บทที่ 12 เอื้อยค้าบบ ('พี่สาวค้าบ' )
ช่วงเวลาผ่านไปกว่าสามเดือน ดิวลดาช่วยเปิดโลกทัศน์ใหม่ให้เธอรู้จักกับงานกลางคืนรายได้ดีและได้รู้จักกับเพื่อนใหม่นั่นคือ มิ้นท์ เฟย์ ทับทิม ลิลลี่ พวกหล่อนทั้งสี่คนนั้นสวยและหุ่นดีราวกับนางแบบแถมยังเรียนที่มหาลัยเอกชนชื่อดังอีกต่างหาก ฉายาของกลุ่มนี้คือแก๊งค์สวยสับไม่หลับใน แต่ดิวลดาแอบกระซิบบอกชื่อเก่าและเรื่องราวพอสังเขปของแต่ละคนให้เธอฟังว่า
“ชื่อเก่าอีมิ้นท์คือนิล เป็นดี้ที่เลิกกับผัวทอมวันละแปดรอบแต่ไม่เลิกจริงสักที ส่วนอีเฟย์มันชื่อส้ม อีนี่โสดและใช้เงินเก่งและสัจจะไม่มีอย่าเผลอให้มันยืมตังค์ง่ายๆ สาวทับทิมคนนั้นมันชื่อเขียว ดูเรียบร้อยพูดน้อยกว่าใครในกลุ่มมันเป็นเมียน้อยเค้ามาตั้งแต่อยู่ม.ปลายแล้ว ส่วนอีลิลลี่ชื่อเก่ามันคืออีรัตน์ มึงอย่าไปเผลอเล่าเรื่องอะไรให้มันฟังมากอีนี่มันขี้นินทาและปากพล่อยสุดและเคยแต่งงานแล้วตอนม.ต้น ตอนนี้มันโสดกับลูกติดอีกหนึ่ง”
ดิวลดาตะโกนใส่หูเธอแข่งกับเสียงเพลงดังในผับเธอแอบชำเลืองมองพวกหล่อนที่เต้นอยู่ไกลๆแล้วหันไปหัวเราะกับดิวลดาพร้อมวิ่งเข้าไปแจมกับแก๊งค์สวยสับออกลวดลายเต้นอย่างสนุกสุดเหวี่ยง
เธอไม่ค่อยจะมีเวลาได้พูดคุยกับสายธารเท่าไหร่ แต่ในขณะเดียวกันเองเธอก็เริ่มสนิทกับเพื่อนสายเอ็นฯกลุ่มนี้มากขึ้น ยิ่งมีรายได้มาก ก็ยิ่งตกเป็นทาสของกระแสสังคมและสินค้าใหม่ๆให้คอยวิ่งตามและอัพเดตตลอดเวลา เช่น สมาร์ทโฟนโลโก้รูปผลไม้โดนแทะเครื่องละหลายหมื่น กระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้า และแอคเซสเซอรี่จากหลักร้อยก็ค่อยๆไต่ไปหลักพันจนกระทั่งแตะไปถึงหลักหมื่น โดยแรกๆเธอจะเหนื่อยสักหน่อยในการพยายามถีบตัวเองให้เป็นที่ยอมรับ แต่เพราะไม่ยอมน้อยหน้าไปกว่าพวกนั้นจึงรับงานเยอะยิ่งขึ้น
ผ่านไปหนึ่มเทอมการทำงานกลางคืนของเธอไปได้สวยพอๆกับเรื่องของหัวใจ ความรักระหว่างเธอ สาวนักศึกษาปีสองกับโอฬาร หรือ โอห์มเด็กหนุ่มชั้นมัธยมปีที่หกกำลังเบ่งบานและกระชุ่มกระชวยเป็นที่สุด ใครจะมองว่าเธอรักเด็กก็ช่างเถอะ เธอไม่สนและยึดคติที่ว่า ‘เด็กในวันนี้คือผู้ใหญ่ที่หล่อในวันหน้า’ แต่หารู้ไม่ว่าหายนะในรูปแบบของภาระกำลังบังเกิด
เงินที่หามาได้ก็ต้องเปย์เด็กหนุ่มตลอด ทั้งการดูหนัง เลี้ยงข้าว หนักไปอีกก็จเป็นพวกเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า แทนที่เธอจะได้ใช้เงินที่ตนเองหามาโดยการรับงานเอ็นเตอร์เทนแขกจนขอบตาแทบจะกลายเป็นหมีแพนด้าเพราะนอนน้อยแต่ต้องฝืนร่างกายไปเรียนหนังสือให้ทันอีก ถ้าถามว่าเหนื่อยไหม เธอตอบเลยว่าเหนื่อย แต่มันคือความเหนื่อยที่เธอแสนจะสุขใจและเต็มใจ เธอชอบที่จะเห็นรอยยิ้มบาดใจของเขามากกว่า เรียกว่าแพ้ทางความหล่อ น่ารักและแสนจะขี้อ้อนของเขาเป็นที่สุด
ภาพที่สายธารเห็นแล้วรู้สึกอิจฉาอยู่บ่อยๆก็คือการที่เห็นคู่รักสาวนักศึกษากับเด็กม.ปลายนั่งคุยกระหนุงกระหนิงกันในห้อง เธออาจจะอึดอัดเล็กน้อยที่มีคนนอกเข้ามาแวะเวียนห้องพักบ่อยๆแต่พอนานๆเข้าก็เป็นความเคยชินไป เห็นแล้วก็พลอยดีใจที่เพื่อนมีความรักให้ยึดเหนี่ยว ดูน่ารักไปอีกแบบที่เพื่อนของเธอไม่เคยมีอะไรกับเด็กคนนี้เลย เธอไม่อยากจะเชื่อหรอกนะเพราะบุคลิกของภควรรณวิลาแบบมองผิวเผินนั้นช่างดูก๋ากั่นแต่ดันบริสุทธิ์จนน่าทึ่ง การสัมผัสกันของคู่รักคู่นี้อย่างมากก็แค่หอมแก้มและคลอเคลียกันดูหนังและเล่นเกมส์ในช่วงเย็น พอตกค่ำก็แยกย้ายเพราะภควรรณวิลาต้องรีบเตรียมตัวไปทำงานแล้ว
แต่วันนี้วันเสาร์คนโสดอย่างเธออาจจะรู้สึกระอาสักหน่อยเพราะโอฬารแฟนเด็กของเพื่อนเล่นเคาะประตูเข้ามาหาตั้งแต่เช้าแน่ะ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“อือ มาแล้วๆเคาะรัวๆอยู่ได้”
“หวัดดีฮะ วันนี้ผมว่างว่าจะมาขอเบียดเบียนwifiเล่นเกมส์สักวัน”
“จ้า” เธอลากเสียงยาวออกจะประชดสักหน่อย
“แล้วพี่สาวของผมยังไม่ตื่นสินะ โทรหาไม่รับเลย” เขามักเรียกวิลาว่าพี่สาวจนติดปาก ร่างสูงโปร่งเดินตรงดิ่งไปที่เตียงนอนที่มีสาวสวยนอนคว่ำหน้าหลับเป็นตายเพราะเลิกงานเอาเกือบสว่าง
เขาหยิบหมอนหนึ่งใบขึ้นมาตีลงที่ก้น
ฟุ่บ
“ตื่นได้แล้วค้าบ”
“อื้อ”
“นี่ เหนื่อยไหมค้าบพี่สาว” ขาแทรกตัวขึ้นไปนั่งบนเตียงนอนใช้หมอนพิงหลังนั่งข้างๆคนที่หลับปุ๋ยอยู่
“ยืมมือถือเล่นเกมส์หน่อย”
“งืม” เธอพยักหน้าอนุญาต
ส่วนเขาก็ใช้มือถือเธอนั่งเล่นเกมส์อย่างเมามันส์
ภควรรณวิลาเอื้อมแขนควานหาเด็กหนุ่มเธอขยับศีรษะนอนหนุนตักเขาที่เอาแต่จ้องหน้าจอมือถือ
“บอกว่าอย่าดื่มเยอะเห็นไหมหมดสภาพเลยเนี่ย” เขาหยิกแก้มนุ่มและหันมาสนใจเกมส์ต่อ
ภควรรณวิลานอนยิ้มแก้มปริ เธอช่างมีความสุขเหลือเกิน
“พี่สาวผมขอยืมมือถือพี่ไปโรงเรียนสักวันดิ”
หืม?
