บทที่ 3 (โลกกลมเหลือเกิน)
ค่ำคืนแรกกับที่ทำงานใหม่ เธอตั้งใจว่าจะใจเย็นกับทุกเรื่อง ที่นี่คือผับชั้นใต้ดินในโรงแรมหรูที่เธอไม่เคยได้ย่างกรายเข้ามา มันหรูหราเกินคาดและแขกส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติ สิ่งที่เธอได้ยินแล้วขนลุกวาบฉับพลันนั่นคือเพื่อนรวมงานสาวคนหนึ่งเล่าให้เธอฟังว่าเจ้าของผับแห่งนี้เป็นชาวอาหรับ
ความคิดเธอเตลิดไปไกลถึงเขาอีกแล้ว จากที่คิดว่าตนเองเปลี่ยนสถานที่ทำงานที่ซึ่งไม่เคยมีภาพเก่าๆให้แทรกเข้ามารบกวนจิตใจก็ไม่เป็นผล
งานผ่านไปด้วยดี เธอโบกมือลาเพื่อนร่วมงานด้วยอาการกรึ่มเมาเล็กน้อย คืนนี้เฉพาะทิปที่เธอดื่มก็ฟาดไปเกือบหมื่น
ร่างเพรียวผอมในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์สะพายกระเป๋าผ้า ยืนรอเพื่อนด้วยท่าทีร้อนใจ
‘ชะนี ฉันลืมไปเลยจริงๆถ้าแกไม่โทรมา’
“เออ กูกลับเองก็ได้”
‘เดี๋ยวสิคะคุณลาโง่ ทำไมแกไม่รับงานต่อฮ้า? ฉันเพิ่มชื่อแกให้ด้วยแล้วนะ’
“ไม่เอา กูไม่รับงานวีมึงก็รู้”
‘โนจ๊ะ นังลา นี่ไม่ใช่งานวี ได้ยินว่าเป็นชาวอาหรับแต่งงานกับสาวไทย แกไม่ลองเสี่ยงหน่อยเหรอเผื่อเจอคุณชารีฟไง’
“กูไม่ตลก” เธอเหนื่อยอ่อนหัวใจ ไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากเจออดีตชายคนรักในสถานที่แบบนั้นอีกครั้งหรอกนะ น่าอายจะแย่
‘เออ กูพูดเล่นเค้าคงเข็ดจนไม่มาเหยียบเมืองไทยแล้วล่ะ แต่กูแค่จะบอกว่าเงินดีนะเว้ย เค้าไม่บังคับ ถ้าแกบอกว่าไม่ เค้าก็ไม่ทำหรอกน่าแกเชื่อฉัน มันเงินดีมากเว้ย เผลอๆแกอาจจะเจอคนดีๆแบบคุณชารีฟอีกไง’
“เลอะเทอะ กูไม่เอา อย่าได้หาดิลงานให้กูเชียวนะ”
‘สาบานด้วยเกียรติของแม่เล้า กูไม่ได้ดิลกับแขกที่ไหน แค่อยากให้มึงลืมตาอ้าปากได้ งานประจำที่แกทนทำมันเป็นปีๆมันได้เงินเยอะเท่านี้ไหม? เป็นแม่บ้านหรือสาวโรงงานแล้วมึงพอใช้ไหมล่ะ?’
เธอฉุกคิดถึงความลำบากในอดีต
“เออ ขอบใจ ซาบซึ้งเหลือเกินที่หางานให้”
‘อืม แกได้ภาษาก็ช่วยน้องๆที่ไม่เก่งภาษาก็แล้วกัน อุ๊บ! ซี้ดด’
“นังดิวนั่นแกทำอะไรน่ะ?” ปลายสายเริ่มเปล่งลมหายใจผิดปกติ “นี่อย่าบอกนะว่าแกอยู่กับผู้ชาย”
‘อื้ม’
ดวงตากลมสวยกรอกขึ้นด้านบน
“เออ เดี๋ยวกูจะกลับเข้าไป”
‘เริส’
เธอได้ยินคำติดปากนั้นของเพื่อนหากแต่ตอนนี้มันแทรกเสียงกระเส่าจนต้องรีบวางสายก่อนหันหลังกลับเข้าไปด้านใน
“ไม่ไป” เสียงทุ้มเอ่ยปัดเพื่อนชายที่ชักชวนพาเขาไปดื่มต่อกันที่ชั้นใต้ดินหลังจากงานเลี้ยงวิวาห์เสร็จสิ้น
อันที่จริงเขาแทบจะไม่อยากกลับมาเหยียบที่นี่อีกหรอก แต่เพราะความจำเป็นเมื่อเพื่อนร่วมรุ่นอีกทั้งเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจได้เลือกลงหลักปักฐานกับสาวไทยและแต่งงานกันที่นี่เลยต้องจำใจมาร่วมงานแต่งอย่างเสียไม่ได้
“เหอะน่า ไม่เจอผู้หญิงคนนั้นหรอก โลกก็ไม่ได้แคบสักหน่อย” การิมรบเร้าพร้อมทั้งยังเอ่ยถึงลัยลาฮ์ สาวแสบหน้าเงินคนนั้น เขาเป็นเพื่อนสนิทที่แสนรู้ใจชารีฟ รู้ดีว่าช่วงเวลาที่เขาเจ็บปวดจากสาวไทยคนนั้นมันทรมานสักแค่ไหนกว่าจะผ่านมาได้
“อีกอย่างนะ ป่านนี้หล่อนคงมีครอบครัวมีลูกเป็นโหลแล้วมั้ง” เขาเอ่ยติดตลกพยายามเปลี่ยนใบหน้าหล่อคมคายแต่บึ้งตึงนั้นให้ยิ้มแย้มได้สักที
นัยน์ตาสีเทอควอยซ์หลุบลงต่ำ เอาอีกแล้วสิ แค่มีใครพูดถึงเธอก็รู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก เขายกไวน์ขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดก่อนเดินนำหน้าการิมไป “ไปกันเถอะ”
“ฮะ เฮ้ย เดี๋ยว ตกลงที่ว่าไปนายจะไปกับฉันใช่มั้ย? เยส” การิมชูกำปั้นขึ้นอย่างดีใจ เขาอยากให้ชารีฟได้ผ่อนคลายบ้าง รู้สึกว่าเขาจะบ้างานทำแบบหามรุ่งหามค่ำและขยาดการเที่ยวแบบนี้ตั้งแต่ได้รู้จักกับลัยลาฮ์
..เพราะเธอคนเดียวที่ทำให้เพื่อนเขาเป็นแบบนี้!
ร่างสูงใหญ่เดินเข้าไปด้านในห้องโอ่อ่ามีไฟหลากสีมองเห็นเพื่อนที่นั่งรอก่อนหน้าผายมือเรียกเขาให้เข้ามาแจมกับสาวๆประมาณสิบคนเห็นจะได้ พวกหล่อนสวมชุดเกาะอกสีดำและมีใบหน้าเรียวรูปไข่ที่ละม้ายคล้ายคลึงกันไปหมดราวกับตุ๊กตามาจากโรงงานผลิตเดียวกัน และก็ยอมรับอยู่เหมือนกันว่าเขากลายเป็นมีอคติเลยทันทีเมื่อพวกหล่อนนั้นคล้ายคลึงกับลัยลาฮ์เสียเหลือเกิน
“ไง แจ่มไหม?”
“ก็งั้นๆ” เขายักไหล่
เธอปราดหางตามองรอบห้อง แต่ทว่า สุดปรายหางตานั้นเธอดันพบกับคนๆหนึ่งซึ่งคล้ายชารีฟมาก ความมืดสลัวบวกกับสาวๆที่ส่ายสะโพกบดบังการมองเห็น ในใจแทบอยากถอดปลั๊กเครื่องเสียงและเปิดไฟสว่างจ้าขอดูหน้าชัดๆ แต่ความจริงเธอแทบไม่กล้าเดินไปทางนั้นเลยด้วยซ้ำ เพราะกลัว กลัวว่าจะเป็นเขาจริงๆ
‘พุทโธ ธัมโม สังโฆโอย..ขออย่าได้เป็นเค้าเลย!’
เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงที่แอบดูชายใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาคนนั้น
ทั้งรูปร่าง ท่าทาง สีหน้า..
ความน่าจะเป็นเขาเพิ่มขึ้นมาเป็น50/50
อาจจะเมาจนตาลายเอาแต่คิดถึงจนเห็นเป็นภาพลวงตา ดังนั้นต้องคุมสติตนเองไว้ อย่าผลีผลามหรือปล่อยไก่ออกไปให้อับอาย
แต่ถ้าเกิดเป็นเขาขึ้นมาล่ะ?!
จะหาทางเลี่ยงหนีออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ไม่ได้อยากเจอกันในสภาพนี้เลย มันอายเว้ย!
แต่พอเขาเดินเข้ามาใกล้
แม่เจ้า!
สองขาเรียวยืนจังงัง เข่าอ่อนยวบลงจนรีบคว้าแขนเพื่อนร่วมงานไว้เป็นที่ยึด เมื่อชารีฟหันมามองหน้าเธอแบบจังๆ
เธอเย็บวาบไปทั้งตัวแล้วรู้สึกกลัวจนฉี่แทบราดมันตรงนี้เลยเมื่อเขาจ้องเธอชนิดไม่ละสายตา และสายตาคู่นั้นหาได้ตื่นตระหนกกับการได้พบเจอเธอเลย จะว่าจำหน้าเธอไม่ได้คงไม่มีทาง มันเป็นสายตาของคนที่มองกันด้วยความเกลียดชังปนสมเพช
บ้าน่า! โชคชะตาจะเล่นตลกกับเธอเกินไปแล้ว
ดวงตาคมเข้มคู่นั้นช่างมีพลังทำลายล้างอย่างร้ายกาจ เหมือนลูกกระสุนสาดยิงใส่เธอจนร่างพรุน อยากจะหลับตาแล้วแกล้งตายมันตรงนี้เลยจริงๆ
