บทที่ 7 สร้างความคุ้นเคย

ลินด์ไปพบผู้จัดการที่ห้องทำงานตามคำสั่งด้วยความเร่งรีบ เธอหลบเลี่ยงเส้นทางที่เดินสวนกับลูกค้าคนสำคัญเมื่อครู่จึงต้องสับเท้าวิ่งอย่างเร็วเพื่อให้ถึงห้องเจ้านายอย่างเร็วที่สุด

“ตอนนี้ทางรีสอร์ตของเราต้องการผู้จัดการด่วนและเห็นว่าควรมองหาคนที่เคยทำหรือกำลังทำงานที่นี่ก่อนที่จะประกาศรับคนนอก หากคนในนี้ไม่มีใครเหมาะสม” ผู้จัดการฝ่ายบุคคลของรีสอร์ตเลื่อนซองเอกสารตรงหน้าตนเองให้ลินด์ วันก่อนเขาได้รับแจ้งจากบอร์ดบริหารให้มีการรับพนักงานตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการเพิ่ม

“คะ…” ดวงตาสวยกะพริบเพื่อพยายามทำความเข้าใจ

“ทางบอร์ดบริหารมีความเห็นตรงกันว่าคุณเหมาะสมนะลินด์”

“...ละ ลินด์เหรอคะ?” แทบจะไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน เธอทำงานตำแหน่งพนักงานทำความสะอาดมาตลอด 6 ปี ซึ่งเป็นงานพาร์ตไทม์ระหว่างเรียนด้วยซ้ำ

“เท่าที่ผมเห็นคุณมา คุณมีความสามารถทั้งการจัดการสถานการณ์ จัดการอารมณ์และด้านภาษาก็ไม่น้อยหน้าใคร”

ช่วงนี้นักท่องเที่ยวจากไทยก็มีเยอะขึ้น และลินด์เองก็เป็นคนไทยคงจะดีไม่น้อยถ้ามีผู้ช่วยเป็นคนไทยด้วยกันเอง

“ขอบคุณค่ะคุณแจ็ค” หญิงสาวยิ้มด้วยความดีใจกับโอกาสตรงหน้า

“ถ้าคุณสนใจก็เริ่มทดลองงานได้เลย คุณมีเวลาตัดสินใจอีกหนึ่งอาทิตย์ ศึกษาสัญญาจ้างงานก่อนก็ได้”

“ขอบคุณมากอีกครั้งค่ะคุณแจ็ค” หญิงสาวลุกขึ้นยืนแล้วก้มโค้งขอบคุณอีกครั้ง ก่อนออกมาก็ไม่ลืมหยิบเอกสารสัญญาจ้างงานออกมาด้วย ใบหน้าสวยยิ้มร่าแต่รอยยิ้มนั้นหายไปเล็กน้อยเมื่อเจอกับ 1 ในผู้บริหารรีสอร์ต

“ลินด์”

“สวัสดีค่ะคุณดัสติน” ลินด์ก้มศีรษะทักทายเจ้านายอย่างสุภาพ

“แจ็คบอกคุณแล้วใช่ไหม” ดัสตินเอียงหน้าถามมองอย่างเจ้าเล่ห์ เพราะเขาเองที่เป็นคนดันลินด์ขึ้นมาทำงานตำแหน่งนั้นถึงแม้ว่าตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการจะเต็มหมดแล้วก็ตาม

“ลินด์ทราบแล้วค่ะ”

“รีสอร์ตของเราต้องการบุคลากรที่มีคุณภาพมาร่วมงานและคนที่เหมาะสมกับความสามารถอย่างคุณนะลินด์”

ทำงานดี มีความรับผิดชอบและเก่งพอตัวแค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับว่าที่ผู้หญิงของเขาในอนาคต

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา...

ลินด์ตกลงรับโอกาสฝึกงานเป็นผู้ช่วยผู้จัดการรีสอร์ตกับแจ็ก จากชุดพนักงานทำความสะอาดตอนนี้ถูกเปลี่ยนเป็นชุดสุภาพเหมาะสมกับตำแหน่งงานด้วยเดรสสีขาวครีมยาวเหนือเข่า คอเสื้อด้านบนติดกระดุม มีโบผูกประดับเล็กน้อย ผมยาวสลวยสีน้ำตาลเข้มถูกดัดเป็นวอลูมปล่อยยาวถึงกลางหลังพร้อมติดกิ๊บดอกไม้ไว้ที่ผมข้างหนึ่ง

“ผู้บริหารของรีสอร์ตมีทั้งหมด 5 คน” แจ็คพูดขึ้นขณะที่ลินด์กำลังเปิดเอกสารอ่านข้อมูลที่ละเอียดมากขึ้นของรีสอร์ต

เดิมทีมีแค่ 4 เธอจดจำชื่อผู้บริหารทั้งหมดได้แม่นยำ ดวงตาคู่สวยกะพริบมองปริบๆ อ่านชื่อผู้บริหารคนใหม่

“คุณราม เลอร์มิงตัน...” เอ่ยกับตัวเองเบาๆ ที่ลูกค้าระดับสูงคนนั้นกลายมาเป็นหนึ่งในผู้บริหารในวันนี้

“เข้าไปแนะนำตัวกับท่านด้วย”

“คะ?” ผู้ช่วยผู้จัดการอย่างเธอต้องไปพบผู้บริหารด้วยงั้นหรือ...

อีกอย่าง แค่คิดว่าจะเจอเขาก็พลันหายใจไม่ทั่วท้อง ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาเลย

“เขาเคยเป็นลูกค้าคนสำคัญและตอนนี้ก็เป็นผู้บริหาร น่าจะตอบคำถามส่วนที่ต้องจัดการและปรับปรุงรีสอร์ตได้ดีไม่ใช่เหรอ” แจ็คอธิบายต่อ

“ค่ะ ใช่ค่ะคุณแจ็ค”

งาน เธอกำลังทำงานอยู่ และเธอคือพนักงานรีสอร์ต ส่วนเขาคือผู้บริหาร เธอจะหวั่นไหวเพียงเพราะมองหรือสบตากับผู้บริหารไม่ได้!

หญิงสาวอ่านเอกสารที่เธอจำเป็นต้องรับรู้และต้องจำขึ้นใจ เมื่ออ่านจบและทบทวนในหัวเสร็จสรรพแล้วจึงถือโอกาสสืบค้นข้อมูลคร่าวๆ ของคุณรามเผื่อเป็นข้อมูลเอาไว้เสริมกัน

ในตอนนั้นดวงตาคู่สวยก็เบิกกว้างกับข้อมูลที่ได้รับมา

รวยชนิดที่บรรยายไม่ได้ รวยมากจนจินตนาการไม่ออกว่าเขาจะใช้เงินทั้งหมดนั้นกับอะไรบ้าง

หุ้นที่เพิ่งซื้อไป เขาซื้อเล่น ๆ หรือเปล่าเนี่ย...

“ตกใจละสิ ฉันก็คิดเหมือนเธอนั่นแหละ”

บรรดาผู้บริหารคนอื่นยังสามารถมองเห็นเม็ดเงินและความรวยได้ แต่ผู้บริหารคนล่าสุดนี้เขาก็ได้แต่อึ้งว่าคนระดับนั้น จะมาทุนกับรีสอร์ตระดับนี้ไปทำไม ถึงริเวอร์เรสรีสอร์ตจะติด Top 5 ของอังกฤษก็เถอะ

ร่างสูงกำยำยืนอยู่บนระเบียงติดห้องนั่งเล่นในบ้านพักของตนเอง รามสูรมองร่างสวยอรชรเดินตามผู้จัดการรีสอร์ตชี้แจงเรื่องต่างๆ เพื่อเรียนรู้งานใหม่

“คุณราม เลอร์มิงตัน ผู้บริหารอีกคนของรีสอร์ตเรา” แจ็คเอ่ยแนะนำอย่างสุภาพ ลินด์ก้มโค้งทักทายด้วยอาการประหม่า

“สวัสดีค่ะท่าน”

“อืม”

รามสูรยิ้มมุมปากเล็กน้อยเพียงไม่นานใบหน้าก็กลับเป็นปกติ ความจริงเขาเพิ่งลงทุนซื้อหุ้นเล็กๆ น้อยๆ ของรีสอร์ตเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

เพราะลินดาของเขาโดยเฉพาะ...

หลังจากที่แนะนำตัวกันอยู่สักพัก แจ็คจึงสะกิดให้ลินด์ถามความรู้สึกหรือความต้องการจากคนที่เข้าพักรีสอร์ตให้ดูเป็นมิตรและเป็นกันเอง นอกจากรามสูรจะเป็นลูกค้าระดับสูงแล้ว เขายังเป็นหุ้นส่วนใหญ่เหมือนดัสติน ดังนั้นเวลาถามความเห็นก็จะได้ทั้งสองด้านคือด้านลูกค้าและด้านผู้บริหาร

“เอ่อ... คุณรามพอจะมีเวลาสัก 10 นาทีให้ดิฉันสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับรีสอร์ตเพิ่มเติมหรือเปล่าคะ” สูดลมหายใจเข้าลึกอย่างมีสติ

“เวลาแค่นั้นมันพอใช่ไหม ฉันรู้สึกว่ามันต้องนานกว่านั้น”

“เท่าที่คุณรามจะสละเวลาให้ได้ค่ะ”

“แต่ฉันไม่ชอบคนเยอะ น่ารำคาญ”

เบนสายตาไปทางคนที่เขาไม่อยากให้อยู่ตรงนี้ด้วยสักเท่าไหร่ทำให้แจ็ครีบปลีกตัวออกจากตรงนั้นทันที

รามสูรหมุนตัวกลับแล้วก้าวมานั่งลงโซฟาหนังตัวใหญ่พร้อมส่งสายตาให้หญิงสาวที่ยืนนิ่งอยู่นั่นนั่งลงตรงข้ามกัน

“จะนั่งหรือไม่นั่ง”

“นั่ง นั่งค่ะ” ลินด์รีบตอบรับเมื่อได้ยินเสียงดุของเขา เธอเปิดสมุดบันทึกเล่มเล็กที่ลิสต์คำถามเอาไว้และพร้อมจดคำตอบลงไปในนั้นด้วย

“ลินด์ขอเริ่มคำถามเลยนะคะ”

“ฉันไม่ชอบการถูกซักถาม”

“ขอโทษค่ะ”

หญิงสาวรีบก้มหน้าลงเมื่อทำบางอย่างผิดไป ดวงตาหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด เธอหวาดหวั่น ตื่นเต้น เหงื่อออกตรงฝ่ามือจนชื้น และที่สำคัญหัวใจของเธอเต้นแรงมากเมื่ออยู่ใกล้และสบตากับเขา

“ลินด์ มองฉัน”

“ค่ะ คุณราม” ดวงตาสวยเงยขึ้นสบตากับสายตาคม แววตาของเธอแน่วแน่พร้อมกับรอยยิ้มริมฝีปากเพิ่มความมั่นใจ

“ไม่ต้องกลัว”

น้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลที่เอ่ยบอกทำให้ลินด์คลายกังวลและประหม่าน้อยลง นอกจากนั้นหัวใจดวงน้อยยังรู้สึกอิ่มฟูขึ้นจนกล้าที่จะสบตาและพูดคุยกับเขามากกว่าเดิม

มองหญิงสาวด้วยแววตาที่ไม่เคยมองใครมาก่อน ซึ่งเขาเองก็ไม่รู้ตัว หรืออาจจะรู้ตัวแต่เต็มใจที่จะมองโดยไม่หักห้ามใจตนเอง

ลินด์สามารถต่อบทสนทนาอันน้อยนิดกับรามสูรได้อย่างราบรื่น เสียงใส นุ่มนวลของเธอทำให้เขาไม่เบื่อที่จะฟัง

เด็กช่างพูด...

ดัสตินเดินผ่านมาเห็นก็มองอย่างไม่พอใจ เมื่อเห็นผู้หญิงที่ตนเองหมายตาเอาไว้กำลังคุยกับผู้ชายอีกคนอยู่สองต่อสอง และสีหน้าแววตาของเธอต่างจากเวลาคุยกับเขามาก เธอไม่เคยยิ้มหรือมองเขาด้วยสายตาที่มองรามสูรสักนิด

“ฮึ่ม! ขออนุญาตนะครับ”

รามสูรเหลือบมองคนมาใหม่ก่อนจะพยักหน้าลงเล็กน้อยเป็นมารยาท เขายกแก้วเหล้าขึ้นดื่มตัดรำคาญ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป