บทที่ 11 (ฝนตกขี้หมูไหล คนจัญไรมาพบกัน)
“โธ่ เร็วๆเข้าให้ชุดเดรสเลยเอา”
ภควรรณวิลาชักกลัวว่าหนุ่มหล่อที่เดินมากับกลุ่มเพื่อนคนนั้นจะผ่านหน้าร้านไปเสียก่อนเธอจึงผลักหลังลูกค้าหน้าหยกไปหา ร่างเพรียวผอมทอดกายลงนั่งบนเก้าอี้พลาสติกหน้าร้านพลางส่งยิ้มหวานไปให้เขาที่หันมามองมาตามการชี้นิ้ว ดวงตาสบมองเธอเข้าพอดี เธอเขินจนรีบวิ่งไปหลบหลังร้านรอจนกว่าหนุ่มคนนั้นเดินไปไกล
และแล้วก็ถึงเวลาที่ต้องยื่นหมูยื่นแมวกัน
“เค้าชื่อ?”
“ชื่อโอห์ม”
“อะนี่เสื้อกล้าม” เธอยื่นเสื้อกล้ามไปให้หลังทราบชื่อหนุ่มรูปหล่อคนนั้น “เอาเบอร์มาดิ”
“ไหนว่าให้เดรส?”
“เออ” เธอจึงจำใจหยิบเดรสให้หนึ่งตัวด้วยความเสียดาย “แต่ไหนล่ะเบอร์?”
“อ่ะนี่” อีกฝ่ายจึงยื่นช็อตโน้ตให้
“เดี๋ยวนะ นี่เดรสทรงอะไรของเธอเนี่ย หลุดQCเหรอยะ?!” ลูกค้าหน้าหยกหยิบชุดที่เหมือนมองไม่เห็นเป็นรูปเป็นทรงไม่รู้ช่วงแหว่งๆจะยัดหัวหรือยัดแขนใส่กันแน่
“โอ๊ยหล่อนอย่าโง่ นี่ชุดแขนเดียวอีกข้างเปิดโชว์ไหล่แล้วก็โชว์หลังด้วย แบบที่ซินดี้ใส่นี่ไงเค้าฮิตกันจะตาย” เธอดึงภาพขนาดห้านิ้วที่เป็นรูปนางแบบชุดซึ่งเป็นดาราดังสวมใส่
“ใส่แล้วสวยเหมือนซินดี้มั้ยนะ”
“สวย” เธอลากเสียงยาว
“โอเคตอแหลดี ถือว่าเข้ากันได้ เอาล่ะ มา ฉันช่วยเธอเก็บร้านนะนังแม่ค้าปากตลาด ฉันชื่อดิว หรือใครๆชอบเรียกว่าดิวลดา เธอล่ะ?”
“อืม ฉันชื่อวิลา”
แล้วมิตรภาพความเป็นเพื่อนก็เริ่มต้นขึ้น ทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนแต่เหมือนมีเคมีบางอย่างที่ทำให้ทั้งสองดูสนิทสนมกัน อาจจะเพราะนิสัยที่ดูห้าวและไม่กลัวใครของภควรรณวิลากับนิสัยเฮฮาช่างเจรจาเข้ากับคนได้ง่ายของอีกคนด้วยกระมังถึงได้เข้ากันได้ดีเป็นปี่เป็นขลุ่ย
“นี่ เอางี้ไหม ฉันพูดตรงๆเลยนะ เธออยากเป็นพริตตี้หรือสายเอ็นฯมั้ย?”
ดิวลดาสบโอกาสถามระหว่างที่ทั้งสองแบกถุงกระสอบลายทางเจ็ดสีที่ใส่เสื้อผ้า
“ไม่หรอก เพราะฉันจะไปทำงานเสิร์ฟ แต่ถ้างานที่เธอเสนอเป็นงานที่สบายได้เงินดีกว่าก็ค่อยว่ากัน”
“งานดีกว่า สบายกว่า และได้เยอะกว่าสองเท่าย่ะชะนี ฉันไม่อยากจะคุยหรอกนะ เธอต้องไปเห็นด้วยตาก่อน ฉันไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรแต่แค่เสียดายคนหุ่นดีๆมีต้นทุนใบหน้าที่ดีแบบไม่ต้องลงทุนศัลยกรรมเลยแบบเธอน่ะ สวยเลิศขนาดนี้ก็ใช้มันให้เกิดประโยชน์สิยะ”
“เออๆ”
เธอตอบพลางลอบชำเลืองมองตั้งแต่หัวจรดเท้าของเพื่อนใหม่อย่างระแวงในใจ เผื่อว่าจะมีอาวุธร้ายจะได้รีบควักมีดพกขนาดเล็กในกระเป๋ามาสู้ แต่ดูๆแล้วหล่อนคนนี้คงไม่โง่มาคิดปล้นคนอย่างเธอหรอก เพราะสังเกตจากการที่ผู้คนทักเธอตลอดทางซอยเล็กๆที่เต็มไปด้วยหอพักตึกน้อยใหญ่นั้นทำให้รู้ว่าแม่ดิวลดาคนนี้เป็นที่รู้จักมากมาย แอบมองยี่ห้อรองเท้าแตะ นาฬิกาหรือแม้แต่กลิ่นน้ำหอมก็ดูท่าว่าจะมีรสนิยมสูงใช้ของแพงเงินในกระเป๋าคงหนากว่าเธอหลายเท่า เปล่าประโยชน์ที่จะมาเสียเวลากับเธอ ถ้าคิดอีกทางในเรื่องอนาจาร ดูแล้วยิ่งเป็นไปได้ยาก ก็หล่อนคนนี้ท่าเดินหวานกว่าเธออีก และแน่นอน หล่อนชอบผู้ชาย
“โอ๊ยแล้วเมื่อไหร่จะถึงเนี่ย หอพักหล่อนอีกไกลไหม”
“ใกล้ถึงแล้วน่า”
“ว้าย ห้องพัดลมเนี่ยนะ อย่าหาว่าฉันบูลี่เลยนะ เธอทำงานเดือนนึงได้ติดแอร์ใหม่หรือเผลอๆได้เช่าคอนโดฯเลยนะยะ”
ดิวลดาวิจารณ์สภาพห้องพักของเธอตามความจริง อาจจะฟังดูแรงไปบ้างแต่เธอคิดว่าการพูดความจริงย่อมดีกว่าปิดปากเงียบ ทำแบบนั้นมันคงอึดอัดจะตายชัก
สายธารสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงผู้ชายดังมาก่อนที่ตัวจะเข้ามาในห้องด้วยซ้ำ เธอจึงรีบลุกจากเก้าอี้และเดินไปสะกิดเพื่อนสาว
“นี่ใครเหรอ?
“อ๋อ โทษทีนะฉันลืมโทรมาบอกล่วงหน้าว่าจะมีเพื่อนมาด้วย นี่ดิว เธอพอจำได้ไหมคนที่เก็กแมนประกวดเดือนคณะปีที่แล้วไงแต่ตกรอบแรก ไม่ต้องตกใจนะนี่ไม่ใช่ผู้ชายจริงๆ เอ๊ย ฉันพูดผิด นี่ไม่ใช่ชายแท้”
“แต่เป็นคนแท้ๆเหมือนกันนี่แหละจ๊ะ” ดิวลดาโผล่หน้ามาในวงสนทนา
“ส่วนนี่ สายธารรูมเมทฉัน”
“อืมฮื้ม ยินดีที่ได้รู้จักจ๊ะ เอางี้นะชะนี ฉันว่าเธอต้องรีบแต่งตัวซะ”
“ไปไหนอ่ะแก” สายธารสะกิดเพื่อนพลางถามด้วยความเป็นห่วงอีกครั้ง
“พาเพื่อนเธอไปขายตัวมั้งยะ ดูทำหน้าสิ เพื่อนหล่อนน่ะแก่แดดน่ากลัวกว่าฉันอีกไม่ต้องห่วงมันหรอก ห่วงตัวเองก่อนเถอะ”
“ห่วงฉันทำไม?” คำถามของสายธารนั้นไม่ได้มีความโทสะ เธอถามด้วยสีหน้างุนงงตาใสซื่อแต่มันคงทำให้อีกฝั่งคิดว่าเธอยียวน
“โอ๊ย พอๆทั้งสองคนหยุด เอาล่ะสายธาร ฉันว่าจะไปดูลาดเลางานใหม่ในผับนะ ไม่เป็นไรฉันเก่งดูแลตัวเองได้สบายมากเดี๋ยวยังไงฉันจะโทรหา ส่วนเธอนังดิวลดา นั่งรอฉันเงียบๆห้ามปากมากเพราะเพื่อนฉันจะอ่านหนังสือ”
แต่กว่าที่ภควรรณวิลาจะแต่งตัวสวยถูกใจเธอก็สวมไปกว่าห้าชุด จนกระทั่งชุดสุดท้ายแม่ดิวลดาเป็นฝ่ายเลือกหาในตู้เสื้อผ้าให้เธอสวมใส่เอง เธอไปที่ผับหรูหราแห่งหนึ่งซึ่งมีการบริการหลายระดับชั้น
“บอกไว้ก่อนเลยนะว่าฉันพกตังค์มาแค่สองร้อย” เธอเอ่ยกระซิบย้ำเตือนอีกครั้งโดยไม่ยอมเสียเปรียบง่ายๆ
“เออ รู้แล้ว ไม่ต้องห่วงเลยนะนี่ถิ่นฉันย่ะ มากับฉันซะอย่างดีไม่ดีฉันและแกจะไม่ได้จ่ายแม้แต่บาทเดียว”
แล้วดิวลดาก็ไม่ทำให้เธอผิดหวังเมื่อเธอได้ดื่มฟรีตลอดคืนเพราะถูกลากพาไปรู้จักกับเพื่อนแทบทั่วทั้งผับโดยการแนะนำของนังดิวลดา
