บทที่ 13 พ่อ
“หือ? ไม่เอา ถ้าตัวเองยืมไปแล้วพี่จะใช้อะไรล่ะ”
“ก็ของผมไง เปลี่ยนกันสักวันสองวันเถอะนะ นะ นะ”
“ชิ เครื่องละห้าพันจะเปลี่ยนกับเครื่องละสามหมื่น”
“ทำไม กลัวเห็นความลับในเครื่องล่ะสิ”
“เปล่าเสียหน่อย ถ้าพี่มีความลับคงไม่ตั้งค่าเพิ่มใบหน้าตัวเองเข้าใช้งานเครื่องด้วยหรอก” เธออธิบายเสียงงัวเงีย
“เชื่อได้เรอะ ดูสิ มีเบอร์แปลกโทรมาด้วย”
“หือ?” เธอผงกศีรษะขึ้นมองหน้าจอพลางมองสีหน้าบึ้งตึงของแฟนหนุ่ม
“รับสิ แล้วให้ผมได้ยินด้วย”
“โอเค” เธอรีบรับและเปิดเสียงลำโพงไว้
‘ตึกสีครีมห้าชั้นกลางซอยมีม้าหินอ่อนเก่าๆสองชุดตรงหน้าใช่มั้ยลูก? ตอนนี้พ่ออยู่หน้าหอพักเราแล้วนะลงมาหาพ่อหน่อย’
หัวใจเธอเต้นแรงประกอบกับสายธารที่หันขวับมองเธอด้วยความประหลาดใจเช่นกัน เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่พ่อเธอโทรมา
“พ่อรู้ได้ไงคะว่าหนูอยู่ที่นี่” เธอเอ่ยถามผู้พ่อด้วยท่าทีเก้กังเมื่อเงยขึ้นมองไปที่ระเบียงชั้นสามพบสายธารโผล่หน้าแอบมองด้วย ใช่ สายธารเธอดูตื่นเต้นและดีใจไปกับเธอเสมอ
“พ่อไปหาเราที่บ้านป้าน่ะ ทราบข่าวว่าป้าเสียแล้วพ่อก็ตกใจเหมือนกันและไม่มีใครส่งข่าวนี้เลย”
“มันฉุกละหุกค่ะหนูเลยไม่ได้บอก ถึงบอกพ่อก็คงไม่ว่างมาอยู่แล้ว”
“แล้วเพิ่งตื่นหรือเราฮื้ม ทำไมตื่นสายจัง”
“ก็วันนี้ไม่มีเรียนนี่คะ” เธออธิบายพลางขยี้เปลือกตาป้อยๆ ไม่พร้อมบอกหรอกน่าว่าทำงานกลางคืน
“แล้วได้เงินจากไหนใช้ฮื้ม”
“ก็ ป้าให้ไว้แต่ตอนนี้ใกล้หมดแล้วค่ะ”
เธอเริ่มยืนบิดตัวไปมาพร้อมเกาท้ายทอยขณะที่เหลือบมองพ่อกำลังควักกระเป๋าสตางค์ออกมา แต่พอเห็นภาพลูกแฝดของเขาสองคนในกระเป๋าสตางค์แล้วก็ต้องเบือนหน้าหนี กัดริมฝีปากแน่น มองไปที่รถปิกอัพสี่ประตูสีบลอนด์ที่พ่อขับมาที่ตรงท้ายกระบะมีลังสินค้าเต็มไปหมด แสดงว่าพ่อคงแอบมาหาเธอและใช้ข้ออ้างว่ามาซื้อของเข้าร้านกระมัง
พ่อโชคชัย สุวรรณมายา เป็นเถ้าแก่เปิดร้านขายของขนาดใหญ่ใจกลางอำเภอและบ้านท่านไม่ได้อยู่ห่างกันมากจนจะลำบากในการเดินทางหรอก พ่อแค่ไม่ได้สนใจเธอแล้วต่างหาก
“ป้าไม่อยู่แล้วลูกคงลำบาก ยังไงก็โทรมาขอพ่อได้นะ แล้วก็นี่ใช้อย่างประหยัดด้วย”
พ่อดึงมือเธอไปและยัดแบงก์สีเทาจำนวนแปดใบให้ เธอรับเอาไว้แล้วไหว้ย่อด้วยท่าทางแข็งกระด้าง
“ไม่เจอนานเกือบปีโตเป็นสาวแล้วนะลูกพ่อ อะไรดลใจให้ทำผมสีนี้ล่ะฮื้ม?” ผู้พ่อเพ่งมองผมสีบลอนด์ของลูกสาวอย่างแปลกใจ
“ก็แฟชั่นไง” เธอเอ่ยอย่างเคอะเขิน
“พ่อว่าสีดำก็น่ารักอยู่แล้วนะ” มือเอื้อมออกไปลูบศีรษะลูกเบาๆ “แต่แบบนี้ก็สวยไปอีกแบบ เอาล่ะพ่อต้องไปแล้ว ไว้จะแวะมาหาใหม่นะ ตั้งใจเรียนนะลูก”
“ค่ะพ่อ”
เป็นวินาทีที่เธอรู้สึกสุขจนล้นปรี่ แม้ว่าท่านจะไม่ได้อยู่คุยนานแต่เธอก็ยังรู้สึกมีความสุขและดีใจเหลือเกิน
ใบหน้าเรียวสวยเอนซบไหล่โอฬารพลางอมยิ้ม
“แหม พ่อให้เงินแล้วยิ้มทั้งวันเลยนะครับ”
“แน่นอน” เธอยักคิ้วขึ้นพลางคลอเคลียแฟนเด็กราวกับแมวน้อย
“อย่าเบียดนักสิ ผมแข็งขึ้นมาจะยุ่งนะ” เขากระซิบบอกพลางดึงผ้าห่มขึ้นปกคลุมถึงอกทั้งเธอและเขา มือซุกซนเอื้อมมาขยำอกอวบเธอแต่สายตาแอบเฝ้ามองสายธารที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำรายงาน เมือ่สายธารหันมาเขาก็รีบดึงมือกลับ
“ฉันว่าจะออกไปซื้อของหน้าปากซอยพวกเธอเอาอะไรไหม?”
“ไม่คร้าบ ไปนานๆเลยนะ” เขาทำหน้าทะเล้นพร้อมพูดจามีเลศนัยจนสายธารทำหน้าเหม็นเบื่อ
“เชอะ”
เมื่ออยู่กันสองต่อสองแล้ว เด็กหนุ่มผู้นานๆทีจะเกิดอารมณ์กับหล่อนเริ่มควานมือลูบไล้สะเปะสะปะ อยากจะบอกว่าเขาก็ตื่นกลัวเหมือนกันเพราะมันจะเป็นครั้งแรกของเขา ส่วนเธอนั้นต่อให้อมพระมาพูดเขาก็ไม่เชื่อหรอกว่าเธอบริสุทธิ์ แต่เธอก็ยังเอาแต่โกหกหน้าตายอยู่ได้
“เอาจริงเหรอ” เธอทำหน้าหนักใจ
“ทำไมครับ นะๆๆ” เขาเอ่ยเสียงกระเง้ากระหงอดพร้อมค่อยๆสอดมือเข้าไปในกางเกงขาสั้นของเธอ
“งื้อ พี่จั๊กกะจี้” เธอดีดดิ้นพร้อมส่งเสียงหัวเราะ ยิ่งเขากำลังลูบวนชุดนั้นในบริเวณหนั่นเนินเนื้อแล้วค่อยๆแทรกนิ้วเข้าไปใต้ร่มผ้าที่เป็นด่านสุดท้าย
“หืม?” โอฬารขมวดคิ้ว พร้อมรีบดึงมือขึ้นมองมือที่แฉะของตัวเอง
“เลือด”
ทั้งสองอุทานโดยพร้อมกัน ประจำเดือนเธอมาขัดจังหวะอีกแล้ว
เขาทำหน้าเซ็งจัดพร้อมเดินหน้ามุ่ยจะออกไปจากห้อง
“โกรธพี่เหรอ” เธอรีบเข้าไปกอดเขาจากด้านหลัง
“เปล่า”
“เปล่าก็เปล่า แต่ห้ามไปมีอะไรกับใครน้า? สัญญาก่อน”
“อืม ปล่อยได้แล้วผมจะรีบกลับไปชักว่าว” เขาทำหน้ามุ่ย
“งั้น วันนี้พี่ให้มือถือไปใช้ หายโกรธยัง” เธอชูสมาร์ทโฟนขึ้นกวัดแกว่งไปมาจ่อใบหน้าหล่อเหลา
“เย้ รักพี่สาวที่สุด” เขารีบดึงมือถือยัดใส่กระเป๋ากางเกง พร้อมหอมแก้มเธอซ้ายขวาก่อนจากไปด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม
