บทที่ 3 การเผชิญหน้า

"เฮ้ย! กลุ่ม VVIP มาว่ะ!"

"พี่ภาม! วันนี้ลงตึกพร้อมพี่เตชินท์กับพี่คิรินด้วย หล่อฉิบหายเลยว่ะแก!"

"กริ๊ด... ดูเสื้อช็อปปักชื่อยานยนต์นั่นสิ ม้วนแขนเสื้อขึ้นถึงศอก เท่เป็นบ้า!"

เสียงกระซิบกระซาบและเสียงกรี๊ดเบาๆ ของเหล่าสาวๆ ดังระงมไปทั่วบริเวณ หัวใจของริต้ากระตุกวูบอย่างแรง ราวกับตกลงมาจากที่สูง แก้วน้ำในมือเรียวสั่นไหวเล็กน้อยจนเธอต้องรีบวางมันลงบนโต๊ะเพื่อซ่อนอาการ

สายตาของเธอทอดมองผ่านกระจกใสของร้านออกไปยังลานเกียร์ด้านนอกโดยสัญชาตญาณ…

ตรงนั้น ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งกว่า 185 เซนติเมตร กำลังเดินนำกลุ่มเพื่อนตรงเข้ามา 'ภาม - ภากร วรโชติเมธี' ในชุดนิสิตปลดกระดุมคอสองเม็ด สวมทับด้วยเสื้อช็อปสีเกียร์ของคณะวิศกรรมศาสตร์ สาขายานยนต์ ที่ม้วนแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นท่อนแขนแกร่งติดกล้ามเนื้ออย่างคนเล่นกีฬาและขับรถแข่ง เรือนผมสีดำสนิทดัดลอนเซตยุ่งๆ อย่างไม่ตั้งใจ ยิ่งส่งให้ใบหน้าคมเข้ม คิ้วหนาและสันจมูกโด่งโดดเด่นจนกลบทุกคนรอบข้าง

ข้างกายของเขาคือ เตชินท์ ทายาทธุรกิจโรงแรมชื่อดังที่กำลังยิ้มทักทายสาวๆ อย่างอารมณ์ดี และ คิริน หนุ่มนิ่งใส่แว่นทรงเฉียบทายาทโรงพยาบาลเอกชนที่กำลังก้มหน้ามองแท็บเล็ตในมือ

ภามเดินถือกระเป๋าเป้หนังแบรนด์หรูพาดบ่าข้างเดียว ท่าทางการเดินดูสบายๆ แต่เต็มไปด้วยรัศมีของความถือตัวและทรงอิทธิพล ชายหนุ่มไม่ได้ยิ้มให้ใคร สายตาคมกริบคู่ใต้คิ้วเข้มนั้นเรียบเฉยและเย็นชา สมคำลือที่ว่าเป็น 'เสือยิ้มยาก' แห่งวิศวะฯ

"ตายจริง... มากันครบทีมเลยแฮะ" 

มิลินเปรยขึ้นมาเบาๆ พลางลอบสังเกตอาการของเพื่อนสนิท 

"ริต้า... แกโอเคไหม?"

"ฉันไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย" 

ริต้าตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าดวงตากลมโตกลับไม่สามารถละสายตาไปจากเรือนร่างสูงใหญ่นั้นได้เลย

สามปีแล้ว... ที่เธอไม่ได้เห็นเขาในระยะใกล้ขนาดนี้ ภามเติบโตขึ้นมากจากเด็กหนุ่มวัยรุ่นในวันนั้น กลายเป็นชายหนุ่มเต็มตัวที่มีเสน่ห์ดึงดูดอย่างอันตราย รอยแผลเป็นเล็กๆ ตรงหางคิ้วซ้ายที่เกิดจากการแข่งรถ ยิ่งเพิ่มความหล่อร้ายให้กับเขา

และแล้ว... วินาทีที่ริต้าไม่ทันตั้งตัวก็มาถึง

กลุ่มของภามเดินเข้ามาในคาเฟ่ Glass House เสียงกระดิ่งลมหน้าประตูส่งเสียงกรุ้งกริ้ง พร้อมกับความเงียบชั่วขณะของคนในร้านที่พร้อมใจกันมองผู้มาใหม่ ภามเดินตรงเข้ามายังเคาน์เตอร์กาแฟซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากโต๊ะของริต้านัก

ในจังหวะที่ชายหนุ่มเบือนหน้ามาทางโต๊ะกระจก... สายตาคมกริบคู่ซีเรียสของเขาก็ปะทะเข้ากับดวงตากลมโตของริต้าโดยตรง

กระแสไฟฟ้าบางอย่างคล้ายจะแล่นผ่านอากาศ หัวใจของริต้ารีบเต้นฉีดฉีดเลือดขึ้นมาที่ใบหน้า ลมหายใจของเธอสะดุดกึ๊ก ความทรงจำในอดีต รสจูบ อ้อมกอด และคำบอกรักแสนอบอุ่นพรั่งพรูเข้ามาในหัวในเสี้ยววินาที เธอเผลอสบตากับเขานิ่ง คล้ายกับคนงงงวยที่รอคอยการรับรู้จากเขา... รอคอยสัญญาณบางอย่างว่าเขายังจำเธอได้

ทว่า…

สายตาของภามที่มองสบมา กลับเรียบเฉย ไร้ร่องรอยของความรู้สึกใดๆ ทั้งสิ้น

มันไม่ใช่สายตาของคนที่เคยรักกันมาสองปี ไม่ใช่สายตาของคนที่เคยเคยกอด เคยจูบ หรือเคยใช้ชีวิตร่วมกัน มันคือสายตาว่างเปล่าที่ใช้มอง 'คนแปลกหน้า' หรืออาจจะแย่กว่านั้น... มันคือสายตาที่มองผ่านเธอไปราวกับเธอเป็นเพียง 'อากาศธาตุ' ที่ไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้น

ภามกวาดสายตาผ่านใบหน้าสวยหวานของริต้าไปอย่างเชื่องช้า ไม่มีแม้แต่การชะงัก ไม่มีอาการตกใจ หรือแม้แต่ความหวั่นไหวในดวงตาคู่คม ชายหนุ่มหันไปพูดคุยกับเตชินท์ต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบสบายๆ

"เอาอเมริกาโน่เย็นไม่หวานแก้วนึง" 

ภามสั่งเครื่องดื่มกับพนักงานด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำติดห้าวอันเป็นเอกลักษณ์

"เฮ้ย ภาม นั่นน้องริต้า ดาวบริหารฯ อดีตแฟนเก่ามึงไม่ใช่เหรอวะ?" 

เตชินท์ที่เหลือบไปเห็นริต้า เอ่ยทักขึ้นมาเสียงไม่เบานักตามนิสัยคนขี้เล่น 

"สวยขึ้นเป็นบ้าเลยว่ะ มึงไม่คิดจะทักหน่อยเหรอ?"

ภามยืนรอกาแฟจากพนักงาน ก่อนจะหมุนตัวกลับมา สายตาคมกริบกวาดมองไปทางโต๊ะของริต้าอีกครั้งต่อหน้ากลุ่มเพื่อนและคนทั้งร้านที่เริ่มหันมามองตาม

ริต้านั่งนิ่ง ตัวเกร็งแน่น มือเรียวใต้โต๊ะกำกระโปรงพลีทแน่นจนเนื้อผ้าโปร่งยับย่น เธอจ้องมองริมฝีปากหยักได้รูปของเขา หัวใจเต้นรัวด้วยความกลัวและความหวังที่ขัดแย้งกันในอก

ภามหันไปคว้าแก้วกาแฟที่เพิ่งถูกวางลงบนเค้าท์เตอร์ เขายกแก้วกาแฟขึ้นจิบเล็กน้อยนัยน์ตาสีเข้มวาววับไปด้วยความเย็นชา ก่อนจะเอ่ยปากตอบเตชินท์ด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยที่ดังพอให้คนบริเวณนั้นได้ยินอย่างชัดเจน

"ใครวะ? กูจำไม่ได้"

คำพูดเพียงสี่คำ... แต่กลับแหลมคมยิ่งกว่ามีดโกนที่กรีดลงบนบาดแผลเก่าในหัวใจของริต้า

กล้วยไม้และมิลินถึงกับหน้าเสีย มิลินทำท่าจะลุกขึ้นไปหาเรื่องแต่ริต้ารีบยื่นมือไปจับแขนเพื่อนไว้ทัน ใบหน้าสวยหวานที่เคยมีสีเลือดบัดนี้ซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด ทว่าเธอยังคงเชิดหน้าขึ้น พยายามรักษากิริยาเรียบร้อยและสง่างามของคุณหนูตระกูลศิริพิพัฒน์กุลไว้อย่างสุดความสามารถ

ภามไม่แม้แต่จะหันกลับมามองผลงานของตัวเอง เขาเดินนำเพื่อนออกจากร้านไปพร้อมกับแก้วกาแฟในมือ ทิ้งไว้เพียงความเงียบและสายตาของคนในร้านที่เริ่มมองมาทางริต้าด้วยความสงสารและอยากรู้อยากเห็น

"เลว... เลวที่สุด!" 

มิลินสบถออกมาเบาๆ อย่างเหลืออด 

"จำไม่ได้งั้นเหรอ? คบกันมาตั้งสองปี พูดออกมาได้ยังไงว่าจำไม่ได้!"

"ริต้า... แกโอเคไหม?" 

กล้วยไม้เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง จับมืออันเย็นชืดของเพื่อนสนิทไว้แน่น

ริต้าสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามบังคับไม่ให้น้ำตาที่คลอเบ้าไหลร่วงลงมา เธอระบายยิ้มบางๆ ที่ไปไม่ถึงดวงตา ก่อนจะเอ่ยตอบเพื่อนด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้เป็นปกติที่สุด

"ฉันไม่เป็นไรหรอกมิลิน กล้วย... ก็แค่อดีตน่ะ เขาจำไม่ได้ก็ถูกแล้ว"

แต่ลึกลงไปในอกข้างซ้าย... แผลเป็นที่เธอคิดว่ามันติดสนิทดีแล้ว กลับโดนรอยจูบและความเย็นชาในสายตาของเขากรีดซ้ำจนเลือดซึมออกมาอีกครั้ง

ภามอาจจะจำเธอไม่ได้... หรืออาจจะแกล้งทำเป็นจำไม่ได้เพื่อรักษาอีโก้ของตัวเอง แต่สำหรับริต้าแล้ว คำพูดและสายตาว่างเปล่าในวันนี้ มันได้ตอกย้ำความจริงที่แสนเจ็บปวดให้เธอรู้อย่างชัดเจนว่า

ในสายตาของภากร... รินรดาไม่เคยมีความหมายใดๆ อีกต่อไปแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป