บทที่ 5 ภาพจำความกลัว

ทันทีที่มือเล็กเปิดประตูเข้ามาในส่วนของร้านเบเกอรีชั้นล่างสุดของบ้าน ซัมเมอร์ยืนถือเค้กก้อนสีขาวประดับสีเขียวสีแดงออกมาจากด้านหลังเคาน์เตอร์ แซมจุดพลุกระดาษเล็กๆ ยืนอยู่ข้างลูกสาวรอเซอร์ไพรส์วันเกิดให้ลินด์

“แฮปปี้เบิร์ทเดย์นะคะพี่ลินด์”

“แฮปปี้เบิร์ทเดย์นะหนูลินด์”

“ขอบคุณมากๆ นะคะลุงแซม ขอบคุณมากนะซัม” เสียงหวานเอ่ยอย่างซาบซึ้ง แม้เธอจะบอกไว้ทุกปีว่าไม่ต้องจัดวันเกิดให้แต่สองคนพ่อลูกก็ไม่เคยฟังเธอเลย ซ้ำยังมีของขวัญให้อีก

สองมือเล็กกุมอธิษฐานในใจอยู่ครู่หนึ่งแล้วเป่าเทียนวันเกิดที่ปักอยู่บนเค้ก

“เย่ มีความสุขมากๆ นะคะพี่ลินด์”

“ขอให้สิ่งที่หนูอธิษฐานเป็นจริงนะลินด์ ปะ ไปกินเค้กกัน” แซมเดินนำลูกสาวทั้งสองคนไปนั่งโต๊ะที่จัดเตรียมไว้

“โอ้โห อร่อยมากเลยซัม” ลินด์ทำตาโตลุกวาวเมื่อตักเค้กคำใหญ่ฝีมือซัมเมอร์เข้าปาก

“จริงเหรอคะ” ซัมเมอร์ตาโตมองทั้งลินด์มองทั้งพ่อ

“ที่สุดเลยลูก เก่งขึ้นนะเราเนี่ย” แซมเอ่ยชมลูกสาวที่นับวันยิ่งทำอาหารอร่อยและครีเอตเมนูประจำร้านขึ้นมาทุกช่วงเทศกาล

“พรุ่งนี้ปิดร้านดีกว่า เราไปเที่ยวกันไหม ฉลองที่ลินด์เรียนจบแล้วด้วย ดีไหมๆ” แซมถามลูกสาวทั้งสองคน

ตั้งแต่ลินด์มาอาศัยอยู่ที่นี่ ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่ลินด์จะออกไปเที่ยวไหนไกลๆ กับพวกเขา เหมือนลินด์กำลังหลบซ่อนอะไรสักอย่าง ไม่กล้าเอาตัวเองออกจากสถานที่ที่คุ้นเคย

“ดีค่ะ ดีมากเลย ไปด้วยกันนะพี่ลินด์ นะ นะคะ” ซัมเมอร์เขย่าแขนของลินด์จนตัวโยก

“ขอบคุณนะซัม ลุงแซม แต่เดี๋ยว…”

“เดี๋ยวลินด์เฝ้าบ้านให้ดีกว่า” สองคนพ่อลูกพูดพร้อมกันราวกับนัดหมาย

ลินด์อมยิ้มน้อยๆ ที่โดนรู้ทันเพราะสองคนพ่อลูกพูดประโยคเดียวกับที่เธอกำลังจะพูดเป๊ะเลย

สามคนพูดคุยกันอีกไม่นานก็แยกย้ายไปพักผ่อน หญิงสาวเอ่ยขอบคุณซัมเมอร์และลุงแซมอีกครั้งพร้อมอาสาเก็บกวาด ทำความสะอาดร้านที่เหลือให้เรียบร้อยก่อนจะกลับขึ้นห้องตัวเองเช่นกัน

ร่างอรชรทิ้งตัวลงบนเตียงขนาดสามฟุตครึ่ง ดวงตาสวยหลับตาพลางกำหนดลมหายใจคงที่นึกถึงผู้มีพระคุณของตนเองที่ขาดการติดต่อมาหลายเดือนแล้ว

ทุกปีจะมีการ์ดวันเกิดจากคุณหญิงแต่ปีนี้กลับไม่มี…

“มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่านะ” เสียงเล็กเอ่ยพูดคนเดียวขณะยังหลับตาอยู่ ก่อนจะลืมตาแล้วลุกไปนั่งโต๊ะเขียนหนังสือข้างเตียง

มือเล็กหยิบกระดาษและปากกาเตรียมเขียนจดหมาย แต่ว่าคำที่คุณหญิงท่านเคยบอกไว้ก็ดังขึ้นมาในหัว

“ออกไปใช้ชีวิตให้มีความสุข ไม่ต้องห่วงเรื่องทางนี้และไม่ต้องติดต่อกลับมา ฉันสัญญาว่าจะรับผิดชอบชีวิตของเธอจนกว่าจะหมดลมหายใจ เพราะฉะนั้นไปมีชีวิตใหม่ ไปสร้างครอบครัวที่อบอุ่นที่นั่นนะลินด์”

ครอบครัวที่อบอุ่นงั้นเหรอ... เธอจะมีโอกาสนั้นเหมือนคนอื่นๆ บ้างไหมนะ

ปากกาเขียนได้แค่ชื่อของคุณหญิงอรรัมภา ก่อนที่เธอจะเก็บกระดาษแผ่นนั้นใส่ลิ้นชักไว้เหมือนเดิม

“ขอให้คุณหญิงมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงนะคะ” หญิงสาวมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วหลับตาอธิษฐานขอพรอีกหนึ่งข้อ ไม่ใช่แค่ห่วงความปลอดภัยของตนเอง แต่เธอห่วงคนที่เธอเคารพรักและนับถือด้วย

“หนีให้พ้นแล้วกัน กูเจอมึงเมื่อไหร่ได้ตายคาอกกูแน่คนสวย”

อยู่ๆ ความคิดชั่ววูบที่เธอไม่อยากนึกถึงก็วนกลับเข้ามาในสมอง

“ฮึก!”

ลินด์สะดุ้งเฮือกเหมือนหลุดจากภวังค์ เธอรีบไปปิดม่านแล้วนอนซุกผ้าห่มบนเตียง พยายามข่มความคิดไม่ให้นึกถึงเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องมาอยู่ที่นี่ เพราะนึกถึงทีไรก็เหมือนว่าจะหมดลมหายใจเหมือนตอนนั้นทุกที

วันเกิดอายุครบ 22 ปีของลินด์หมดไปกับการพักผ่อนเช่นเดียวกับทุกปี เธอนอนอ่านหนังสือนิยายอยู่บนเตียงเป็นส่วนใหญ่ สลับลุกเดินเปลี่ยนที่นั่ง ทั้งลงมานั่งเล่นหน้าร้านแล้ววนกลับไปนอนบนเตียงที่เดิมอยู่แบบนั้นตลอดทั้งวัน

ครืด...

โทรศัพท์มือถือสั่นเพราะมีข้อความเข้าเธอเลยหยิบมาดู คนที่ส่งข้อความมานั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากน้องสาวคนสนิทของเธอ

“เสียดายมาก! พี่ลินด์ไม่มา”

ซัมเมอร์ส่งรูปเซลฟีหน้ามุ่ยกับพ่อท่ามกลางหิมะสีขาวโพลนทั่วเมือง

ใบหน้าสวยยิ้มมุมปากก่อนจะส่งข้อความตอบกลับ

“เที่ยวให้สนุกนะซัม อย่าเจ็บตัวล่ะ ฝากบอกลุงแซมด้วย” กดส่งปุ๊บ ลินด์ก็วางมือถือไว้ที่เดิม

ถึงคุณหญิงจะบอกให้เธอสนุกกับชีวิตได้เต็มที่ แต่เธอกลับรู้สึกหวาดระแวงและยังกลัวอยู่เสมอ เธอยังไม่มีความกล้าที่จะออกไปข้างนอกหรือทำอะไรที่เปิดเผยแม้กระทั่งเล่นโซเชียลเหมือนคนอื่นๆ

ภาพจำและความรู้สึกหวาดกลัวในวันนั้นมันยังติดอยู่ในหัว

“นานๆ ไปก็จะกลัวน้อยลงและมันจะหายไปเอง…” พูดให้กำลังใจตนเองแล้วเปิดหนังสือนิยายที่อ่านค้างไว้ขึ้นมาอ่านต่อ

เย็นวันนั้นลินด์ลงไปทำอาหารง่ายๆ ทานคนเดียว ก่อนจะขึ้นมาอาบน้ำเตรียมเข้านอนเพราะพรุ่งนี้เธอต้องไปทำงานที่รีสอร์ตแต่เช้า

ระหว่างหางานทำเธอก็ยังทำพาร์ตไทม์ที่รีสอร์ตต่อจนกว่าจะหางานได้นั่นแหละ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป