บทที่ 9 ชัยชนะ
เสียงเฮฮาและเสียงปรบมือดังกระหึ่มกึกก้องไปทั่วทั้งบริเวณ V-Speed Circuit เมื่อร่างสูงโปร่งของ 'ภาม' ก้าวขึ้นเหยียบแท่นโพเดียมในตำแหน่งผู้ชนะเลิศอันดับหนึ่ง พลุควันสีทองและสีแดงพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืนตัดกับแสงสปอตไลท์ที่สาดส่องลงมายังจุดศูนย์กลางของสนามแข่ง ช่างภาพจากนิตยสารรถยนต์และสื่อกีฬาต่างรัวชัตเตอร์เก็บภาพแชมป์เปี้ยนผู้ไร้พ่ายกันอย่างบ้าคลั่ง
ทว่า... ท่ามกลางความบ้าคลั่งและเสียงโห่ร้องยินดีของฝูงชน ชายหนุ่มผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดกลับมีเพียงความเย็นชาและรังสีแห่งความคุกรุ่นแผ่ซ่านออกมาจากตัว
ภามรับถ้วยรางวัลคริสตัลสลักชื่อรายการแข่งมาถือไว้ด้วยมือข้างเดียว ใบหน้าคมเข้มที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อและเขม่าควันจางๆ ไร้ซึ่งรอยยิ้มแห่งความยินดี ซิปชุดแข่ง Racing Suit สีดำถูกรูดลงมาถึงกลางอก เผยให้เห็นกล้ามเนื้อแกร่งที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะลมหายใจหอบลึก นัยน์ตาสีดำขลับของเขาไม่ได้มองกล้อง ไม่ได้มองถ้วยรางวัล และไม่ได้สนใจหญิงสาวพริตตี้สุดเซ็กซี่ที่พยายามเบียดตัวเข้ามาใกล้เพื่อขอถ่ายรูปคู่
ดวงตาคมกริบดุดันคู่นั้น... กำลังจ้องเขม็งฝ่าความมืดมิดและแสงไฟทะลุผ่านกระจกบานยักษ์ของห้อง Glass VIP Suite บนชั้นสองอย่างไม่ลดละ
ที่นั่น... มีร่างของหญิงสาวที่เขาสลัดออกจากหัวไม่ได้ยืนอยู่
'ริต้า'
ภามขบกรามแน่นจนนูนเป็นสัน ความรู้สึกหงุดหงิดที่อัดอั้นอยู่ในอกพุ่งพล่านจนแทบระเบิด เขาหลอกตัวเองมาตลอดสามปีว่าลืมเธอไปแล้ว หลอกตัวเองว่ารินรดาก็แค่ผู้หญิงจืดชืดที่ไม่มีความหมายอะไรในชีวิต แต่เมื่อครู่นี้... วินาทีที่เขาเงยหน้าขึ้นไปเห็นมือของไอ้เวร 'คาร์เตอร์' ทาบทับลงบนเอวคอดบางที่เขาเคยโอบกอด เลือดในกายของเขาก็เดือดพล่านราวกับถูกไฟสุม
เขาเกลียด... เกลียดที่ตัวเองยังคงจำสัมผัสของเธอได้ เกลียดที่ตัวเองต้องมานั่งหงุดหงิดแทบคลั่งเพียงแค่เห็นผู้ชายคนอื่นเข้าใกล้เธอและที่เกลียดที่สุด คือการที่ริต้ายืนนิ่งยอมให้ไอ้หน้าจืดนั่นแตะต้องตัวราวกับไม่มีความรู้สึกรังเกียจใดๆ!
"พี่ภามคะ! รับแชมเปญค่ะ!"
เสียงของพริตตี้สาวสวยดึงสติของชายหนุ่มกลับมา เธอส่งขวดแชมเปญฉลองชัยชนะขวดใหญ่ใส่มือเขาด้วยรอยยิ้มยั่วยวน
ภามรับมันมาไว้ในมือ ชายหนุ่มกระชากจุกก๊อกออกอย่างแรงจนเกิดเสียงดัง ป๊อป! ฟองแชมเปญสีทองพุ่งกระฉูดขึ้นไปในอากาศ เขาเขย่าขวดและสาดฟองเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไปรอบโพเดียมตามธรรมเนียมของผู้ชนะ เสียงกรี๊ดกร๊าดของสาวๆ ดังระงมเมื่อหยาดน้ำเปียกชุ่มไปตามเสื้อกล้ามสีดำของเขา ยิ่งขับเน้นความเซ็กซี่ดุดันให้ทวีคูณ
แต่ในขณะที่มือสาดแชมเปญ... สายตาของเขากลับยังคงล็อกเป้าหมายไปที่หน้าต่างกระจกบานเดิม
มันเป็นการจ้องมองที่เต็มไปด้วยอำนาจ ความหวงแหนและการประกาศกร้าวอย่างเงียบๆ ราวกับราชสีห์ที่กำลังจ้องมองเหยื่อของตัวเองจากเบื้องล่าง เขาจงใจสบตากับริต้าผ่านระยะห่างหลายสิบเมตร สื่อสารทุกความเดือดดาลในใจผ่านดวงตาคู่คมที่วาววับ
‘เธอเป็นของฉัน... และใครก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้อง!’
ภายในห้อง Glass VIP Suite ที่เย็นฉ่ำไปด้วยเครื่องปรับอากาศ ริต้ายืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็ง ร่างกายของเธอชาวาบไปหมด หัวใจในอกซ้ายเต้นกระหน่ำรุนแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกซี่โครง
แม้อยู่ห่างกันคนละชั้น แม้จะมีกระจกหนาและผู้คนนับร้อยขวางกั้น แต่ริต้ากลับสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุจากสายตาของภามที่ส่งตรงมาหาเธออย่างชัดเจน สายตาของเขาดุดัน คุกคามและเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกกดทับไว้ มันเหมือนมีกระแสไฟฟ้าที่มองไม่เห็นพุ่งทะลุกระจกเข้ามาพันธนาการตัวเธอไว้ ไม่ให้ขยับหนีไปไหนได้
ภาพของชายหนุ่มบนโพเดียมที่เปียกชุ่มไปด้วยแชมเปญเสยผมสีดำสนิทที่ปรกหน้าขึ้นอย่างลวกๆ พลางจ้องมองมาที่เธอด้วยแววตาเอาเรื่อง ทำให้ลมหายใจของริต้าสะดุดกึก ความทรงจำถึงรสจูบอันเร่าร้อนในคืนนั้นและสัมผัสจากฝ่ามือร้อนผ่าวของเขาย้อนกลับมาโจมตีประสาทสัมผัสจนใบหน้าหวานเห่อร้อน
"น้องริต้าครับ..."
เสียงนุ่มๆ ของคาร์เตอร์ดังขึ้นข้างหู พร้อมกับมือหนาที่พยายามจะเลื่อนจากเอวขึ้นมาโอบไหล่ของเธอ
ริต้าสะดุ้งสุดตัว สัญชาตญาณระวังภัยทำงานทันที เธอขยับตัวเบี่ยงหลบการสัมผัสนั้นอย่างแนบเนียน พร้อมกับก้าวถอยหลังออกมาหนึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่าง
"เอ่อ... ริต้าขอตัวไปเติมแชมเปญก่อนนะคะพี่คาร์เตอร์"
เธอหาข้ออ้างด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับไม่ให้สั่น ก่อนจะรีบเดินหนีไปหามิลินและกล้วยไม้ที่นั่งอยู่ที่โซฟาอีกมุมหนึ่งของห้อง
คาร์เตอร์มองตามแผ่นหลังบางไปด้วยสายตาเสียดาย แต่ก็ยักไหล่เบาๆ อย่างไม่คิดอะไรมาก ชายหนุ่มหันกลับไปมองที่โพเดียมด้านล่างก่อนจะแค่นหัวเราะออกมา
"ก็แค่พวกใช้กำลังแข่งรถเสี่ยงตาย ได้แชมป์สนามก๊อกๆ แก๊กๆ ทำมาเป็นวางมาด"
คาร์เตอร์เอ่ยเย้ยหยันให้เพื่อนนักธุรกิจในกลุ่มฟัง
"เห็นสายตาที่มันมองขึ้นมาไหม? คงอิจฉาพวกเราที่ได้นั่งจิบไวน์ห้องแอร์สบายๆ ล่ะสิ ปล่อยพวกวิศวะเถื่อนๆ มันฉลองกันไปเถอะ เรามาสนุกกันต่อดีกว่า"
คาร์เตอร์หารู้ไม่... ว่าสายตาที่ภามมองขึ้นมานั้น ไม่ได้มีความอิจฉาอยู่เลยแม้แต่น้อย มันคือรังสีอำมหิตที่พร้อมจะพังห้อง VIP นี้ให้ราบเป็นหน้ากลองต่างหาก!
"ริต้า แกโอเคไหม? หน้าซีดเป็นไก่ต้มเลย"
มิลินรีบดึงแขนเพื่อนสนิทให้นั่งลงข้างๆ พลางสังเกตอาการ
"อีพี่คาร์เตอร์มันลวนลามแกเหรอ? ให้ฉันไปด่ามันให้ไหม!"
"เปล่ามิลิน... เขาแค่พยายามจะแตะตัวนิดหน่อย ฉันหลบมาแล้ว"
ริต้าส่ายหน้าเบาๆ มือเรียวบีบแก้วแชมเปญแน่นเพื่อระงับอาการสั่น
"แต่ฉัน... ฉันอยากกลับแล้วมิลิน กล้วย... พวกเรากลับกันเถอะนะ"
"อ้าว ทำไมล่ะ? งานเพิ่งจะเริ่มสนุกเองนะแก"
มิลินทำหน้าเสียดาย
"ฉันรู้สึกไม่ค่อยดีน่ะ... บรรยากาศมันอึดอัด"
ริต้าตอบเสียงแผ่ว สายตายังคงเหลือบมองไปที่บานกระจกอย่างหวาดระแวง
เมื่อเธอมองลงไปที่โพเดียมอีกครั้ง ปรากฏว่า... ภามไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว
ชายหนุ่มหายไปจากลานฉลองชัยชนะ เหลือเพียงเตชินท์และคิรินที่กำลังรับหน้าสื่อมวลชนแทน หัวใจของริต้าหล่นวูบ ลางสังหรณ์บางอย่างร้องเตือนอย่างรุนแรงว่าพายุลูกใหญ่กำลังจะพัดเข้ามาในไม่ช้านี้
"โอเคๆ กลับก็กลับ"
กล้วยไม้ที่สังเกตเห็นความผิดปกติของเพื่อนรีบตัดบท
"เดี๋ยวฉันไปบอกพี่คาร์เตอร์ให้นะว่าเราจะขอกลับก่อน ริต้าดูท่าทางไม่ไหวจริงๆ"
แต่ยังไม่ทันที่กล้วยไม้จะลุกขึ้นยืน…
ปัง!!
เสียงประตูห้อง Glass VIP Suite ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงจนบานประตูกระแทกกับผนังกระจกเสียงดังสนั่น เสียงเพลง EDM บีตหนักจากด้านนอกสนามทะลักเข้ามาในห้องชั่วขณะ ก่อนที่ประตูจะถูกปิดลงอย่างแรงตามหลัง
ความเงียบกริบเข้าปกคลุมห้อง VIP ทันที เสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะของกลุ่มไฮโซหยุดชะงัก ทุกสายตาหันไปมองผู้มาใหม่เป็นตาเดียว
ร่างสูงใหญ่ของ ภาม ยืนตระหง่านอยู่หน้าประตู ชายหนุ่มยังคงอยู่ในชุดแข่งรถที่เปียกชุ่มไปด้วยแชมเปญ ซิปเสื้อถูกรูดเปิดกว้าง กลิ่นเหงื่อบุรุษเพศผสมผสานกับกลิ่นแอลกอฮอล์และกลิ่นน้ำมันเครื่องลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ ใบหน้าหล่อร้ายของเขาแดงเรื่อเล็กน้อยจากฤทธิ์แอลกอฮอล์และอารมณ์คุกรุ่น นัยน์ตาสีเข้มวาววับดั่งพยัคฆ์ร้ายที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ
ข้างหลังเขามีชายชุดดำซึ่งเป็นการ์ดของสนามยืนคุมเชิงอยู่ด้านนอกสองคน เป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่า ไม่มีใครหน้าไหนจะเข้ามาขัดขวางการกระทำของเขาได้ในคืนนี้
ห้องที่เคยเย็นฉ่ำ กลับร้อนระอุขึ้นมาทันตาเห็น รังสีอำมหิตและความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวภาม ทำให้ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะขยับตัวหรือปริปากพูด
ภามกวาดสายตาคมกริบไปทั่วห้อง เพียงเสี้ยววินาที... เขาก็ล็อกเป้าหมายไปที่ร่างบางของริต้าที่นั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนโซฟา ก่อนที่สายตาของเขาจะตวัดไปมอง 'คาร์เตอร์' ที่ยืนถือแก้วไวน์หน้าเหวออยู่ไม่ไกล
คาร์เตอร์พยายามดึงสติและรักษามาดของตัวเอง ชายหนุ่มรุ่นพี่กระแอมในคอเบาๆ ก่อนจะปั้นยิ้มจอมปลอมและเดินเข้าไปหาภาม
"อ้าว... แชมป์เปี้ยนของเรานี่เอง"
คาร์เตอร์เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้ดูเหนือกว่า
"ขึ้นมาถึงห้อง VIP บนนี้ มีธุระอะไรหรือเปล่าน้องภาม? หรือว่าแชมเปญข้างล่างมันรสชาติไม่ดีพอ เลยจะมาขอแบ่งไวน์ของพวกพี่ดื่ม?"
ภามไม่ได้ตอบคำถามนั้น เขายืนนิ่ง มือข้างหนึ่งล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแข่งรถ สายตาเย็นชาจ้องมองคาร์เตอร์ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความสมเพช ราวกับกำลังมองขยะชิ้นหนึ่งที่ขวางทางเดิน
"กูบอกให้คนเคลียร์ห้องนี้แล้ว..."
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดห้าวของภามเอ่ยขึ้นช้าๆ ทว่าดังก้องกังวานและเย็นเยียบไปถึงกระดูกดำ
"พวกมึงหูหนวก หรือฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง?"
คาร์เตอร์หน้าตึงทันที ความโกรธฉายชัดบนใบหน้า
"นี่มันจะมากไปแล้วนะภาม! ฉันเป็นสปอนเซอร์ของสนามนี้ และฉันเป็นคนจองห้อง VIP นี้คืนนี้ แกไม่มีสิทธิ์มาไล่พวกเรา!"
"สปอนเซอร์เหรอ?"
ภามแค่นหัวเราะในคอ รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏบนริมฝีปากหยัก
"สงสัยมึงจะลืมไปว่า... ตระกูลกูเป็น 'เจ้าของ' สนามนี้ และกู... คือกฎของที่นี่"
ภามก้าวเข้าไปหาคาร์เตอร์อย่างเชื่องช้า แต่ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยน้ำหนักของการคุกคาม คาร์เตอร์เผลอก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณเมื่อปะทะกับรังสีความน่ากลัวของชายหนุ่มรุ่นน้อง
"ใครที่ไม่ใช่คนของกู..."
ภามกวาดสายตามองกลุ่มไฮโซของคาร์เตอร์ทีละคน ก่อนจะเอ่ยประโยคประกาศิตที่ไร้ความปรานี
"ไสหัวออกไปให้หมด... ภายในสิบวินาที ไม่อย่างนั้นกูจะให้การ์ดลากคอพวกมึงออกไปโยนทิ้งหน้าสนาม"
กลุ่มเพื่อนนักธุรกิจและสาวๆ ของคาร์เตอร์เริ่มหน้าเสีย บางคนรีบวางแก้วและคว้ากระเป๋าเตรียมเผ่นหนี เพราะรู้ดีว่าอิทธิพลของตระกูลวรโชติเมธีในสนาม V-Speed นั้นไม่ใช่เรื่องที่จะมาล้อเล่นด้วยได้
"แก... แกบ้าไปแล้วเหรอ!"
คาร์เตอร์ชี้หน้าภามด้วยมือที่สั่นเทา พยายามรักษาหน้าตัวเองต่อหน้าผู้หญิง
"ริต้า! เรากลับกันเถอะครับ พี่ไม่อยากอยู่ร่วมห้องกับพวกอันธพาลไร้การศึกษา!"
คาร์เตอร์หันไปเรียกริต้า พร้อมกับก้าวเดินเข้าไปหมายจะคว้าข้อมือของเธอเพื่อพาออกไปจากห้อง
ทว่า... รวดเร็วยิ่งกว่าความคิด
หมับ!
มือแกร่งของภามพุ่งเข้าไปคว้าคอเสื้อเชิ้ตแบรนด์เนมของคาร์เตอร์ไว้แน่น ก่อนจะออกแรงกระชากร่างของชายหนุ่มรุ่นพี่ให้ปลิวกลับมาปะทะกับกำแพงกระจกอย่างแรง!
อั้ก!
คาร์เตอร์จุกจนพูดไม่ออก แก้วไวน์ในมือหล่นแตกกระจายเต็มพื้น ภามใช้ท่อนแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามกดคอเสื้อคาร์เตอร์ติดกำแพง ใบหน้าหล่อร้ายยื่นเข้าไปใกล้ นัยน์ตาสีเข้มฉายแววอำมหิตจนน่าขนลุก
"มึงจะไปไหนก็ไป..."
ภามกระซิบเสียงเหี้ยมลอดไรฟัน ทุกถ้อยคำหนักแน่นและเต็มไปด้วยแรงหวงแหนที่ปิดไม่มิด
"แต่รินรดา... ต้องอยู่ที่นี่"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนถึงขีดสุด มิลินและกล้วยไม้เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ริต้าผุดลุกขึ้นยืน ตัวสั่นเทาด้วยความกลัวและความสับสน เธอไม่เคยเห็นภามโกรธจัดและแสดงความป่าเถื่อนขนาดนี้มาก่อนในชีวิต
"ภาม! หยุดนะ! ปล่อยพี่คาร์เตอร์เดี๋ยวนี้!"
ริต้าตะโกนห้ามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ พยายามก้าวเข้าไปห้าม แต่รังสีความน่ากลัวของเขากลับทำให้ขาของเธอแข็งทื่อ
ภามปรายตามองริต้าเล็กน้อย ความโกรธในดวงตาของเขายังคงคุกรุ่น ชายหนุ่มหันกลับมามองหน้าคาร์เตอร์ที่เริ่มหน้าเขียวเพราะขาดอากาศหายใจ
"จำใส่กะโหลกมึงไว้... ว่าอย่าเสือกเอามือสกปรกของมึง ไปแตะต้องตัวผู้หญิงของกูอีก"
พูดจบภามก็สะบัดมือออกอย่างแรงจนร่างของคาร์เตอร์ล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้น คาร์เตอร์ไอค่อกแค่กพยายามสูดอากาศเข้าปอด ใบหน้าแดงจัดด้วยความโกรธและความอับอายขั้นสุด แต่เมื่อสบเข้ากับแววตาฆาตกรของภาม เขาก็ไม่มีความกล้าพอที่จะตอบโต้ใดๆ ทั้งสิ้น
"การ์ด! ลากคอพวกมันออกไปให้หมด!"
ภามตะโกนสั่งเสียงกร้าว
ทันใดนั้น การ์ดชุดดำร่างยักษ์สี่คนก็เปิดประตูพรวดเข้ามา จัดการหิ้วปีกคาร์เตอร์และต้อนกลุ่มไฮโซที่เหลือออกไปจากห้อง VIP อย่างรวดเร็ว มิลินและกล้วยไม้ทำท่าจะขัดขืนเพื่อเข้าไปหาริต้า แต่ภามตวัดสายตากลับมามองสองสาวด้วยแววตาเฉียบขาด
"พวกเธอสองคนก็ออกไป... คืนนี้ฉันจะคุยกับริต้า 'แค่สองคน' "
"ไม่มีทาง! ฉันไม่ทิ้งเพื่อนฉันไว้กับคนบ้าอย่างนายแน่!"
มิลินโวยวาย พยายามสลัดตัวจากการ์ด
"มิลิน... กล้วย..."
ริต้าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับให้มั่นคงที่สุด แม้ในใจจะหวาดกลัวพายุอารมณ์ของคนตรงหน้าแค่ไหน แต่เธอรู้ดีว่าหากขัดใจภามในตอนนี้ เรื่องมันจะยิ่งบานปลายและเพื่อนของเธออาจจะเดือดร้อนไปด้วย
"พวกแกกลับไปก่อนเถอะ... ฉันไม่เป็นไร ฉันจัดการได้"
"แต่ริต้า..."
กล้วยไม้มีสีหน้าเป็นกังวลสุดขีด
"เชื่อฉันเถอะนะ กลับไปรอฉันที่คอนโด"
ริต้าส่งสายตายืนยันให้เพื่อนสนิท
เมื่อเห็นความเด็ดเดี่ยวของริต้า มิลินและกล้วยไม้จึงจำใจต้องเดินออกจากห้องไปพร้อมกับการ์ด ประตูห้อง Glass VIP Suite ถูกปิดล็อกจากด้านนอกอย่างแน่นหนา ทิ้งให้โลกทั้งใบเหลือเพียงแค่ 'เขา' และ 'เธอ' ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัด
เสียงเพลงบีตหนักจากด้านนอกถูกตัดขาด เหลือเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศและเสียงลมหายใจที่หนักหน่วงของคนทั้งคู่
ภามยืนหันหลังให้เธอมือทั้งสองข้างท้าวอยู่บนโต๊ะบาร์กระจกไหล่กว้างสั่นสะท้านเล็กน้อยจากการพยายามระงับอารมณ์โกรธที่ยังคงพลุ่งพล่าน เขาหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นหอมหวานของดอกโบตั๋นอันเป็นกลิ่นประจำตัวของริต้าลอยแตะจมูก ยิ่งทำให้กำแพงน้ำแข็งที่เขาสร้างไว้ในใจเริ่มร้าว
ริต้ายืนประสานมือแน่นอยู่กลางห้อง สายตามองแผ่นหลังกว้างที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อของชายหนุ่ม เธอพยายามทำใจดีสู้เสือ รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีเอ่ยทำลายความเงียบ
"นายทำบ้าอะไรของนาย ภาม... ไปทำร้ายพี่คาร์เตอร์ทำไม เขาไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย"
คำว่า 'พี่คาร์เตอร์' และการที่เธอออกรับแทนผู้ชายคนอื่น ราวกับเป็นการราดน้ำมันลงบนกองเพลิง
ภามลืมตาขึ้นทันที ชายหนุ่มหมุนตัวกลับมาจ้องหน้าริต้าด้วยสายตาที่ลุกเป็นไฟ ขายาวๆ ก้าวต้อนร่างบางเข้าไปจนมุมที่โซฟาหนัง ริต้าถอยกรูดจนแผ่นหลังชิดพนักพิง หมดทางหนี
"ไม่ได้ทำอะไรผิดงั้นเหรอ?"
ภามเค่นยิ้มหยัน นัยน์ตาสีเข้มวูบไหวไปด้วยความเจ็บปวดและความโกรธ
"มันจับเอวเธอ! มันพยายามจะโอบไหล่เธอ! แล้วเธอก็ยืนนิ่งยอมให้มันจับ... ทีกับฉัน เธอทำเป็นรังเกียจ ทำเป็นมองข้าม แต่กับไอ้หน้าจืดนั่น เธอพร้อมจะทอดสะพานให้มันเลยใช่ไหม รินรดา!"
"หยุดพูดจาดูถูกฉันนะ!"
ริต้าเชิดหน้าขึ้นโต้ตอบ ดวงตากลมโตเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้าเพราะความน้อยใจ
"ฉันกับพี่คาร์เตอร์เราแค่คุยกันตามมารยาท และฉันไม่ได้ทอดสะพานให้ใครทั้งนั้น! อีกอย่าง... นายมีสิทธิ์อะไรมาโกรธฉัน ในเมื่อนายเองเป็นคนบอกเองว่า 'จำฉันไม่ได้' แล้วเราก็ไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว!"
คำพูดแทงใจดำของริต้าทำเอาภามชะงักไปชั่ววินาที สันกรามของเขาเกร็งแน่นจนปวดร้าว ใช่... เขาเป็นคนผลักไสเธอเอง เขาเป็นคนสร้างกำแพงบ้าๆ นี่ขึ้นมาเอง แต่พอเห็นเธอจะเดินจากไปหาคนอื่น เขากลับทนไม่ได้จนแทบคลั่งตาย
"สิทธิ์งั้นเหรอ..."
ภามพึมพำเสียงพร่า ชายหนุ่มก้าวประชิดตัวจนปลายเท้าชนกัน มือแกร่งทั้งสองข้างยื่นไปจับพนักพิงโซฟากักขังร่างบางไว้ในอ้อมแขน กลิ่นแอลกอฮอล์ผสมกลิ่นฟีโรโมนของชายหนุ่มลอยคลุ้ง ทำให้ริต้าหัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุอก
เขาก้มหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่สั่นระริกของหญิงสาว ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำลายกำแพงความอดทนของทั้งคู่ลงจนหมดสิ้น
"ถ้าเธออยากรู้ว่าฉันมีสิทธิ์อะไร... งั้นคืนนี้ ฉันจะทบทวนความจำให้เธอเอง รินรดา... ว่าสิทธิ์ของความเป็น 'ผัว' มันทำอะไรได้บ้าง!"
