บทที่ 8 On Duty: ภารกิจของพี่ หน้าที่ของน้อง - 4
‘ภัทรจะแต่งงาน แล้วผู้หญิงคนนั้นคือใคร’ หล่อนเฝ้าถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมไปล้างในห้องน้ำดีกว่าครับ” ณภัทรห้ามมือน้อยที่เปะปะไปมาบนร่างเขา มันดูไม่เหมาะไม่งามสักเท่าใด ก่อนลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเพื่อเดินไปล้างคราบชาเขียวในห้องน้ำซึ่งเขาจะได้ถือโอกาสโทรถามข่าวพลอยไพลินจากกรวิทย์ด้วย
ดวงตากลมโตสั่นระริกมองตามหลังณภัทรตาปรอย น้ำใสๆ รื้นขึ้นมาอย่างที่หล่อนก็ห้ามไม่อยู่ ความรักของหล่อนกับเขาคงไม่มีทางสมหวัง เขากำลังจะแต่งงาน แต่ตัวเองนี่สิแต่งงานแล้วแถมยังตั้งท้องอยู่อีกต่างหาก…
ขณะยืนล้างคราบสกปรกอยู่ตรงอ่างล้างหน้าในห้องน้ำผู้ชาย ณภัทรก็ได้ยินเสียงทุ้มที่เขาเพิ่งได้ยินเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา และเขาก็จำเสียงแสนยโสโอหังนี้ได้ดี ร่างสูงของเขารีบหลบเข้าไปในห้องน้ำที่ใกล้ที่สุดทันที
“ก็พี่บอกแล้วไง ว่าไม่ว่าง พี่งานเยอะแนนก็รู้นี่ครับ” เสียงทุ้มยังหวาน แต่ใบหน้าคมของชัชพงศ์นั้นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเคืองได้ที่ เพราะเขารู้สึกรำคาญผู้หญิงที่โทรมากวนเขาอย่างที่สุด
“แต่ตาหนูงอแงหาพ่อแกมาหลายวันแล้วนะคะ” หญิงสาวนามว่าแนนกรอกเสียงมาตามสาย
แนนเป็นตัวประกอบละครที่หน้าตาดีเป็นที่ต้องตาต้องใจผู้พบเห็นรวมทั้งชัชพงศ์ด้วย ทั้งคู่พบกันในกองถ่ายละครเรื่องหนึ่งจนเกิดไปมีความสัมพันธ์กันลึกซึ้งไม่พอ ยังมีผลผลิตจากความผิดพลาดครั้งนี้ออกมาด้วย และตอนนี้แนนก็กำลังตามตัวพ่อของลูกที่ตีตัวออกห่างไปทุกทีให้กลับมาเยี่ยมลูกชายของเขาบ้าง
ตอนนั้นชัชพงศ์ยังไม่โด่งดังเท่าในตอนนี้ แต่ยิ่งเขาโด่งดังเขาก็ยิ่งไม่สนใจลูกชายและเธอมากขึ้นเท่านั้น ดีหน่อยตรงที่ยังส่งเงินมาให้เธอใช้จ่ายและเลี้ยงดูลูกชายวัย 3 ขวบอยู่เหมือนเดิม
“งั้นพี่ว่างๆ แล้วจะแวะเข้าไปหาแล้วกันนะครับ” คนไม่รับผิดชอบตอบแบบขอไปที ถ้าเขาไม่กลัวฝ่ายหญิงจะวิ่งโร่ไปแจ้งนักข่าว เขาคงตัดขาดความสัมพันธ์ผู้หญิงคนนี้ไปนานแล้ว
“แต่พี่พีทพูดอย่างนี้มาหลายครั้งแล้วนะคะ” ปลายสายต่อว่าในที
“เอาเป็นว่าคราวนี้พี่สัญญาว่าจะเข้าไปหาแนนกับลูกนะครับ แค่นี้ก่อนนะครับ พี่ต้องไปทำงานต่อ”
ชัชพงศ์วางสายโดยที่ไม่รอให้ปลายสายตอบรับ ก่อนสบถออกมาด้วยความโกรธเคืองด้วยคิดว่าตัวเองนั้นอยู่คนเดียวในห้องน้ำ
“แม่ง โทรตามอยู่ได้ น่าเบื่อฉิบหาย” แล้วดาราหนุ่มก็สลัดความขุ่นมัวทิ้งก่อนยกโทรศัพท์ขึ้นโทรออกอีกครั้ง
“พลอยหรือครับ คืนนี้พลอยว่างหรือเปล่าครับไปหาอะไรดื่มกันมั้ยครับ” ชัชพงศ์ถามแฟนสาวไฮโซเสียงนุ่ม
“ไม่ว่างค่ะ” พลอยไพลินปฏิเสธเสียงเรียบ เธอควรจะดีใจที่ได้คุยจะได้ไปเที่ยวกับแฟนหนุ่ม แต่เธอกลับรู้สึกไร้ซึ่งอารมณ์จะทำอะไรทั้งสิ้น สิ่งที่อยากทำคือการกลับบ้านไปนอนเท่านั้น
“พลอยต้องกลับบ้านแล้วค่ะพีท เพราะพลอยต้องไปทำงานต่อพรุ่งนี้ค่ะ กู๊ดไนท์นะคะ” ปลายสายลาก่อนวางหูใส่ดาราหนุ่มที่มีอารมณ์โกรธเคืองขึ้นมาอีกครั้ง
“โธ่โว้ย ไม่รู้เล่นตัวทำห่าอะไรนักหนา แม่งคอยดู จะลากขึ้นเตียงให้ครางหงิงๆ ให้หยิ่งไม่ออกสักที”
อีกครั้งที่ดาราหนุ่มสบถออกมาอย่างไม่ได้ดังใจ แล้วมันก็มีเสียงประตูห้องน้ำเปิดดังผางดังตามมาพร้อมกับร่างสูงสั่นเทิ้มของณภัทรเดินออกมายืนประจันหน้ากับชัชพงศ์
ณภัทรยืนกำหมัดแน่นอย่างโกรธเคือง กรามถูกขบเข้าหากันจนมันแทบหัก ดวงตาคมภายใต้กรอบแว่นดำนั้นคล้ายมีเพลิงลุกโชนอยู่ข้างใน ไม่เคยรู้สึกโกรธใครเท่านี้มาก่อน ผู้ชายคนนี้หาความดีไม่ได้เลยจริงๆ และเขาต้องหักห้ามใจอย่างหนักไม่ให้ตั๊นหน้าผู้ชายชั่วแสนมากรัก
“มึงอีกแล้ว แอบตามมาถ่ายรูปกูใช่มั้ยเนี่ย” ชัชพงศ์เริ่มหาเรื่องเมื่อมองคนตรงหน้าแล้วจำได้ว่าเป็นไอ้หน้าจืดที่เขาเจอที่ลานจอดรถ
“คุณเป็นใครทำไมผมต้องถ่ายรูปด้วย” ณภัทรตอกกลับเสียงเรียบดวงตาคมจ้องกลับตาคมแสนนักเลงของชัชพงศ์อย่างไม่มีเกรงกลัว
“แม่งกูรู้อยู่แล้วว่าโก๊ะกังอย่างมึง คงไม่รู้ว่ากูเป็นใคร” ชัชพงศ์หลุดคำผรุสวาทเสียงดัง
“จะเป็นใครก็ไม่เกี่ยวกับผม และต่อให้คุณดังล้นฟ้า ผมก็ไม่เคยคิดอยากจะใส่ใจให้เสียพื้นที่เมมโมรี่ในเซลล์สมอง”
ณภัทรสวนกลับอย่างเจ็บแสบ ก่อนหันร่างใหญ่เดินออกไปจากห้องน้ำทันทีทิ้งให้อีกฝ่ายด่าสาดเสียเทเสียตามหลังตามสไตล์ชัชพงศ์ขาใหญ่
ศัลยแพทย์หนุ่มแค่ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด เขายังอยากทำตัวโลว์โพรไฟล์ ดารามากรักยังไม่ควรรู้จักตัวตนที่แท้จริงของเขา แต่เหนืออื่นใดเขาไม่แน่ใจว่าจะห้ามตัวเองไม่ให้ลงมือสั่งสอนผู้ชายอวดดีคนนั้นได้…
ระหว่างเดินกลับไปหานราวดีณภัทรโทรถามข่าวพลอยไพลินจากกรวิทย์ก็พบว่าหญิงสาวรู้สึกไม่สบายตัว และกำลังจะกลับบ้านพอดี ณภัทรจึงกลับไปลาเพื่อนเก่าที่ไม่อยากจะจากลากันโดยเร็วอย่างนี้สักเท่าใดนัก แต่ก็ห้ามชายหนุ่มไว้ไม่ได้หลังจากนั้นณภัทรก็มุ่งหน้าไปขึ้นรถแล้วขับตามพลอยไพลินกลับบ้านไปทันที…
ร่างเล็กก้าวลงจากรถเบนซ์สปอร์ตของตัวเองอย่างเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ จริงๆ มันควรจะเป็นแค่เหนื่อยกายแต่ไหงกลายเป็นเหนื่อยทางใจไปด้วยได้อย่างไรก็ไม่รู้ พลอยไพลินไม่เข้าใจตัวเอง
ภาพเขากอดกับสาวคนอื่นทำไมถึงได้วิ่งเข้ามารบกวนจิตใจของเธอ จนเธอไม่มีกะจิตกะใจจะทำงานต่อไป มันพานทำให้หัวใจของเธอทำงานหนักเลยออกอาการเหนื่อยล้าอยู่ในขณะนี้
“โฮ่ง” เสียงเห่าของสุนัขทำให้ขาเล็กที่กำลังก้าวตรงไปยังตัวบ้านต้องหยุดเท้าลงและหันไปทางเสียงแทน
“พลูโตของพี่พลอยเป็นไงบ้าง ซนหรือเปล่าครับ” พลอยไพลินร้องทักสุนัขพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ตัวโตที่วิ่งตรงมาหาเธอด้วยท่าทีดีอกดีใจจนตัวสั่นไปทั้งตัว เมื่อมาถึงก็กระโดดเลียปากเธอเป็นการใหญ่ เสียงหวานร้องห้ามจ้าละหวั่นแต่ก็ไม่เป็นผลเพราะสุนัขแสนซนดีใจสุดตัวที่ได้เจอนายสาวของมันในยามค่ำคืนแบบนี้
ร่างเล็กจึงต้องวิ่งหนีไปที่สนามหญ้าหน้าคฤหาสน์ เจ้าพลูโตก็ตามติดจนพลอยไพลินล้มลงกลางสนามหมาน้อยก็ยิ่งได้ใจกระโดดขึ้นเลียหน้าเลียตาด้วยความสนุกสนานทั้งหมาทั้งคน
“พอแล้วพลูโต ไม่เอา อย่าเซ่ เห็นมั้ยเลอะหมดแล้ว” เสียงหวานร้องห้ามดังไม่ขาดสาย
ทั้งหมาและเจ้าของหมากอดรัดฟัดเหวี่ยงกันไปมาจนเหนื่อยหอบลงไปนอนแผ่หลาเคียงข้างกันอยู่ตรงสนามหญ้า ดวงตากลมโตเพ่งตรงขึ้นไปบนท้องฟ้าที่มีหมู่ดาวประปราย ดวงจันทร์ทรงกลดสวยงามสาดส่องให้ทั้งสนามหญ้าสว่างไสวโดยไม่ต้องพึ่งแสงไฟ
“แกคิดถึงพี่พลูโตของแกหรือเปล่าพลูโต” พลอยไพลินถามสุนัขแสนซนที่นอนอยู่ข้างๆ ร่างเล็กของเธอ มันเอียงหน้ากระดิกหูเล็กน้อยและเห่าออกมาราวกับเข้าใจคำถามของนายสาว
“พลอยก็คิดถึงพลูโตเหมือนกัน” เสียงหวานพูดลอยๆ ออกมา พร้อมกับดวงตากลมโตที่ปิดลงพลางนึกย้อนไปถึงสุนัขพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ที่หน้าตาสีสันและขนาดตัวเหมือนเจ้าพลูโตตัวนี้ไม่มีผิดเพี้ยน
