บทที่ 7 'ความว่างเปล่า'

แสงแดดยามสี่โมงเย็นส่องลอดผ่านทิวต้นกัลปพฤกษ์หน้าอาคารเรียนรวมคณะบริหารธุรกิจ กระทบลงบนโต๊ะหินอ่อนขัดมันที่ริต้านั่งอยู่ เสียงหัวเราะสดใสของ มิลิน และ กล้วยไม้ ดังขึ้นเป็นระยะๆ เมื่อมิลินกำลังไล่เปิดดูโปรไฟล์ของชายหนุ่มทายาทตระกูลดังหลายคนในแท็บเล็ต เพื่อสแกนหา "แคนดิเดต" ที่สมบูรณ์แบบที่สุดให้กับเพื่อนสนิท

"คนนี้ชื่อ ’แทนไท’ ทายาทอสังหาฯ เจ้าของตึกสูงแถวสาทร ปีสี่ คณะเศรษฐศาสตร์" 

มิลินยื่นหน้าจอแท็บเล็ตมาตรงหน้าริต้า ในภาพคือชายหนุ่มลุคอบอุ่น สวมแว่นตาตาตาเรียบหรูในชุดสูทสไตล์มินิมอล 

"ดีกรีนักเรียนนอกเหมือนแก นิสัยนุ่มนวล สุภาพ สเปกบุตรชายคนโตที่พร้อมแต่งงานสุดๆ"

"และที่สำคัญ..." 

กล้วยไม้เอ่ยเสริมด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน พลางวางแก้วชาคาโมมายล์ร้อนลงตรงหน้าริต้า 

"เขาไม่มีประวัติเรื่องเจ้าชู้ หรือปาร์ตี้มั่วสุมเหมือนใครบางคนแถวคณะวิศวะฯ แน่นอนจ้ะริต้า"

ริต้ามองภาพชายหนุ่มบนหน้าจอ นัยน์ตาสวยหวานแฝงรอยยิ้มจางๆ เธอพยักหน้ารับเบาๆ 

"ดูดีจ้ะ... นิสัยก็น่าจะเข้ากันได้ง่าย"

"ถ้างั้น เย็นนี้เลิกคลาสแล้ว ไปกินมื้อค่ำกับพี่เขานะ" 

มิลินรวบรัดตัดความทันทีพร้อมกับฉายรอยยิ้มทรงเสน่ห์ 

"พี่เขาจองห้องอาหารอิตาเลียนชั้นดาดฟ้าแถวหลังสวนไว้แล้ว แกเปิดใจหน่อยนะริต้า... เลิกล็อกตัวเองไว้กับเศษซากความทรงจำห่วยๆ สักที"

คำว่า 'เปิดใจ' และ 'เศษซากความทรงจำ' ทำให้อกข้างซ้ายของริต้ารู้สึกวูบโหว่ง

ตั้งแต่เหตุการณ์ปะทะกันอย่างรุนแรงบนโต๊ะ VVIP กลางงานราตรีคณะบริหารฯ วันนั้น สายตาเย็นชาและประโยคเชือดเฉือนของภามยังคงหลอกหลอนเธอทุกครั้งที่หลับตา เธอรู้ดีว่าการแอบมองเขาเดินสวนกันเหมือนคนไม่รู้จัก หรือกระทั่งการสบตากันด้วยความเกลียดชังปลอมๆ มันกำลังกัดกินหัวใจเธอทีละน้อย การดึงใครสักคนเข้ามาในชีวิตอาจเป็นทางออกเดียวที่ช่วยฉุดเธอขึ้นมาจากปลักความทรงจำเดิมๆ

"อื้อ..." 

ริต้าตอบตกลงด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล 

"ฉันจะลองดู"

บรรยากาศยามค่ำคืนในร้านอาหารอิตาเลียนระดับ Fine Dining บนชั้นดาดฟ้าของโรงแรมหรู อบอวลไปด้วยแสงไฟสลัวโทนส้มอุ่น เสียงเพลงแจ๊สบรรเลงแผ่วเบาด้วยเบสและเปียโน คลอไปกับทิวทัศน์ขอบฟ้าของกรุงเทพมหานครยามค่ำคืนที่ประดับประดาด้วยแสงไฟกระจายตัวดั่งหยาดดาว

แทนไท นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของริต้า ชายหนุ่มอยู่ในชุดเชิ้ตสีฟ้าอ่อนพับแขนอย่างประณีต บุคลิกสง่างาม สุภาพและมีกิริยามารยาทตามแบบฉบับลูกผู้ดีทุกประการ เขารับหน้าที่ดูแลริต้าอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ทั้งการคอยบริการรินไวน์แดง หั่นสเต๊ก หรือแม้กระทั่งการตั้งใจฟังเธอพูดพร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่นเสมอ

"เห็นมิลินบอกว่าน้องริต้าชอบงานศิลปะยุคอิมเพรสชันนิสม์ใช่ไหมครับ?" 

แทนไทเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล นัยน์ตาหลังแว่นตาสายตาฉายแววเอ็นดู 

"พอดีเดือนหน้าพี่มีบัตรเชิญเข้าชมงานประมูลภาพวาดส่วนตัวที่หอศิลป์ตระกูลพี่ ถ้าเป็นไปได้... อยากชวนน้องริต้าไปด้วยกันครับ"

"ขอบคุณมากค่ะพี่แทน" 

ริต้าระบายยิ้มหวาน ตอบรับตามมารยาททางสังคมที่ถูกฝึกฝนมาตั้งแต่เด็ก 

"ริต้าชอบภาพวาดแนว Monet มากเลยค่ะ ถ้ามีโอกาสคงยินดีมากๆ"

"ดีใจจังครับที่น้องริต้าสนใจ" 

แทนไทยิ้มกว้าง มือหนาขยับมาแตะหลังมือเรียวของเธอเบาๆ บนโต๊ะอาหารเพื่อแสดงความสนิทสนม 

"ความจริง... พี่แอบมองน้องริต้ามาตั้งแต่งานกาลาของตระกูลเมื่อปีที่แล้วแล้วนะ แต่ตอนนั้นเห็นว่าเรายังไม่พร้อม พอได้คุยกับเราวันนี้แล้ว... พี่ยิ่งรู้สึกว่าน้องริต้าเป็นผู้หญิงที่พิเศษมากๆ"

คำพูดหวานหู สัมผัสอันอบอุ่น และการให้เกียรติอย่างสมบูรณ์แบบ... ทุกอย่างที่แทนไททำ มันคือสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนในโลกต่างโหยหา

ทว่า... ริต้ากลับรู้สึกเพียง 'ความว่างเปล่า'

สัมผัสอบอุ่นจากมือของแทนไทบนผิวเนื้อของเธอ ไม่ได้สร้างความสั่นไหวใดๆ ในหัวใจแม้แต่น้อย ไม่มีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่าน ไม่มีอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ ไม่มีความรู้สึกวาบหวามเหมือนอย่างที่ใครบางคนเคยทำไว้เพียงแค่ขยับเข้ามาใกล้

‘ทำไมกันนะ... ทั้งที่เขาแสนดีขนาดนี้’ 

ริต้าคิดในใจ พยายามบังคับตัวเองให้ยิ้มสู้ พยายามเปิดประตูหัวใจที่ปิดตายไว้ แต่ยิ่งพยายามดันประตูบานนั้นเท่าไร เธอก็ยิ่งพบว่าล็อกเหล็กที่พันธนาการมันไว้... มีเพียงรอยจูบและอ้อมกอดในอดีตของ ภากร เท่านั้นที่เป็นลูกกุญแจ

ขณะที่ริต้ากำลังพยายามจะเอ่ยชวนแทนไทคุยเรื่องอื่นเพื่อกลบความอึดอัดในใจ เสียงแก้วกระทบโต๊ะพร้อมกับเสียงหัวเราะกังวานจากโซน VVIP ด้านในของร้านก็ดังแทรกเข้ามา

"เฮ้ย ภาม! ดื่มหนักไปเปล่าวะคืนนี้? พรุ่งนี้มึงมีซ้อมบาสฯ เช้าไม่ใช่เหรอ?" 

เสียงของเตชินท์ดังขึ้นลอยๆ

ริต้าชะงักกึกทันที ร่างกายของเธอตอบสนองต่อชื่อนั้นโดยอัตโนมัติ สายตากลมโตแอบมองผ่านกระถางต้นไม้ประดับเลานจ์ไปยังมุมโซฟารอบดาดฟ้า

ตรงนั้น... ภาม นั่งวางท่าสบายๆ อยู่ท่ามกลางกลุ่มเพื่อน VVIP และหญิงสาวหน้าตาสวยเฉียบดีกรี นางแบบอินเตอร์ในชุดเดรสเว้าหลัง ชายหนุ่มสวมเชิ้ตสีดำสนิทปลดกระดุมลงต่ำ เผยให้เห็นแผงอกแน่น และสร้อยเงินแท้ เรือนผมสีดำยุ่งนิดๆ เพิ่มความหล่อร้ายอันตราย มือข้างหนึ่งของเขากำลังถือแก้วบรั่นดีหมุนวนไปมา ส่วนหญิงสาวข้างกายกำลังเอียงซบไหล่หนาอย่างออดอ้อน

ภามกำลังจิบเหล้าพร้อมกับคุยกับเพื่อนด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไร้ความรู้สึกรักใคร่ต่อหญิงสาวที่พยายามประคบประถมเขา ชายหนุ่มดูเหมือนพวกเพลย์บอยที่ไม่เคยแยแสโลกและไม่คิดจะผูกมัดกับใครอย่างแท้จริง

แต่นาทีนั้นเอง... สายตาคมกริบคู่ซีเรียสของภามกลับตวัดหันมาทางโต๊ะของริต้า ราวกับเขารู้อยู่แล้วว่าเธอนั่งอยู่ตรงนี้ตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้ามา

สายตาของทั้งสองปะทะกันกลางอากาศ…

ภามมองเห็นมือของแทนไทที่ยังคงวางแตะอยู่บนหลังมือเรียวของริต้า สายตาคมวาววับขึ้นวูบหนึ่งด้วยกระแสความหงุดหงิดที่ลึกล้ำ ชายหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปากเย้ยหยันก่อนจะละสายตากลับไป หันไปคว้าแก้วไวน์ของหญิงสาวข้างกายขึ้นมาจิบต่อหน้าต่อตาริต้า โดยไม่แยแสเธออีกต่อไป

ความรู้สึกจุกแน่นพุ่งขึ้นมาจ่อที่คอหอยของริต้าทันที

เธออุตส่าห์ออกมากับคนอื่น พยายามเปิดใจ พยายามเริ่มต้นใหม่... แต่แค่มองเห็นภามอยู่กับผู้หญิงคนอื่น และเห็นสายตาเย้ยหยันของเขา หัวใจของเธอก็พังทลายลงมาระเนระนาด ความรู้สึกหึงหวงและโหยหาที่พยายามกดทับเอาไว้พุ่งพล่านจนแทบสำลัก

"น้องริต้า... เป็นอะไรหรือเปล่าครับ? หน้าซีดๆ นะ" 

แทนไทเอ่ยถามด้วยความตกใจเมื่อเห็นมือเรียวของริต้าที่ขยับถอนออกจากมือของเขาอย่างรวดเร็ว

"เปล่าค่ะพี่แทน..." 

ริต้าพยายามฝืนยิ้มอย่างสุดความสามารถ แม้ในดวงตาคู่สวยจะฉายแววความเศร้าอย่างปิดไม่มิด 

"ริต้าแค่... รู้สึกปวดหัวนิดหน่อยน่ะค่ะ"

"งั้นเหรอครับ? ถ้างั้นเดี๋ยวพี่ไปส่งน้องริต้าที่คอนโดเลยดีกว่านะ มื้อนี้พอแค่นี้ก่อนก็ได้ครับ" 

แทนไทแสดงความแสนดีและเป็นสุภาพบุรุษด้วยการลุกขึ้นเตรียมเช็กบิลทันที

ริต้ามองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความรู้สึกผิดเต็มหัวใจ... แทนไทดีทุกอย่าง เพียบพร้อมทุกประการ แต่ความจริงอันน่าสมเพชก็คือ ต่อให้ชายหนุ่มคนนี้จะแสนดีกับเธออีกสักร้อยเท่าพันเท่า…

หัวใจโง่ๆ ดวงนี้ ก็ยังคงปฏิเสธเขา

เพราะในพื้นที่ลึกที่สุดของหัวใจ... มันยังคงถูกจับจองโดย 'เสือร้ายผู้เย็นชา' คนนั้น... คนที่ไม่เคยเห็นค่าเธอเลยแม้น้อยนิด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป