บทที่ 4 ย้อนอดีต

เสียงแก้วชาคาโมมายล์ที่กระทบกับจานรองบนโต๊ะกระจกในคาเฟ่ Glass House ดังขึ้นเบาๆ ดึงสติของริต้าให้กลับมาจากความขื่นขม สายตาของเธอมองออกไปนอกหน้าต่าง มองแผ่นหลังกว้างของภามที่เดินลับหายไปกับกลุ่มเพื่อนท่ามกลางแดดเที่ยงอันร้อนแรง

‘ใครวะ? กูจำไม่ได้’

ประโยคนั้นยังคงก้องอยู่ในหัว... แรกรักหวานซาบซ่านเคยมีอยู่จริง หรือทั้งหมดเป็นเพียงภาพลวงตาที่เธอสร้างขึ้นมาเอง?

ริต้าหลับตาลงช้าๆ นึกย้อนกลับไปในอดีต ภาพความทรงจำเมื่อสี่ปีที่แล้วค่อยๆ ฉายชัดขึ้นมาในความนึกคิด ราวกับแผ่นฟิล์มเก่าที่ถูกหยิบขึ้นมาปัดฝุ่น…

ยามเย็นในรั้วโรงเรียนอินเตอร์ St. Andrews International Academy บรรยากาศอบอวลไปด้วยความเงียบสงบ ลมพัดเอื่อยๆ หอบเอา scent ของดอกลีลาวดีหน้าอาคารเรียนภาษาอังกฤษลอยมาเตะจมูก

ในตอนนั้น ริต้า ในวัยสิบเจ็ดปี นั่งอยู่บนม้านั่งไม้ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ข้างสนามบาสเกตบอลของโรงเรียน เธออยู่ในชุดนักเรียนอินเตอร์เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวผูกโบต์เส้นเล็กกะโปรงลายสก็อตสีน้ำเงินเข้มข้นเลยเข่าเล็กน้อย ในมือเรียวถือสมุดวาดภาพและปากกาสเกตช์ภาพ ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่กำลังเลี้ยงลูกบาสอยู่บนสนามอย่างคล่องแคล่ว

ชายหนุ่มคนนั้นคือ ภาม ในวัยสิบเจ็ดปี…

ภามในวันนั้น ต่างจากภากรผู้เย็นชาในวันนี้อย่างสิ้นเชิงเขาสวมเสื้อกล้ามบาสเกตบอลสีน้ำเงินสกรีนหมายเลข 7 เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดซึมตามกรอบหน้าคมเข้มและท่อนแขนแกร่ง เรือนผมสีดำสะบัดตามจังหวะการกระโดดชู้ตลูกบาสลงห่วงอย่างแม่นยำ เสียงลูกบาสกระทบพื้นไม้และเสียงตาข่ายสั่นไหวเป็นสิ่งที่ริต้าคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก

"แอบวาดรูปภามอีกแล้วเหรอ?"

เสียงทุ้มหวานอันคุ้นเคยดังขึ้นใกล้ๆ หู พร้อมกับกลิ่นเหงื่อผสมกลิ่นน้ำหอมสปอร์ตอ่อนๆ ที่เข้ามารบกวนประสาทสัมผัส ริต้าตกใจจนรีบตะกุบปิดสมุดวาดภาพทันที แต่ก็ไม่ทันมือหนาของภามที่ยื่นมาคว้ามันไปได้อย่างรวดเร็ว

"ภาม! เอาคืนมาเลยนะ!" 

ริต้าแก้มขึ้นสีแดงระเรื่อ ลุกขึ้นยืนพยายามยื่นมือไปไขว่คว้าสมุดคืน แต่ด้วยความสูงที่ต่างกันเกือบยี่สิบเซนติเมตร ภามแค่ชูมือขึ้นสูง ชายหนุ่มก็ยิ้มขี้เล่นอย่างกวนประสาท

"ไหนดูสิ... หูย วาดซิกซ์แพ็กภามชัดขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย แอบมองภามตอนซ้อมบ่อยล่ะสิ" 

ภามเปิดดูรูปสเกตช์พลางหัวเราะในคอ นัยน์ตาสีเข้มวาววับไปด้วยความเอ็นดู

"ใครแอบมองกัน! ภามมโนไปเองทั้งนั้น เอาคืนมาเลยนะ ไม่งั้นริต้าจะไม่คุยด้วยจริงๆ ด้วย" 

เธอทำหน้ายุ่ง พองลมที่แก้มสองข้างอย่างน่ารัก

เห็นท่าทีเง้างอนของคนตัวเล็กภามก็ยอมใจอ่อน ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ ก่อนจะลดมือลงและส่งสมุดคืนให้เธอ แต่แทนที่จะถอยห่าง เขากลับขยับขาก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างทั้งสองเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว

ภามหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กขึ้นมาเช็ดเหงื่อที่คออย่างไม่ใส่ใจ สายตาคมกริบคู่เดิมจ้องมองลงมาที่ดวงตากลมโตของริต้าด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งขึ้น ชายหนุ่มโน้มตัวลงมาเล็กน้อยจนระดับสายตาเท่ากัน

"ขู่เก่งจริงนะ... รู้ใช่ไหมว่าภามยอมริต้าแค่คนเดียว" 

น้ำเสียงทุ้มต่ำติดขี้อ้อนเอ่ยขึ้นช้าๆ

ริต้าชะงัก หัวใจเต้นแรงระทึกขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ ความสัมพันธ์ของพวกเขามันเกินคำว่า 'เพื่อนเล่นตอนเด็ก' มาพักใหญ่แล้ว ทุกคนในวงสังคมต่างรู้ดีว่าทายาทตระกูลวรโชติเมธีและศิริพิพัฒน์กุลสนิทสนมกันแค่ไหน แต่ความรู้สึกพิเศษที่เพิ่งก่อตัวขึ้นในหัวใจของเด็กวัยรุ่นทั้งสอง เป็นสิ่งที่ยังไม่มีใครเอ่ยมันออกมาตรงๆ

"ยอมอะไรกัน... ภามชอบแกล้งริต้าตลอดต่างหาก" 

เธออ้อมแอ้มตอบ หลบสายตาอบอุ่นที่ทำให้หัวใจปั่นป่วน

"ไม่ได้แกล้ง... เขาเรียกว่าเรียกร้องความสนใจต่างหาก" 

ภามยิ้มกว้างรอยยิ้มสว่างไสวที่เคยทำให้โลกทั้งใบของริต้าสดใส ชายหนุ่มยกมือหนาขึ้นไปจับปอยผมที่ปลิวมาเกาะแก้มเนียนของเธอทัดเข้าที่ใบหูอย่างเบามือ นิ้วเรียวแกล้งไล้ผ่านพวงแก้มใสนุ่มนวล

"ริต้า..." 

ภามเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น ดวงตาสีเข้มฉายแววความรู้สึกที่เก็บซ่อนไว้ไม่ไหวอีกต่อไป

"หืม?"

"เลิกเป็นเพื่อนกันเหรอ"

ริต้าเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความตกใจ หัวใจวูบไหว 

"หมายความว่ายังไง..."

"ภามไม่อยากเป็นแค่เพื่อนเล่นตอนเด็กของริต้าอีกแล้ว" 

ภามคว้ามือเรียวเล็กของเธอมากุมไว้แน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาซึมผ่านเข้ามาถึงหัวใจ 

"คบกับภามนะ... ให้ภามได้ดูแลริต้าในฐานะแฟนได้ไหม?"

คำสารภาพรักตรงไปตรงมากลางสนามบาสเกตบอลยามเย็น วันนั้นไม่มีดอกไม้หรูหราไม่มีบรรยากาศโรแมนติกในร้านอาหารห้าดาว มีเพียงเสียงลมพัดและกลิ่นเหงื่ออ่อนๆ ของชายหนุ่มที่เธอรักมาตลอด แต่สำหรับริต้าแล้ว... มันคือช่วงเวลาที่เพียบพร้อมและงดงามที่สุดในชีวิต

ริต้ามองสบสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและความอบอุ่นของภาม ก่อนจะพยักหน้ารับเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มที่สดใสที่สุด

"อื้อ... ตกลงค่ะ"

ในวินาทีนั้น ภามยิ้มร่าด้วยความดีใจ ชายหนุ่มรวบตัวร่างบางเข้ามาโอบกอดไว้แน่นจนตัวลอย ริต้าซบหน้าลงกับอกแกร่ง ได้ยินเสียงหัวใจของภามที่เต้นระทึกไม่แพ้กัน...

นั่นคือจุดเริ่มต้นของความรักหวานชื่นตลอด 2 ปีในวัยมัธยมปลาย

ตลอดสองปีที่คบกัน ภามกลายเป็น 'แฟนหนุ่มเพอร์เฟกต์' ที่ใครๆ ต่างพากันอิจฉาริต้า

ชายหนุ่มที่ขึ้นชื่อเรื่องความถือตัวและเข้าถึงยากในสายตาของคนอื่น กลับกลายเป็นคนละคนเมื่ออยู่กับริต้า ภามจำได้ทุกรายละเอียดเกี่ยวกับเธอ ไม่ว่าจะเป็นระดับความหวานของชาไข่มุก ร้านเค้กเจ้าโปรดที่ต้องไปเข้าคิวรอหรือแม้กระทั่งวันที่เธอมีประจำเดือน ภามจะคอยเตรียมกระเป๋าน้ำร้อนและถุงขนมหวานมาวางไว้บนโต๊ะเรียนของเธอเสมอโดยไม่ต้องเอ่ยปากขอ

มีอยู่ครั้งหนึ่งในช่วงสอบปลายภาคมัธยมปลาย ริต้าเครียดมากจนแอบมานั่งร้องไห้อยู่คนเดียวที่ห้องซ้อมดนตรีเก่าหลังโรงเรียน ภามที่ออกตามหาเธอจนทั่ว โดดคลาสติววิชาฟิสิกส์เพื่อมานั่งข้างๆ เธอ ชายหนุ่มไม่ได้เอ่ยคำปลอบประโลมที่หรูหรา แต่กลับหยิบกีตาร์โปร่งตัวเก่าขึ้นมาเกาเพลงรักเบาๆ พร้อมกับร้องเพลงให้เธอฟังด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล เพื่อสร้างรอยยิ้มให้เธอกลับคืนมา

'อย่าร้องไห้เลยนะคนเก่ง... ภามอยู่ตรงนี้เสมอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ภามไม่มีวันทิ้งริต้าหรอก'

และภาพจำที่ชัดเจนที่สุด คือการแข่งขันบาสเกตบอลนัดชิงชนะเลิศระดับโรงเรียนอินเตอร์

วันนั้นอัฒจันทร์แน่นขนัดไปด้วยผู้คน เสียงเชียร์ดังกระหึ่ม ภามในฐานะกัปตันทีมลงเล่นด้วยความทุ่มเท วินาทีสุดท้ายของการแข่งขัน สกอร์เท่ากันที่ 78-78 เหลือเวลาเพียง 3 วินาที ภามได้ครองบอล ชายหนุ่มเลี้ยงหลบผู้เล่นฝั่งตรงข้ามสองคน ก่อนจะกระโดดชู้ตลูกบาสจากระยะไกลสามแต้มกลางอากาศ

กริ๊งงงงง!

เสียงสัญญาณหมดเวลาดังพร้อมกับลูกบาสที่ลอยสวบลงตาข่ายอย่างงดงาม ทีมของภามชนะ!

เสียงเฮฮาและเสียงกรีดร้องด้วยความยินดีดังลั่นสนาม เพื่อนร่วมทีมทุกคนวิ่งเข้ามาจะสวมกอดและอุ้มกัปตันทีม แต่ภามกลับชูมือขึ้นเบรกเพื่อนๆ ชายหนุ่มเดินแหวกฝูงชนคว้าลูกบาสเกตบอลลูกประวัติศาสตร์นั้นไว้ แล้วออกวิ่งตรงไปยังอัฒจันทร์ฝั่งที่ริต้านั่งอยู่

ท่ามกลางสายตานับพันคู่และกล้องถ่ายรูปที่กดชัตเตอร์ระงม ภามเดินขึ้นมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ ชายหนุ่มที่เหงื่อโซมกายยื่นลูกบาสเกตบอลลูกนั้นให้ริต้า พร้อมกับรอยยิ้มที่สว่างไสวที่สุดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะมีได้

'ลูกนี้เพื่อริต้านะครับ... ชัยชนะของภามเป็นของริต้าคนเดียว'

ในวันนั้น ริต้ารู้สึกราวกับตัวเองเป็นเจ้าหญิงที่โชคดีที่สุดในโลก ความรักของพวกเขามันงดงามและบริสุทธิ์ ไร้ซึ่งรอยแตกร้าวใดๆ ทั้งคู่สัญญากันไว้ว่าจะเรียนต่อมหาวิทยาลัยเดียวกัน จะเติบโตไปด้วยกัน และจะจับมือกันไปจนถึงวันแต่งงานในอนาคต

อ้อมกอดแสนอบอุ่น... รสสัมผัสจูบแรกอันอ่อนหวานที่แอบซ่อนอยู่หลังห้องสมุดยามเย็น... และสายตาที่เต็มไปด้วยความรักอย่างสุดหัวใจของภาม…

ทุกอย่างมันเคยเกิดขึ้นจริง... ไม่ใช่เรื่องโกหก

"ริต้า... ริต้า! แกเป็นอะไรหรือเปล่า?"

เสียงของกล้วยไม้ฉุดดึงริต้าให้หลุดออกจากห้วงความทรงจำในอดีต ภาพความหวานชื่นสลายหายไป เลือนหายไปกับอากาศธาตุ เหลือเพียงความจริงอันหนาวเย็นในปัจจุบัน

ริต้าลืมตาขึ้นช้าๆ มองจานเค้กและแก้วชาที่วางอยู่ตรงหน้า มือเรียวที่ประสานกันอยู่บนตักสั่นไหวเล็กน้อย ใบหน้าสวยงามเพียบพร้อมบัดนี้ปรากฏรอยยิ้มขื่นขม

นึกถึงอดีตไปก็เท่านั้น... เพราะภามในวันนั้น ได้ตายจากไปนานแล้ว

เด็กหนุ่มแสนอบอุ่นที่เคยวิ่งเอาน้ำมาให้เธอ ชายหนุ่มที่เคยชู้ตบาสเพื่อเธอ บัดนี้กลายเป็นเพียงเสือยิ้มยากผู้เย็นชา ชายหนุ่มที่เดินผ่านเธอไปเหมือนคนไม่รู้จัก และเอ่ยคำใจร้ายอย่าง 'ใครวะ? กูจำไม่ได้' ออกมาได้อย่างหน้าตาเฉย

ความรัก 2 ปีที่งดงาม... กลายเป็นเพียงเศษซากความทรงจำที่เหลือทิ้งไว้บาดลึกในหัวใจของเธอเพียงคนเดียว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป