บทที่ 4 แหวนหมั้น?
ชารีฟนั่งจ้องเธออยู่อย่างนั้น มันปวดปลาบในใจ นี่คือครั้งแรกในรอบสองปีที่เขาไม่ได้มา ทุกสิ่งอย่างเปลี่ยนแปลงพัฒนาขึ้น ถนน ตึกรามบ้านช่อง ทุกๆอย่าง ยกเว้นเธอ!
‘เงินและข้าวของที่ฉันให้มันไม่สามารถทำให้เธอเปลี่ยนเป็นคนใหม่ได้?’
เขาเอาแต่ตั้งคำถามนั้นอยู่ในใจ เธอก็ยังคงทำงานเอาใจแขกผู้ชายให้เอื้อมมือมาเสียดสีร่างกายแลกกับการซื้อเครื่องดื่มและทิปเล็กๆน้อยๆ บางทีอาจจะถึงขั้นขายตัวเลยก็ได้สินะ แต่ที่คืนนี้ทำเป็นยืนเก้กังก็เพราะว่าเจอเขา คงไม่นึกว่าจะได้มาเจอกันที่นี่สินะ
“เฮอะ”
เขารู้ทันมารยาเธอหรอกน่า เพราะเขาก็เคยเจอมาแล้ว อยากรู้จังว่าตอนนี้มีเหยื่อหน้าโง่แบบเขามาติดพันเธอไหม?
“นี่ พี่โอเคมั้ย?”
เมื่อเจ้าของร่างที่เธอใช้พยุงตะเบงเสียงถามแข่งกับเพลงที่ดังกระหึ่ม เธอจึงหลุดจากภวังค์ รีบดึงมือกลับและถอยร่นกลับไปยืนจุดเดิม
เธอไม่อยากเจอกันที่นี่ สิ่งที่วาดหวังไว้คือการหาเงินได้เยอะๆเพื่อไปเที่ยวกับสายธารและหาเขาให้พบ อยากมีโอกาสได้ยืนคุย ได้บอกคำว่าขอโทษสักหนึ่งนาที แค่นี้จริงๆ
แต่ดูความจริงตอนนี้สิ บ้าที่สุดเลย
ใบหน้าหวานยืนกร่อย มือประสานกันไว้ด้านหน้าสลับกับลูบแขนที่รู้สึกหนาวขึ้นมาจับใจ เธอชักไม่มั่นใจในชุดที่สวมใส่เสียแล้ว มือพยายามดึงชายกระโปรงสั้นแค่คืบลงอีกทั้งคอยหลบสายตาที่คาดเดายากของเขา ทั้งลูบผม เกาท้ายทอยวุ่นวายไปหมด เอาล่ะเมื่อไม่รู้จะทำยังไงต่อเธอขอไประบายให้สายธารฟังดีกว่า
ลัยลาฮ์ : -แก!-
สายธาร : -ว่า?-
ลัยลาฮ์ : -ฉันเจอคุณชารีฟ!-
สายธาร : -หา? บ้าน่า จริงดิ ... เฮ้ยคือ มึงโอเคมั้ย!-
ลัยลาฮ์ : -ใช่ มันบ้ามาก แทบอยากจะวิ่งหนีไปตอนนี้เลยก็กลัวโดนไล่ออกT0T-
“เฮ้ย นั่นลัยลาฮ์นี่! ..ใช่มั้ย?” การิมเอ่ยถามเพื่อนที่นั่งนิ่งหากแต่สายตาจ้องไปทางนั้นจนเริ่มรู้แน่แก่ใจแล้วว่าใช่เธอจริงๆด้วย
“ให้ตายเถอะไอ้เกลอ มันจะบังเอิญเกินไปมั้ยวะ คือฉันไม่รู้เลยนะเว้ย ถ้ารู้ว่ามีหล่อนอยู่ในนี้ฉันคงไม่..”
“เห้ย ไม่เป็นไรน่า” เขารีบแทรกขึ้นเมื่อรู้ว่าเพื่อนไม่ได้ตั้งใจจะให้เขาเจอเธอหรอก การิมออกจะเกลียดผู้หญิงคนนี้มากจนถึงขนาดอยากให้เขารีบลืมความเจ็บปวดแนะนำให้เขาได้รู้จักกับผู้หญิงอีกคนที่แสนเพอร์เฟ็กเพื่อมาแทนเธอ
“แล้วนายจะกลับเลยมั้ย?”
“ไม่กลับอยู่แล้ว” เขาทำหน้าเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไรและดื่มต่อ แต่ก็ลอบมองเจ้าหล่อนเป็นระยะ หันไปถึงสามครั้งสามคราแล้วก็ยังพบว่าเธอเอาแต่ก้มหน้าอยู่กับมือถือนิ้วมือพิมพ์แชทเป็นระวิง
เขาพยายามเพ่งตาสังเกตมองหาแหวนบนนิ้วนางของเธอ แต่ก็ไม่พบ
แล้วก็ต้องหัวเราะให้กับตนเองเพียงลำพัง
‘ก็ใครจะสวมแหวนหมั้นเข้ามาในงานนี้เล่า’
-แก ฉันสังเกตดูนิ้วนางเค้าแล้ว คือเค้ามีแหวนหมั้นว่ะ-
เธอเม้มริมฝีปากไว้แน่นเพื่อสะกดกลั้นน้ำตาเอาไว้ หันไปครานี้ดันสบตาเข้าจังๆ เธอรีบหลบดวงตาคู่นั้นก้มมองหน้าจอพิมพ์ภาษยึกยือจับใจความไม่ได้เพื่อแก้เขินไปพลาง
“คนนั้นน่ะ” ชารีฟชี้นิ้วพร้อมเรียกเธอเสียงดัง พอเธอเล่นมือถือนานเข้าเขาชักหงุดหงิด เหมือนเธอจงใจหลบหน้าเขา “ทำไมไม่เอ็นจอยกับแขกเลย?”
ลัยลาฮ์รีบยัดมือถือใส่กระเป๋าช่องเล็กๆที่กระโปรงด้านหลัง เพื่อนร่วมงานมองเธอด้วยสายตาตำหนิในความบกพร่องในหน้าที่นี้ เธอยืนเกร็งค้างอย่างชั่งใจ
เธอจะเอาอย่างไรดีกับชีวิตนี้?
วิ่งหนีไปดื้อๆเพื่อแลกกับการตกงาน? ทั้งๆที่จะเจอเขาที่นี่แค่ครั้งเดียว และอาจจะไม่ได้เจออีกเลยก็ได้
“ขอโทษค่ะ ดิฉันต้องขอโทษจริงๆ”
รีบโค้งศีรษะขอโทษเป็นยกใหญ่
“ไม่เป็นไรคร้าบ เอ้านี่ ดื่มด้วยกันสิ” ยาซีด เพื่อนของเขาอีกคนที่กำลังเมาได้ที่เดินเข้าไปกอดคอเธอไว้
ร่างเพรียวสะดุ้ง รีบดันตัวลูกค้าออก
“อ้าว ทำไมล่ะ แตะแค่นี้ไม่ได้สินะ”
“เอ่อ” เธอลอบมองดูเขาที่เพิกเฉยเหมือนไม่แยแสอะไรในตัวเธอเลยด้วยซ้ำ
“ออ ไม่เป็นไรค่ะ แตะพอประมาณแบบนี้ได้” เธอยิ้มหวานให้พร้อมรับแก้ววอดก้ามากระดกเข้าปาก
“อ่าส์” เธอทำหน้าเหยเกและรีบหาน้ำเปล่ามาดื่มล้างคอ และอีกนัยหนึ่งคือการเลี่ยงหนีจากแขกคนที่รุ่มร่าม
แต่ภาพที่ชารีฟเห็นและรู้สึกนั้นกลับคิดไปอีกทาง เขาไม่เคยจะไว้ใจท่าที่ทำเป็นตกใจหรือเหนียมอายของหล่อน นี่คือมารยาร้อยเล่มเกวียนชัดๆ
ชารีฟกวักมือเรียกหญิงสาวคนหนึ่งให้เข้ามานั่งใกล้ๆ เขาโอบกอดหล่อนพร้อมโน้มใบหน้าเข้าใกล้ใบหูจนแทบจะไซ้ดูดลำคอกันแล้วในสายตาของลัยลาฮ์
“เอานี่ไปให้คนนั้นดื่มสิ” เขาวานให้อีกคนนำเหล้าไปให้ลัยลาฮ์ ตั้งใจจะมอมเธอให้เมาไม่รู้เรื่องจะได้กล้าเผยชีวิตเธอหมดเปลือกว่าตอนนี้ทำอะไรอยู่ ยังคบกับแฟนเด็กให้มันรีดไถแล้วตัวเองทำงานเปลืองตัวแบบนี้ หรือว่ามีเสี่ยเลี้ยง?
เมื่อเธอส่ายหน้าปฏิเสธและทำหน้าเหมือนจะไม่ไหว แต่เขาไม่ละความตั้งใจนั้นง่ายๆหรอก
“บอกเธอไปว่าไม่ใช่ช็อตละพัน นั่นช็อตละหมื่น”
“ไม่ค่ะ” เธอส่ายหน้าอีกครั้ง ครานี้หันมาจ้องมองเขาและทำมือไขว้กันเป็นตัวx
“หนึ่งแสน” ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้น พร้อมเสนอราคาเสียงดังฟังชัด สาวๆในนี้ต่างเบิกดวงตาโตเท่าไข่ห่าน
“เห้ย ถ้าเธอไม่เอาฉันเอาแทนได้มั้ย”
ไม่ทันที่คนกระซิบถามได้พูดจบประโยคเธอสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดพร้อมดึงแก้วในมือหล่อนคนนั้นมาดื่มอย่างกระฉับกระเฉง
“ฮื่ม” ลัยลาฮ์ยกหลังมือขึ้นเช็ดริมฝีปาก หัวใจพองใหญ่เมื่อนึกถึงเงินก้อนนั้น เงินตั้งหนึ่งแสน ไม่เอาก็บ้าแล้ว
“กูว่าแล้ว” เขาแค่นหัวเราะออกมา คนอย่างลัยลาฮ์ก็ยังเป็นผู้หญิงที่ทำได้ทุกอย่างเพื่อเงินสิน่า
