บทที่ 6 เด็กคนนั้นโตมากลายเป็น...

เช้าวันต่อมา...

ใบหน้าสวยของเธอระรื่น ยิ้มสดใสมีความสุขต้อนรับเช้าวันใหม่ เธอกำลังออกไปทำงานที่รีสอร์ต แต่ก่อนจะไปก็ไม่ลืมแวะตรวจสอบตู้ไปรษณีย์หน้าบ้านเผื่อมีจดหมายเขียนถึงเธอเหมือนทุกปี

มือเล็กหยิบซองจดหมายทั้งหมดที่อยู่ในตู้แล้วดูรายชื่อทีละฉบับ แต่ไม่มีฉบับไหนจ่าหน้าซองถึงเธอเลย ดวงตาคู่สวยกระตุกวูบไหวเกิดความเศร้าในใจ ก่อนจะรีบกำจัดความเศร้านั้นทิ้งไปแล้วนำจดหมายของซัมเมอร์และลุงแซมไปวางไว้หน้าเคาน์เตอร์ในร้าน

ร่างอรชรเดินถึงที่ทำงานด้วยใบหน้าปั้นยิ้มเพราะเธอจะเอาอารมณ์ความรู้สึกส่วนตัวมาปนเวลางานไม่ได้ ถ้าลูกค้ารีสอร์ตเห็นพนักงานไม่ยิ้มแย้มสดใสก็คงไม่ดีแน่ๆ

“อารมณ์ดีแต่เช้าเลยนะลินด์” ซาเมีย หัวหน้าพนักงานทำความสะอาดของโรงแรมเอ่ยทักขึ้นทันทีที่หญิงสาวเข้าไปในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า

“ค่ะคุณซาเมีย อากาศไม่หนาวเท่าวันก่อนมั้งคะ” ยิ้มกว้างทักทายพลางเก็บของใส่ล็อกเกอร์ประจำตัว

“ลินด์ เตรียมตัวเสร็จแล้วมาพบผมที่ห้องทำงานหน่อยนะ” แจ็ค ผู้จัดการรีสอร์ตเดินเข้ามาบอกหญิงสาวด้วยใบหน้าเรียบนิ่งแล้วเดินออกไป ผิดกับซาเมียที่ยิ้มหวานให้เธอไม่หยุด

“รับทราบค่ะคุณแจ็ค” เอ่ยตอบรับคำสั่งจากเจ้านายอย่างสุภาพ

“มะ...มีอะไรหรือเปล่าคะคุณซาเมีย” เสียงเล็กหวาดหวั่นเล็กน้อย กลัวว่าตนเองจะทำเรื่องเดือดร้อนให้รีสอร์ตโดยไม่รู้ตัว

“เดี๋ยวคุณแจ็คจะแจ้งเธอเองนั่นแหละ รีบไปสิ”

“ลินด์ขอเปลี่ยนชุดทำงาน…”

“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวๆ มานี่ก่อน” กวักมือเรียกหญิงสาวไว้พร้อมกับเดินเข้าไปจัดปกเสื้อด้านในและเสื้อโคตด้านนอกให้ดูเรียบร้อยและสุภาพมากขึ้น

“ขอบคุณนะคะ” ลินด์ยิ้มกว้างและก้มโค้งเป็นการขอบคุณก่อนจะรีบวิ่งไปพบผู้จัดการตามคำสั่ง

หญิงสาวเดินไปทางลัดในสวนที่ดูคดเคี้ยวเป็นทางซิกแซ็ก ทางเดินเต็มไปด้วยต้นไม้ตัดตกแต่งสูงเลยศีรษะทำให้เธอไม่สามารถมองเห็นทางข้างหน้าไกลๆ ได้ ด้วยความที่ไม่ระวังมากพอทำให้ร่างของเธอชนเข้ากับบางอย่างที่แข็งแรง ก่อนที่ตัวเธอจะถอยหลังล้มสะโพกกระแทกพื้นหญ้าอย่างจัง

ปึก!

“อ้ะ!”

เจ็บทั้งหัวและสะโพก มือเล็กสองข้างลูบป้อยๆ ขณะที่สายตามองข้างหน้าแล้วเห็นเท้าของใครสักคนยืนอยู่ หญิงสาว

ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นไปมองก็ต้องตกใจตาโต

เขาคนนั้น...

ลูกค้าระดับสูงของรีสอร์ตช่วงคริสต์มาสเมื่อสี่ปีที่แล้ว เธอเจอเขาอีกครั้งด้วยความไม่ระวังตนเองอีกแล้วเหรอ…

รามสูรมองใบหน้าตื่นตระหนกของผู้หญิงตรงหน้าด้วยใบหน้าและแววตาเรียบนิ่ง แต่ความจริงแล้วภายในใจของเขากำลังเชยชมความงามของเธออยู่

ลินดา... สวยมาก...

“...ดะ ดิฉัน ดิฉันขอโทษค่ะคุณผู้ชาย” เอ่ยขอโทษขอโพยเสียงสั่น ยืนก้มโค้งมองต่ำไม่กล้าสบตา

“เงยหน้าขึ้น มองฉัน” เอ่ยเสียงเข้มซึ่งเป็นน้ำเสียงปกติของเขา เมื่อได้ยินน้ำเสียงโทนนั้น หญิงสาวจึงค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองตามที่บอก

เขาสูงกว่าเธอประมาณ 30 เซนติเมตรเห็นจะได้ ความสูงของเธออยู่เพียงไหล่กว้างของเขาเท่านั้นเอง

ลินด์เผลอมองเข้าไปในดวงตาคู่ที่กำลังมองเธออยู่ราวต้องมนตร์ หัวใจที่เคยสงบนิ่งไม่เคยหวั่นไหวหรือเชยชมผู้ชายคนไหน ตอนนี้มันกลับเต้นแรงและสั่นไหวเหมือนครั้งแรกที่เจอเขา

ลินด์ เธอเป็นอะไรไป...

“...คะ คือ…” อยู่ ๆ ก็รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง

“ลินดา”

คนตัวเล็กยืนแข็งทื่อมองร่างสูงใหญ่ด้วยความประหม่ายิ่งกว่าเดิม แต่ทว่าคนตัวสูงกว่ากลับก้าวเท้าเข้าหาเธอใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ยื่นมือหนามาแตะคางเล็กแล้วเชยขึ้นเบาๆ วางตำแหน่งสายตาไว้ที่ริมฝีปากเรียวอวบอิ่มสีระเรื่อธรรมชาติ

น่าสัมผัส...

“นะ หนู... เอ่อ ดิฉันขอโทษค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ”

เหมือนตื่นจากภวังค์ หญิงสาวรีบก้าวถอยหลังแล้วก้มโค้งขอโทษอีกครั้งก่อนจะเดินรีบหมุนตัวเดินกลับทางเดิมอย่างรวดเร็ว

รามสูรมองตามแผ่นหลังเล็กจนลับมุมทางเดิน ใบหน้าหล่อเหลาคมคายแสดงสีหน้าเรียบนิ่งเหมือนเหมือนอย่างเคยแต่กลับมีรอยยิ้มประดับมุมปากนิดๆ

เจคอบเดินตามมาก็สังเกตเห็นสีหน้าของเจ้านายดูผิดปกติจากอารมณ์นิ่งไปเล็กน้อย ซึ่งตัวเขาเองก็อธิบายไม่ถูกเช่นกัน รู้แค่ว่ารอยยิ้มและแววตาดูมีความรู้สึกขึ้น

“คุณท่านทั้งสองถึงบ้านอย่างปลอดภัยแล้วครับ”

ปู่โรเบิร์ตและย่าเอสเม่ เลอร์มิงตัน ถึงบ้านพักที่เบอร์มิงแฮมแล้วหลังจากช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาพวกท่านพักผ่อนและฉลองวัดเกิดให้หลานชายคนเดียวอย่างรามสูรที่ริเวอร์เรสรีสอร์ตเหมือนทุกปี

ปีนี้นับเป็นปีที่ 4 ที่เลอร์มิงตันจัดงานอยู่ที่รีสอร์ต

“อืม มึงไปพักได้ กูจะไปหาไอ้พวกนั้น” เอ่ยเสียงเรียบก่อนเดินไปทางห้องรับรองที่มีกลุ่มเพื่อนของเขารออยู่ เจคอบก้มโค้งเป็นการเคารพแล้วเดินแยกตัวกลับห้องพักของตนเอง

รามสูรนั่งลงโซฟาตัวที่ว่างอยู่ ภายใต้ใบหน้านิ่งคิ้วขยับเป็นปมนิดๆ นั้นในใจของเขากำลังนึกถึงหญิงสาวคนที่พึ่งเดินชนเขาแล้วจากไป นึกถึงกลิ่นหอมอ่อนๆ แต่เย้ายวนไม่เหมือนใครของเธอที่ไม่เคยเปลี่ยนจากเดิมเลย

“ฝั่งมึงเป็นไงบ้างวะราม” อเล็กซ์เริ่มเปิดประเด็นทันที เพราะช่วงนี้มีบางอย่างน่าสงสัยและน่าเป็นห่วงมากผิดปกติ

“ยังไม่มีอะไรน่าสงสัยขนาดนั้น” รามสูรบอกเสียงเรียบ

“กูก็ยัง” อเล็กซ์

“เงียบผิดปกติไปหรือเปล่าวะ” โดมินิคแสดงความคิดเห็นเพราะช่วงนี้มันเงียบเกินไป เหมือนมีใครกำลังจ้องจะเล่นงานพวกเขาอยู่

“กูก็ว่ามันแปลก พวกมึงระวังตัวหน่อยแล้วกัน” คาร์ลพูดขึ้นบ้าง

“อืม กูว่าจะอยู่รอดูที่นี่อีกสักหน่อย” รามสูรบอกพลางยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม ดวงตาคมเป็นประกายขึ้นเล็กน้อยเมื่อนึกถึงใบหน้าสวยใสน่ารักน่าชังของหญิงสาวคนนั้น

“มึงยังไม่ได้เด็กคนนั้นอีกเหรอวะ” มองแวบเดียวก็รู้ว่ารามสูรคิดอะไรอยู่ ยิ่งเหตุการณ์เมื่อครู่ที่พวกเขา 3 คนมองลงมาแล้วเห็นเพื่อนมองผู้หญิงคนนั้นไม่วางตาซะขนาดนั้น

ถ้าเป็นเขานะ โดนใจก็ต้องโดนเอาด้วย ไม่มีทางมองเฉยๆ แบบนี้หรอก

“เสือกน่า” คนโดนถามตอบกลับอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่

“ว้าว มึงใจเย็นขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่วะราม” โดมินิคพูดแซวขำ ๆ แต่โดนสายตาของรามสูรมองมาแบบไม่ขำกับพวกเขาด้วย

“ตั้งแต่ 4 ปีที่แล้วมั้ง” คาร์ลตอบแทนเพื่อน ตั้งแต่ตอนนั้นเขาก็ยังไม่เคยเห็นรามสูรมองใครเหมือนที่มองเด็กคนนั้นเลย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป