บทที่ 6 'งานคณะ'
ลมราตรีหนาวเย็นด้านนอกระเบียงเมื่อคืนนั้นยังคงทิ้งความรู้สึกอ้างว้างไว้ในใจของริต้า แต่ภารกิจในฐานะตัวแทนนิสิตดาวคณะบริหารธุรกิจทำให้เธอไม่มีเวลาซึมซับความเจ็บปวดได้นานนัก เช้าวันต่อมา บริเวณลานกิจกรรมกลางมหาวิทยาลัยถูกเสียงดนตรีสดจากเวทีกลางของงานราตรีราตรีไนท์ประจำคณะบริหารธุรกิจดังกระหึ่มไปทั่วลานกิจกรรม แสงไฟสปอตไลท์พาสเทลสลับสีวูบวาบตัดกับซุ้มไฟปิงปองที่ประดับประดาอย่างหรูหรา บรรยากาศรอบข้างคึกคักไปด้วยนิสิตหลากชั้นปี แต่ความครึกครื้นทั้งหมดกลับคล้ายถูกแช่แข็งในฉับพลัน เมื่อสองกลุ่มคนที่มีอิทธิพลสูงสุดในสายตาของคนทั้งคณะเดินเข้ามาหยุดยืนเผชิญหน้ากันอยู่ ณ ใจกลางลานโซน VVIP
ทางฝั่งซ้าย คือกลุ่มเพื่อนของ ภามชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาในชุดสูทลำลองแบรนด์เนมสีเข้มที่ทับเสื้อเชิ้ตแปลกตา ปลดกระดุมสองเม็ดบนเผยให้เห็นสายสร้อยเงินแท้ ด้านหลังของเขาคือ คิริน หนุ่มหล่อสายเปย์เจ้าของรอยยิ้มกวนประสาทที่กำลังหมุนแก้วค็อกเทลในมือเล่น และ เรย์ หนุ่มหน้านิ่งสายขรึมผู้ถือคติไม่สนใจโลกแต่พร้อมบวกด้วยสายตาเย็นชา ทั้งสามคนยืนกอดอกด้วยท่าทีผ่อนคลาย แต่กลับแผ่รังสีความกดดันแบบลูกคุณหนูสายเปย์ออกมาจนคนรอบข้างต้องขยับถอยห่าง
ขณะที่ทางฝั่งขวา คือกลุ่มของ ริต้าดาวคณะสุดแซ่บในชุดเดรสเกาะอกสีแดงไวน์ที่ขับผิวขาวออร่าให้สะดุดตา เธอสวมส้นสูงสามนิ้วเพิ่มความสง่า ด้านข้างคือ มินนี่ เพื่อนสาวสายปาร์ตี้ปากแจ๋วที่กำลังจิกสายตามองฝั่งตรงข้ามอย่างไม่ลดละ และ นาน่า สาวหวานซ่อนเปี้ยวผู้ทำหน้าที่คอยดึงสติเพื่อน แต่ครั้งนี้แววตาของเธอกลับฉายแววไม่ยอมคนเช่นกัน
"ว้าว... นึกว่าเข้าผิดงาน ซุ้มจองโต๊ะโซนนี้เขามีไว้สำหรับคนที่ลงทะเบียนล่วงหน้าไม่ใช่เหรอคะ? หรือเดี๋ยวนี้สิทธิพิเศษ VVIP แปลว่า ‘อยากยึดโต๊ะใครก็ยึดได้’ กันแน่?"
ริต้าเปิดฉากด้วยน้ำเสียงเรียบนุ่ม ทว่าแฝงด้วยความคมกริบ เธอสะบัดเรือนผมลอนสวยไปด้านหลัง สายตาสวยคมจ้องตรงไปยังภามอย่างไม่เกรงกลัว
คิรินหัวเราะเบาๆ ในคอ นัยน์ตาสีเข้มฉายแววขี้เล่นขณะก้าวขึ้นมาขนาบข้างภาม
"ขัดจังหวะจริงคุณดาวคณะ... โต๊ะนี้พวกผมจองผ่านกรรมการสโมสรนักศึกษาตั้งแต่เดือนที่แล้ว แถมจ่ายราคาประมูลสมทบทุนคณะไปสามเท่า ถ้าจะถามหาเรื่องสิทธิ์ ผมว่าพวกคุณต่างหากที่เดินเข้ามาผิดถิ่น?"
"ราคาประมูลสามเท่า?"
มินนี่ก้าวออกมาข้างหน้า กอดอกพลางเค่นยิ้ม
"อย่ามาใช้วิธีเอาเงินทุ่มแล้วกลบหัวคนอื่นหน่อยเลยคิริน! ป้ายชื่อกลุ่มริต้าติดอยู่บนป้ายหลากสีตรงโต๊ะนี้เห็นๆ ทางคณะเปรยไว้ตั้งแต่วันก่อนแล้วว่านี่คือโต๊ะVIP ของสโมสรฯ สำหรับฝ่ายกิจกรรม!"
"ป้ายกระดาษโง่ๆ ที่ใครจะมาแปะเมื่อไหร่ก็ได้เนี่ยนะ?"
เรย์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้อารมณ์ แต่คำว่า 'โง่ๆ' ทำเอาฝั่งสาวๆ ของริต้าควันออกหู
"ปากเสีย!"
นาน่าสวนทันควัน
"พวกนายมันก็แค่กลุ่มผู้ชายเอาแต่ใจ ใช้เงินแก้ปัญหาไปวันๆ ไม่เคยเห็นหัวคนอื่นที่เขาช่วยงานคณะจริงๆ จังๆ เลยสักนิด!"
ความตึงเครียดพุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุด ผู้คนโดยรอบเริ่มซุบซิบและหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาอัดคลิป บรรยากาศกลายเป็นสนามรบกลางงานราตรีโดยสมบูรณ์
ภามที่เงียบมาตลอดค่อยๆ ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างสูงโปร่งซ่อนรูปในชุดสูทเนื้อดีตึงแน่นขึ้นเล็กน้อยตามจังหวะการเคลื่อนไหว เขามองหน้าริต้าด้วยสายตานิ่งสงบ แต่ดวงตาดำสนิทคู่นั้นกลับลึกล้ำยากจะคาดเดา เขายกมือขึ้นเล็กน้อยเป็นสัญญาณให้คิรินและเรย์เงียบเสียงลง
"ริต้า"
ภามเอ่ยชื่อเธอด้วยเสียงทุ่มต่ำ เรียบเย็น ทว่าดึงดูดความสนใจของทุกคนในบริเวณนั้น
"ถ้าเธอคิดว่ากลุ่มของเธอควรได้นั่งตรงนี้มากกว่า... มีเหตุผลอะไรที่น่าฟังกว่าเรื่อง 'ป้ายกระดาษ' ไหม?"
ริต้าเชิดหน้าขึ้นรอยยิ้มท้าทายจุดประกายบนริมฝีปากสีแดงสด เธอขยับเข้าไปใกล้ภามจนระยะห่างเหลือเพียงไม่ถึงก้าว กลิ่นหอมหวานของน้ำหอมเคาน์เตอร์แบรนด์ลอยเตะจมูกชายหนุ่ม
"เหตุผลเหรอภาม?"
ริต้ากระซิบเสียงเรียบ แต่ได้ยินชัดเจนทั่วกัน
"เพราะงานนี้กลุ่มฉันเป็นคนจัดเตรียมสถานที่ ทำงานเหงื่อหยดตลอดสัปดาห์ ในขณะที่กลุ่มพวกนายแค่วางเงิน แล้วเดินเข้ามาเสพสุขเสวยสุขบนผลงานของคนอื่น... ถ้านายคิดว่าเงินซื้อได้ทุกอย่าง นายก็ซื้อ 'ความเกรงใจ' จากฉันไม่ได้หรอก"
คำพูดของริต้าเหมือนศรที่พุ่งตรงเข้าใส่กลางอก กลุ่มเพื่อน VVIP ของภามชะงักไปเล็กน้อย แต่ภามยังคงรักษารอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าคมคายไว้ได้ เขาประสานสายตากับเธอโดยไม่หลบ
"งั้นเหรอ..."
ภามเอียงคอเล็กน้อย ก่อนจะคลี่ยิ้มมุมปากที่ทำเอาสาวๆ ในบริเวณนั้นใจสั่น
"งั้นเอาแบบนี้ไหม... ในเมื่อเธอพูดเรื่อง 'งานคณะ' โต๊ะนี้มีสองฝั่ง ยาวพอสำหรับแปดคน แทนที่จะมายืนเถียงกันให้คนอื่นถ่ายคลิปเอาไปลงเพจคณะ... นั่งด้วยกันสิ"
ข้อเสนอของภามทำเอาทั้งสองฝ่ายชะงัก มินนี่และคิรินหันมามองหน้ากันด้วยความตกตะลึง
"นายว่าไงนะภาม?!"
คิรินถามเสียงสูง
"ไม่มีทาง! ใครจะไปนั่งกับผู้ชายปากเสียพวกนี้!"
มินนี่โวยวายขึ้นทันที
ทว่า ริต้ากลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของภาม เธอเห็นความท้าทายและชนวนสงครามประสาทที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งสงบนั้น ชายหนุ่มไม่ได้ยอมถอย แต่กำลังเชิญชวนเธอเข้าสู่ 'เกม' หมากกระดานใหม่กลางงานราตรีแห่งนี้
"ได้สิ"
ริต้ายิ้มรับอย่างไม่ยอมแพ้ น้ำเสียงของเธอมั่นคง
"นั่งด้วยกัน... แล้วมาดูกันว่าคืนนี้ ใครกันแน่ที่จะต้องเป็นฝ่ายทนนั่งไม่ติดจนต้องลุกออกไปก่อน"
ความตึงเครียดที่ลอยอบอวลอยู่กลางโซน VVIP พุ่งสูงขึ้นจนแทบกลั้นหายใจ เมื่อสองกลุ่มยอมตกลงนั่งร่วมโต๊ะยาวสเตนเลสประดับไฟซ่อนตัวเดียวกัน ฝั่งซ้ายคือกลุ่มหนุ่มสุดฮอตทรงอิทธิพล ส่วนฝั่งขวาคือกลุ่มดาวคณะสุดแซ่บ การเผชิญหน้าแบบระยะกระชั้นชิดในระยะไม่ถึงหนึ่งเมตรทำให้บรรยากาศรอบโต๊ะอบอ้าวขึ้นมาอย่างประหลาด แม้ลมยามค่ำคืนจะพัดผ่านเข้ามาเรื่อยๆ ก็ตาม
ภามนั่งลงฝั่งตรงข้ามริต้าโดยสมบูรณ์ ชายหนุ่มเอนหลังพิงเก้าอี้ด้วยท่าทีสบายๆ ท่อนแขนแกร่งยกขึ้นวางพาดขอบโต๊ะ เผยนาฬิกาเรือนเรือนหรูระดับเรือนล้านที่สะท้อนแสงไฟพาสเทลวูบวาบ สายตาคมกริบจ้องมองตรงมาที่หญิงสาวฝั่งตรงข้ามโดยไม่คิดจะหลบ ขณะที่คิรินและเรย์นั่งขนาบข้าง เช่นเดียวกับมินนี่และนาน่าที่นั่งประกบริต้าไว้แน่น
"รับอะไรดีครับคุณหนูบริหารฯ?"
คิรินเปิดฉากด้วยน้ำเสียงกวนๆ พลางโบกมือเรียกบริกรเลานจ์ให้ยกถาดเครื่องดื่มแชมเปญชั้นเลิศและค็อกเทลสูตรพิเศษมาวางกลางโต๊ะ
"สั่งเพิ่มได้เต็มที่นะ... คืนนี้กลุ่มวิศวะเลี้ยงเอง ถือว่าจ่ายค่าเช่าพื้นที่โต๊ะ"
"ขอบคุณในความสปอร์ตนะคิริน"
มินนี่เอ่ยพร้อมเค่นยิ้ม ชายตาพ้อยามยกแก้วแชมเปญขึ้นมาถือ
"แต่พวกรู้จักคำว่า ‘เกรงใจ’ คงไม่ต้องรบกวนเงินกระเป๋าพวกนายหรอก ของพวกนี้สโมสรนักศึกษาเตรียมไว้ให้ฝ่ายจัดงานอยู่แล้ว"
"เหรอ? แต่ฉันเห็นว่าเหล้าในถังน้ำแข็งฝั่งเธอมันเริ่มละลายจนเจือจางหมดแล้วนะ"
เรย์ที่ปกติไม่ค่อยพูดแทรกขึ้นมาราบรื่นพลางดันถังแชมเปญแบรนด์หรูจากฝั่งตนเองข้ามเส้นแบ่งกลางโต๊ะไปเบาๆ
"จิบนี่หน่อยไหม? น่าจะรสชาติดีกว่าน้ำเปล่าผสมแอลกอฮอล์ฝั่งนั้น"
นาน่าจิ๊ปากเบาๆ ก่อนจะดันถังแชมเปญกลับไปทันควัน
"เก็บไว้ดื่มเองเถอะค่ะ พวกเราชอบรสชาติของความพยายาม มากกว่ารสชาติของ ‘การอวดรวย’ ไปวันๆ"
สงครามประสาทริมโต๊ะของกลุ่มเพื่อนเริ่มดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ เสียงแก้วกระทบกันดัง กริ๊ง สลับกับคำแขวะกัดกัดกันอย่างมีชั้นเชิง ทว่าระหว่าง 'ภาม' และ 'ริต้า' กลับมีความเงียบสงบที่น่ากลัวปกคลุมอยู่
ริต้ายกแก้วค็อกเทลสีหวานขึ้นจิบช้าๆ กลิ่นหอมหวานซ่อนความเปรี้ยวของเบอร์รี่กลบความขื่นขมในอก เธอพยายามไม่โฟกัสไปที่สายตาคมเข้มของคนฝั่งตรงข้าม แต่ทุกการเคลื่อนไหวของภามกลับเด่นชัดในประสาทสัมผัสของเธออย่างน่าหงุดหงิด ภามปลดกระดุมเชิ้ตเม็ดบนเพิ่มอีกเม็ดเพราะความร้อน ท่าทางเรียบเฉยแต่ดึงดูดสายตานั้นทำให้สาวๆ หลายโต๊ะรอบข้างแอบมองมาไม่ขาดสาย
"จิบแต่อะไรหวานๆ แบบนั้น... ระวังจะเลี่ยนเอาได้นะ"
เสียงทุ้มต่ำติดห้าวของภามดังแทรกขึ้นมาตรงๆ สายตาคมจ้องมองริมฝีปากอิ่มสีแดงสดของริต้าที่เพิ่งละออกจากขอบแก้ว คราบน้ำค็อกเทลวาววับสะท้อนแสงไฟบนริมฝีปากเธอ ยิ่งส่งให้เธอดูน่ามองจนน่าประหลาด
ริต้าเงยหน้าขึ้นสบสายตากับภามโดยตรงนัยน์ตาคู่สวยฉายแววท้าทายไม่มีร่องรอยของความอ่อนแอในอดีตเหลือให้เห็น
"ฉันชอบความหวานที่ชัดเจน ดีกว่าพวกชอบกินอะไรขมๆ แต่แสร้งทำเป็นกลมกล่อม... จริงไหมคะ?"
คำตอบกัดเหน็บฉมังทำเอาภามยกยิ้มมุมปาก ชายหนุ่มโน้มตัวข้ามโต๊ะเข้ามาเล็กน้อย กลิ่นน้ำหอมเปลือกไม้ผสมกลิ่นบุหรี่อ่อนๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของเขาลอยมากระทบประสาทสัมผัสริต้าจนหัวใจเธอแอบกระตุกวูบ
"งั้นเหรอ... แต่บางที ความขมมันก็มีเสน่ห์ตรงที่มัน 'จริง' และ 'ไม่หลอกตัวเอง' เหมือนความหวานฉาบฉวยนะ"
ภามใช้นิ้วเรียวยาวหมุนแก้วบรั่นดีในมือเล่น น้ำสีอำพันไหวระริกตามจังหวะ
"หรือว่าเธอลืมไปแล้วว่ารสชาติที่แท้จริงมันเป็นยังไง?"
คำว่า 'ลืม' ถูกเน้นย้ำด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ราวกับจะตอกย้ำเหตุการณ์ที่คาเฟ่ ที่เขาเคยพูดต่อหน้าทุกคนว่าจำเธอไม่ได้ ริตารู้สึกเหมือนโดนเข็มเล็กๆ สะกิดลงบนบาดแผลเดิม แต่เธอเลือกที่จะยิ้มหวานตอบกลับไปอย่างสง่างาม
"ฉันไม่เคยลืมหรอกค่ะภาม... โดยเฉพาะรสชาติขมๆ ของบางอย่างที่เคยลองแล้วพบว่ามัน 'ไร้ราคา' จนไม่ควรค่าแก่การจำ"
สายตาของทั้งคู่ปะทะกันกลางอากาศเหมือนมีกระแสไฟฟ้ารุนแรงแล่นผ่าน คิรินและมินนี่ที่กำลังเถียงกันอยู่ถึงกับหยุดชะงัก ชายตามามองสองตัวหลักประจำโต๊ะที่กำลังปล่อยรังสีเชือดเฉือนใส่กันอย่างไม่มีใครยอมใคร
ภามหัวเราะในคอเบาๆ นัยน์ตาสีเข้มวูบไหวไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอ่านออก เขายกแก้วบรั่นดีขึ้นดื่มจนหมดในคอเดียว ก่อนจะวางแก้วลงบนโต๊ะเสียงดัง กึก
"ไร้ราคาอย่างนั้นเหรอ..."
ภามพึมพำเสียงเบา ทว่าสายตายังคงจับจ้องใบหน้าหวานของริต้าไม่วางตา
"งั้นคืนนี้ก็ลองนั่งดูต่อไปแล้วกัน... ว่าไอ้สิ่งที่เธอคิดว่าไร้ราคา มันจะทำให้เธอรำคาญใจจนต้องเป็นฝ่ายลุกหนีไปก่อน หรือเปล่า"
"ไม่มีทาง"
ริต้าเชิดหน้าตอบด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว
"เพราะคนอย่างฉัน... ไม่เคยยอมถอยให้ขยะที่เกะกะสายตาอยู่แล้ว"
เกมการปะทะอารมณ์บนโต๊ะ VVIP เพิ่งเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางเสียงดนตรีบีตหนักๆ ของงานราตรี และสายตาของคนทั้งคณะที่กำลังจ้องมองสงครามเงียบระหว่างอดีตคนรักคู่ประวัติศาสตร์อย่างไม่ละสายตาตา
