บทที่ 2 ร่องรอยในสายตา

แสงแดดยามเช้ารอดผ่านทิวต้นนนทรีหน้าอาคารเรียน กระทบเข้ากับดวงตากลมโตของริต้าที่กำลังทอดมองออกไปไร้จุดหมาย คำแซวของมิลินเรื่อง 'กัปตันทีมบาสฯ คณะวิศวะ' ยังคงก้องอยู่ในหัว ราวกับเป็นเข็มเล็กๆ ที่สะกิดแผลเป็นในใจให้แผ่ซ่านความรู้สึกดั่งวันวานขึ้นมาอีกครั้ง

ภาพของ ของเขา ในอดีตซ้อนทับขึ้นมาในความทรงจำ… อีกครั้ง ครั้งแล้วครั้งเล่า

ช่วงเวลาสองปีที่ตกลงคบหากันในวัยมัธยมปลาย คือช่วงเวลาที่ริต้ามั่นใจว่าเธอคือผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลก เขาในวันนั้นทุ่มเทให้เธอหมดทั้งหัวใจ เขาเคยแข่งบาสเกตบอลนัดสำคัญระดับประเทศและหลังจากชู้ตลูกตัดสินชนะในวินาทีสุดท้าย ชายหนุ่มในเสื้อบาสหมายเลข 7 กลับไม่วิ่งไปเฮกับเพื่อนร่วมทีม แต่กลับวิ่งตรงมายังอัฒจันทร์ฝั่งที่เธอนั่งอยู่ ยื่นลูกบาสเกตบอลลูกนั้นให้เธอต่อหน้าสายตานับพัน พร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่สว่างไสวที่สุด

'ลูกนี้เพื่อริต้านะครับ... ชัยชนะของภามเป็นของริต้าคนเดียว'

สัมผัสของอบอุ่นจากฝ่ามือหนาที่เคยเกุมมือเธอเดินชมสวนหลังโรงเรียน รสสัมผัสจูบแรกอันอ่อนหวานชวนฝันที่แอบซ่อนอยู่หลังห้องสมุดยามเย็น ทุกอย่างยังคงชัดเจนในความรู้สึก ราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

แต่แล้วภาพความทรงจำอันแสนหวานก็พลันถูกลบล้างด้วยภาพปัจจุบัน... 

ภาพของ ภากร วรโชติเมธี ในวัยยี่สิบเอ็ดปี นักศึกษาชั้นปี 3 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขายานยนต์

ชายหนุ่มที่เปลี่ยนแปลงไปราวกับเป็นคนละคน หลังจากคืนวันนั้นภามละทิ้งตัวตนเด็กหนุ่มแสนดีคนเดิมไปจนสิ้น เขาก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยในฐานะทายาทธนาคารใหญ่ผู้หล่อเหลา ทรงอิทธิพลและอันตราย เขาไม่เปิดใจให้ใครกลายเป็นเสือยิ้มยากผู้เย็นชา ใช้ชีวิตอยู่บนความเสี่ยง ความเร็วในสนามแข่งรถ V-Speed และควงสาวสวยไม่ซ้ำหน้าในวงสังคมไฮโซเพียงเพื่อความสนุกชั่วคราว

สำหรับภามในตอนนี้ ความรักกลายเป็นเรื่องไร้สาระและพันธะผูกมัดคือสิ่งที่เขาเกลียดชังที่สุด

"ริต้า... เป็นอะไรไปน่ะ หน้าซีดๆ นะแก" 

กล้วยไม้เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง พลางแตะมือลงบนแขนเรียวของเพื่อนสนิทเบาๆ

"เปล่าหรอกกล้วย... แค่คิดถึงเรื่องเก่าๆ นิดหน่อยน่ะ" 

ริต้าระบายยิ้มบางๆ ปรับสีหน้ากลับมาเพียบพร้อมสมบูรณ์แบบดังเดิม กลบเกลื่อนความขื่นขมที่จุกอยู่ในอก

เธอรู้ดีว่า 'ภาม' คนที่เคยรักและอ่อนโยนกับเธอในวันนั้น ได้ตายจากไปพร้อมกับความรักมัธยมปลายของเราแล้ว เหลือไว้เพียงทายาทตระกูลวรโชติเมธีผู้สูงส่งและเย็นชา คนที่เดินผ่านเธอในมหาวิทยาลัยด้วยสายตาว่างเปล่า... ราวกับคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

เสียงออดเลิกคลาสช่วงสายของคณะบริหารธุรกิจดังขึ้น พร้อมกับความวุ่นวายเล็กๆ ของนิสิตที่เริ่มทยอยกันลุกออกจากห้องโถงเลกเชอร์ขนาดใหญ่ ริต้าจัดเก็บเอกสารการเรียนและแท็บเล็ตลงกระเป๋าแบรนด์เนมคู่ใจอย่างพิถีพิถัน ใบหน้าหวานเรียบเนียนไร้ที่ติตามแบบฉบับคุณหนูตระกูลใหญ่ยังคงสงบนิ่ง แม้ว่าในอกซ้ายจะเริ่มรู้สึกถึงแรงสั่นไหวอย่างน่าประหลาดตั้งแต่ช่วงกลางคลาส

"ไปหาอะไรกินกันเถอะริต้า ร้านกาแฟตรงลานเกียร์เห็นว่าเบเกอรี่อบใหม่หอมมาก" 

มิลินชวนพลางจัดทรงผมยาวลอนสวยของตัวเองด้วยกระจกพกพา

"ลานเกียร์เหรอ..." 

ริต้าชะงักมือที่กำลังรูดซิปกระเป๋า นัยน์ตาสวยฉายแววลังเลเล็กน้อยลานเกียร์คือถิ่นของคณะวิศวกรรมศาสตร์ อาณาจักรที่เธอพยายามหลีกเลี่ยงมาตลอดสองปีเต็มในรั้วมหาวิทยาลัยแห่งนี้

"ทำไมล่ะ? หรือยังไม่อยากเจอใครบางคน?" 

มิลินเลิกคิ้วถามอย่างรู้ทัน แต่ก็ยักไหล่เบาๆ 

"น่า ริต้า เลิกกันมาตั้งสามปีแล้ว แถมมหา’ลัยตั้งกว้าง ไม่ใช่นัดกันไว้สักหน่อย จะไปเจอได้ง่ายๆ ขนาดนั้นเลยเหรอ อีกอย่าง วันนี้ตึกบริหารปิดปรับปรุงโรงอาหารด้วย ถ้าไม่ไปลานเกียร์เราก็ต้องเดินไปกินถึงฝั่งมนุษย์ฯ เลยนะ"

ริต้านิ่งคิดไปชั่วครู่ ก่อนจะระบายยิ้มบางๆ เพื่อไม่ให้เพื่อนสนิทจับสังเกตความหวั่นไหวในใจได้ 

"ไปสิ ฉันไม่ได้คิดอะไรสักหน่อย"

ความจริงแล้ว เธอไม่ได้กลัวการเผชิญหน้า... แต่เธอกลัวสายตาของตัวเองต่างหาก สายตาที่อาจจะเผลอแสดงความอ่อนแอออกมาให้คนอื่นเห็น โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญหน้ากับ 'เขา'

บรรยากาศบริเวณลานเกียร์คณะวิศกรรมศาสตร์ยามเที่ยงเต็มไปด้วยความคึกคัก อากาศโปร่งใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ช่วยลดความร้อนของแดดเมืองไทยได้เป็นอย่างดี เสียงหัวเราะและการพูดคุยของเหล่านักศึกษาวิศวะดังสลับกับเสียงอุปกรณ์เครื่องมือช่างจากโรงกะรางใกล้ๆ กลุ่มนักศึกษาหญิงจากต่างคณะหลายคนมักจะหาเรื่องมานั่งทานอาหารบริเวณนี้เพียงเพื่อจะได้มองดูเหล่า 'ตัวท็อป' ของคณะวิศวะ

ริต้า มิลิน และกล้วยไม้ เดินตรงไปยังคาเฟ่ Glass House สไตล์โมเดิร์นที่ตั้งอยู่ริมลานเกียร์ รินรดาในชุดนิสิตเรียบร้อยทว่าดูแพงด้วยคัตติ้งและเนื้อผ้า รวบผมครึ่งหัวเผยให้เห็นลำคอระหง เรียกร้องสายตาจากหนุ่มๆ คณะวิศวะที่นั่งอยู่ตามโต๊ะหินอ่อนให้หันมามองเป็นตาเดียว

"ทางนี้ๆ มิลิน ริต้า!" 

กล้วยไม้ที่เดินนำเข้าไปจองโต๊ะก่อนโบกมือเรียกจากมุมหนึ่งของร้าน ซึ่งเป็นโต๊ะกระจกติดผนังกระจกใสที่สามารถมองเห็นบรรยากาศลานเกียร์ด้านนอกได้อย่างชัดเจน

"คนเยอะเหมือนกันนะเนี่ย" 

มิลินเอ่ยพร้อมกับถอดแว่นกันแดดแบรนด์เนมวางบนโต๊ะ 

"แต่ก็สมกับเป็นศูนย์รวมสายตาแหละนะ"

ริต้ายิ้มรับเบาๆ ขณะหย่อนตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามกับกระจกบานใหญ่ เธอกดสั่งเครื่องดื่มผ่านแท็บเล็ตของร้านอย่างคุ้นเคย เป็นเมนูชาคาโมมายล์ร้อนที่เธอชอบดื่มเพื่อช่วยให้ผ่อนคลาย แต่ในขณะที่เธอกำลังยกแก้วน้ำเปล่าขึ้นจิบ เสียงฮือฮาจากกลุ่มนิสิตทั้งในและนอกร้านก็ดังแทรกขึ้นมา

"เฮ้ย! กลุ่มเดือนมาว่ะ!"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป