บทที่ 2 (สาววอนนาบี)

ชารีฟ สุดที่รักของฉันเขาไม่ใช่คนธรรมดา มีถึงคำว่า ‘ชีกห์’ นำหน้า ฉันเองก็เพิ่งจะรู้เหมือนกัน ให้ตายเถอะ! ยัยภควรรณวิลา ยัยลาโง่เอ๊ย!

ฉันไม่เคยรู้เรื่องของเค้าเลยสักอย่าง ไม่ได้แคร์ ไม่ถามไถ่ มัวแต่สนใจเรื่องเงินของเขา

และความจริงที่น่าเศร้า คือตอนนี้ฉันเอาแต่เพ้อพกถึงเขาแม้ในเวลาทำงาน คิดถึงเหลือเกิน เลิกรากันไปนานเกือบจะสองปีแล้วเธอก็ยังลืมไม่ลง

“ไง จะเหม่ออีกนานไหม?”

สาวคนหนึ่งยืนกอดอกหน้าห้องวีไอพีมองมาที่เธอด้วยท่าทีเอือมระอาในความชักช้า เพราะทุกคนเข้าไปด้านในกันหมดแล้ว

“เข้าไปได้แล้วค่า คุณพี่” หล่อนยังจีบปากจีบคอทำเสียงลากยาวใส่จนเธอหยุดฝีเท้า ตั้งใจว่าจะเผยอปากด่า แต่ไม่ดีกว่า เลือกจะเดินหนีแทน

“นั่นจะไปไหนน่ะ?”

เธอหันกลับไปตอบว่า “ปวดข”

“เดี๋ยวมานะ” ร่างเพรียวสวยเดินหนีไปตั้งหลักควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ให้มีปากเสียงหรือก่อเรื่องวุ่นวาย

“โธ่ ก็นึกว่าจะแน่”

แต่เมื่อมีเสียงลอยมาจากด้านหลัง พร้อมทิชชู่ที่ถูกขยำและโยนมาทางเธอ

‘ทนไม่ไหวแล้วโว้ย!’

เธอรีบหมุนตัววิ่งกลับไปยังต้นทางกระดาษทิชชู่นั้น มันกำลังหันหลังกลับจะเดินเข้าไปในห้อง

แต่

พลั่ก!

เธอกระโดดถีบที่กลางหลัง หล่อนหน้าคะมำเกือบกระแทกพื้นแต่มือรองรับไว้ทันก่อน

“ว้าย!”

จากนั้นเสียงกรีดร้องจากบรรดาแม่เสือสาวในห้องก็ดังเอะอะขึ้นจนผู้จัดการวิ่งหน้าตื่นมาหาเธอ

“หยุดนะ!!”

เสียงแหบกังวานของผู้จัดการสาวใหญ่ส่งผลให้เสียงร้องเอะอะโวยวายค่อยๆเบาลงจ ทุกคนมองเธอเหมือนเป็นแกะดำในฝูง

“เฮอะ ทาลิปกูแล้วยังมาอวดเก่งกับกู เอามาเซ่ เอามาคืนเลยไอ้ที่ติดอยู่ปากมึงน่ะ มึงมีปัญญาซื้อใช้เองมั้ย!”

“ออ ของมึงเองเหรอ”

เธอหยิบกระดาษทิชชู่ออกมาเช็ดลิปสติกออกจนเกลี้ยง ขยำมันเป็นก้อนก่อนปาทิ้งตรงหน้า

                               “เอาของมึงคืนไป”

“โทษนะพี่” ยกมือไหว้เหนือศีรษะ ขอโทษผู้จัดการ

“ถ้าไม่ไหวก็กลับไปพักก่อนรอให้สภาพจิตใจดีขึ้นค่อยกลับมาทำงานนะ”

“โอ๊ยไม่เป็นไรพี่ หนูลาออกเอง” เธอตัดปัญหาความกระอักกระอ่วนใจของผู้จัดการที่เคยรู้จักคุ้นเคยกับเธอมาก่อน

จากนั้นเสียงแว้ดแหวโวยวายของแม่ดิวลดาเพื่อนเกย์ของเธอก็บ่นระงมในสาย

‘นังลา ฉันอุตส่าห์ฝากงานให้ ทำไมแกไม่อดทน’

“อือ โทษโว้ย ยังไงแกช่วยหางานใหม่ให้ฉันที”

‘ชะนี แกจะขยันก่อเรื่องแบบนี้บ่อยๆไม่ได้นะ’

 “ให้แกอยู่ในเหตุการณ์หรือลองเป็นฉันเองเหอะ”

เธอวางสายไปดื้อๆเพราะความหงุดหงิดเกินจะอธิบายให้ใครเข้าใจได้ เธอที่เคยมีรถซูเปอร์คาร์หรูหรา ตอนนี้ยืนตากฝนรอโบกแท็กซี่กลับ

เพื่อนที่เคยรายล้อมตอนได้ดี ตอนนี้หายหัวกันไปหมดแล้ว

บานประตูไม้ในอพาร์ตเมนท์รายเดือนราคาหลักพันถูกเปิดออก มือเรียวของคนด้านนอกวางค้างบนลูกบิดและยังไม่โผล่เข้ามาสักทีราวกับคนไม่มีเกลือแร่ในร่างกาย

“แฮ็ชแท็ก #สาววอนนาบี จะมีเรื่องใหม่ให้คนพูดถึงกันอีกแล้ว”

สายธาร สาวเฉิ่มสวมแว่นสายตา ผมหน้าม้าดำสนิทยาวประบ่า หล่อนคือเพื่อนคนเดียวที่เธอเหลืออยู่

เธอมองไปที่เพื่อนที่ละจากงานบนหน้าจอหันมาเท้าคางมองเธอด้วยรอยยิ้มมุมปาก เหมือนว่าแค่นั่งในห้องก็ได้ยินวีรกรรมที่เธอทำไว้เมื่อชั่วโมงก่อนหน้าแล้ว

“โห สภาพ” สายธารขยับกรอบแว่นตาหนาเตอะมองน้ำจากปลายเส้นผมไหลหยดลงมาบนพื้น

ติ๋ง

“ไง ชาวเน็ตสาปกูอีกแล้วสิ” ร่างเพรียวเดินไหล่ตกเข้ามานั่งบนพื้นห้อง

“แหงล่ะ ก็เล่นไปกระโดดถีบเพื่อร่วมงานนี่”

“เชอะ ชาวเน็ตพวกนั้นก็ดีแต่ตำหนิคนอื่นนั่นล่ะ ชีวิตจริงจะสามารถทำให้ถูกใจทุกคนไหมล่ะ?”

 “เฮ้ย แค่เค้าโยนทิชชู่ใส่ทำไมต้องถึงขนาดไปกระโดดถีบวะ?”

“ฉันทนไม่ได้”

“แล้วอย่างนี้ความฝันว่าจะไปเที่ยวดูไบ?”

“อาจจะเดินตามฝันช้าสักหนึ่งวันน่า เชื่อเถอะยัยธาร ฉันจะพาแกไปด้วยกันให้ได้”

“นอนฝันก่อนเหอะ สิ้นเดือนนี้จะหาไหนจ่ายค่าต่าง ๆ ค่าดารานั่นด้วย ถ้าเดือนไหนแกจ่ายช้ารับรองยัยนั่นจะปล่อยข่าวให้คนรุมทึ้งแกอีกแน่”

“เออ รู้แล้วน่า ช่วงนี้ฝนก็ตกไปขายของในตลาดก็ไม่ได้ เดี๋ยวดึกๆจะไลฟ์สดปล่อยของค้างสต๊อกอีก เห้อ ชีวิตลาโง่นี่ช่างเหนื่อยจริงๆ”

เธอบ่นให้กับชีวิตของตนเองที่แสนจะทุลักทุเล แต่ละเดือนต้องจ่ายค่าเสียหายให้ซินดี้ ดาราคนสวยที่เดินหน้าฟ้องร้องเธอแบบกัดไม่ปล่อยข้อหาเธอหมิ่นประมาทและทำให้หล่อนเสียชื่อเสียงจนเกิดข่าวใหญ่ เธอต้องชดใช้เดือนละหมื่นกว่าบาท

ชีวิตหลังจากที่เขาเดินหันหลังให้ จากหน้ามือแทบเป็นหลังเท้า เกิดเรื่องราวมากมาย โดนโซเชียลรุม คดีฉาวจนเดินเข้าเดินออกศาลเป็นว่าเล่น ไม่เว้นแม้แต่เรื่องที่ทำเธอเสียหลักที่สุด นั่นคือการถูกทางมหาวิทยาลัยไล่เธอออกเพราะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง มันลุกลามไปถึงขนาดการหางานทำที่ปกติก็ยากอยู่แล้ว พอเธอกลายเป็นสัญลักษณ์ของความฉาวโฉ่ จนมีแฮชแท็กเป็นของตัวเอง #สาววอนนาบี การหางานทำเลยยากขึ้นเป็นสองเท่า แล้วก็ต้องก้มหน้ารับสภาพไป งานเอ็นเตอร์เทนแขกที่เคยลั่นวาจาไว้ว่าจะไม่ทำอีกก็ต้องบากหน้าขอเพื่อนให้หางานแนวนี้ให้ เพราะอะไรน่ะหรือ? เงินไง งานแบบนี้เงินดี คู่ควรกับเธอที่มีรายจ่ายบานตะไท ขายบ้าน ขายรถ ขายทุกอย่างจนไม่เหลืออะไรแล้ว

“สู้นะ ฉันรู้ว่าแกก็ไม่อยากกลับไปทำมันเท่าไหร่หรอก แต่แกก็ต้องท่องไว้นะ เพื่อเงิน เพื่อความฝัน”

“แน่นอน เพื่อความฝัน เพื่อชารีฟสุดที่รักของฉัน”

ฝันสูงสุดของเธอไม่ได้วาดหวังไปไกล เธอแค่อยากเจอเขาอีกสักครั้ง อยากขอโทษเขาจากใจจริง วันนั้นเธอคงโล่งใจที่สุด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป