่ ภัทรกลับมาเมืองไทยตั้งแต่เมื่อไหร่คะ ทำไมไม่ส่งข่าวกันบ้าง”
นราวดีถามหลังผละออกมาจากอ้อมอกอบอุ่นของชายที่หล่อนหมายตาไว้ตั้งแต่เมื่อครั้งเรียนอยู่ที่อเมริกา แต่ฝ่ายชายก็ช่างกระไร ไม่เคยเห็นหล่อนไปมากกว่าเพื่อนคนหนึ่งเท่านั้น
“เพิ่งกลับมาได้ไม่กี่วันเองครับ” ณภัทรตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้มก่อนหันหน้าคมของตนไปหาน้องน้อยที่เขาเห็นแวบๆ เมื่อสักครู่แต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาแล้ว
“คุณนกยูงรู้จักพี่ภัทรด้วยหรือคะ” สโรชินีที่ยืนนิ่งด้วยความสงสัยในท่าทีของทั้งสองอยู่นานแล้วถามขึ้นบ้าง
“ค่ะเรารู้จักกันตอนที่นกยูงไปเรียนที่อเมริกาน่ะค่ะ แล้วคุณโบว์ล่ะคะ” หล่อนตอบก่อนกลั้นใจถามในสิ่งที่ตนกลัวกับคำตอบบ้าง
“พี่ภัทรเป็นลูกพี่ลูกน้องกับโบว์น่ะ…” หากก่อนที่สโรชินีจะพูดอะไรไปมากกว่านี้ เพื่อนสาวแตกในแวดวงไฮโซก็ร้องเรียกหล่อนขึ้นมา สโรชินีจึงต้องขอตัวกลับก่อน ปล่อยให้เพื่อนเก่าสองคนคุยกันตามลำพัง
“ภัทรรีบกลับหรือเปล่าคะ ให้เกียรติเพื่อนเก่าคนนี้เลี้ยงกาแฟภัทรสักแก้วนะคะ” ไฮโซสาวเปิดฉาก
ณภัทรก้มดูเวลา ก่อนชะเง้อหน้าดูรอบๆ เพื่อหาพลอยไพลินก็ยังไม่เห็นหญิงสาวเช่นเดิม แต่คิดว่าเธอคงยังวุ่นวายกับการสัมภาษณ์ใครต่อใครมากมายเขาจึงพยักหน้าตอบตกลงนราวดี ทั้งคู่จึงพากันเดินไปนั่งที่ค็อฟฟี่ช็อปบริเวณใกล้ๆ งาน
“ไม่รู้มาก่อน ว่าภัทรเป็นหลานคุณชายปกเกศ” นราวดีเปรยขึ้นขณะยกแก้วชาเขียวปั่นขึ้นดูด
“ไม่ค่อยมีคนทราบหรอกครับ คงเป็นเพราะผมเกิดและโตที่โน่นน่ะครับ” ณภัทรตอบแบบขอไปที
“แล้วแว่นอันนี้นี่ ทิ้งไม่ลงเลยนะคะ” เธอล้อเขา หัวใจพองโตอย่างบอกไม่ถูกที่ได้พบเจอพูดคุยกับเขาอีกครั้ง
ดวงตากลมโตจ้องมองณภัทรราวกับต้องการสแกนให้ทะลุเสื้อผ้าเชยๆ หลวมโคร่งของเขา หล่อนไม่เข้าใจเพื่อนคนนี้สักเท่าใดนัก ณภัทรเป็นคนหน้าตาดีเข้าขั้นเทพ แต่กลับชอบแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าล้าสมัยไม่เข้ากับหุ่นสูงสมาร์ทของตัวเอง ที่สำคัญชอบซ่อนใบหน้าขาวใสแบบตี๋อินเตอร์และหล่อเหลาหาตัวจับยากไว้ภายใต้แว่นตาสีดำหนาเตอะ หล่อนเคยถามเขาหลายครั้งหลายคราว่าทำไมต้องใส่มันไว้ ในเมื่อเขาไม่ได้มีปัญหาทางสายตาแต่อย่างใด
นราวดีรู้จักกับณภัทรเมื่อครั้งที่หล่อนไปเรียนต่อที่บอสตันประเทศสหรัฐอเมริกา แน่นอนคนเก่งเข้าขั้นอัจฉริยะอย่างณภัทรกำลังศึกษาแพทย์อยู่ที่ Harvard Medical School ส่วนหล่อนไปศึกต่อปริญญาตรีที่ Boston University จึงทำให้ได้มีโอกาสพบเจอและพูดคุยกัน
ยิ่งรู้จักเขา หล่อนยิ่งหลงรักผู้ชายขรึมๆ พูดน้อยอย่างเขา หล่อนบอกไม่ถูกมันเหมือนมีอะไรบางอย่างซุกซ่อนอยู่ข้างในตัวหนุ่มคนนี้ที่หล่อนอยากเป็นผู้ค้นหาเป็นผู้ล้วงลึกเข้าไปในหัวใจของเขา แต่ไม่ว่าพยายามอย่างไรณภัทรก็มองหล่อนเป็นเพียงแค่เพื่อนคนหนึ่งเท่านั้น
และที่สำคัญหล่อนไม่เคยเห็นเขาควงใครเป็นจริงเป็นจังสักคน นอกจากพวกแหม่มผมทองที่พอผ่านแล้วก็ผ่านไปเท่านั้น และไม่เคยเห็นณภัทรควงหญิงคนไทยเลยสักครั้งทั้งๆ ที่สาวๆ นักเรียนไทยเดินชนกันให้วุ่นที่บอสตัน
“ผมชอบใส่มันน่ะครับ เลยกลายเป็นว่าติดมันเสียแล้ว ไม่ได้ใส่แล้วจะรู้สึกแปลกๆ น่ะครับ” อีกครั้งที่เขาตอบแบบกำปั้นทุบดิน ไม่มีใครรู้ว่าทำไมเขาถึงชอบซ่อนรูปงามของเขาไว้ภายใต้ของล้าสมัยเหล่านี้
“ถ้าภัทรเป็นแฟนนกยูงนะคะ นกยูงแอบเอาไปทิ้งนานแล้วค่ะ” หล่อนเอ่ยในสิ่งที่วาดหวังไว้มานาน ก่อนแกล้งหัวเราะคิกคักในเชิงพูดเล่นในขณะที่อีกฝ่ายคลี่ยิ้มอบอุ่นออกมาเท่านั้น
“ภัทรยังไม่ได้บอกนกยูงเลยนะคะ ว่ากลับไทยมาทำไม” หล่อนจะถามต่อ
“กลับมาแต่งงานครับ” ณภัทรตอบชัดถ้อยชัดคำ เขารู้มานานแล้วว่าอีกฝ่ายคิดอย่างไรกับเขา แต่มันไม่มีทางเป็นไปได้ ในเมื่อหัวใจของเขาไม่มีเหลือไปให้ใครอื่นนอกจากน้องน้อยของเขาคนเดียวเท่านั้น
“พรวด!!”
เสียงชาเขียวที่นราวดีเพิ่งดูดเข้าไปพุ่งกระเซ็นกระสายออกมาทันทีที่ได้ยินคำตอบของเขา แล้วมันก็พุ่งออกไปเปรอะเปื้อนเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวใหญ่ของณภัทรด้วย
“อุ๊ย ภัทรคะ นกยูงขอโทษค่ะ” เสียงหวานร้องลั่นเมื่อเห็นผลงานของตัวเองบนเสื้อสีขาว มือบางคว้าทิชชูเช็ดให้เขาอย่างขะมักเขม้น ในขณะที่หัวใจดวงน้อยของตัวเองก็สั่นราวกับเจ้าเข้า
