บทที่ 5 เธอกลายเป็นอีตัว?!
ร่างเพรียวสวยเริ่มยืนไม่อยู่เธอขอนั่งเก้าอี้มองเพื่อนร่วมงานเล่นเกมส์สนุกสนานกับแขกอย่างครื้นเครง เธอรู้สึกเมื่อยคอจึงขอฟุบลงกับโต๊ะสักงีบ
นานเท่าไหร่ไม่รู้ เธอสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าสาวๆจากที่มีสิบคนตอนนี้เหลือแค่ห้า บรรดาแขกวีไอพีเองก็จำนวนคนลดลงเช่นกัน
“ว้าย แพ้อีกแล้วเนี่ย”
“ถอดเลยๆ”
และ ณ ตอนนี้เธอกำลังนั่งมองดูสาวๆกำลังเล่นเกมส์ไพ่กับแขก บางคนเปลือยอกจนเหลือแค่กางเกงในเพราะแพ้ เธอรีบกวาดสายตามองหาเขาในทันที แล้วก็พบว่าเขาย้ายจากที่นั่งเดิมไปอีกฝั่งหนึ่ง
“เห้อ” เธอแอบโล่งใจไปหนึ่งเปราะที่เขาไม่ได้ไปไหน และไม่ได้ร่วมเล่นเกมส์บ้าๆนั่น
เมื่อบรรยากาศภายในห้องชักไม่เหมือนเดิม ทุกคนเมามายหนัก หัวเราะอย่างสนุกสนาน สาวบางคนนั่งให้แขกขยำหน้าอกแล้วก็ก้มลงดูด
‘ชิบหายละ! หรือว่านี่คืองานวีสุกี้หม้อรวม?!!’
เอาล่ะ เธอต้องรีบหาทางหนีทีไล่ อยากจะเขกหัวตัวเองเหลือเกินที่เผลอหลับไป บวกกับตนเองที่เลือกรับเงินแสนนั้นเพื่อนกลุ่มที่ไม่รับงานพวกนี้ต่อเลยไม่ปลุกและคิดว่าเธอเป็นสายนี้กระมัง
“บ้าจริง” เธอบ่นกับตนเองพลางยืนหันรีหันขวาง
เขาเองก็จับจ้องมองเธออยู่ตลอด และยังตัดสินใจไม่ได้เลยว่าจะทำอย่างไรต่อดี?
-ชารีฟ ฉันว่านายควรออกมาได้แล้ว ฉันจะรอนายข้างนอกนะ รีบมา-
เขาเปิดอ่านข้อความจากการิม
โอเค เขาจะเดินออกไปจากห้องนี้ หล่อนจะเอากับใครก็เชิญ เขาไม่สน เขาจะกลับขึ้นไปนอนพักผ่อน พรุ่งนี้เช้าจะรีบไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด
“เฮ้ยเพื่อน คนนั้นน่าจัดว่ะ”
ไอ้ยาซีดคนดีคนเดิม พยักพเยิดไปที่ลัยลาฮ์ด้วยแววตาหื่นกระหาย
ไฟร้อนรุ่มสุมขึ้นกลางอก ดวงตาดุกร้าวกราดไปทางเธอพร้อมเดินเข้าไปคว้าแขนเรียวเล็กนั้นไว้
หมั่บ
“อุ๊ย!”
“คนนี้เหรอ คนที่นายอยากได้”
“คุณพูดอะไร” แม้หัวใจจะเต้นแรงเมื่อถูกเขาสัมผัสอีกครั้ง แต่ยังคาใจในถ้อยคำกำกวมนั้น
นอกจากจะไม่สนใจคำถามของเธอแล้ว เขายังบีบแขนเธอแน่นขึ้น
“ฉันเจ็บนะ” เธอพยายามสลัดออก แต่เหมือนว่ายิ่งทำอย่างนั้นยิ่งเจ็บมากขึ้นกว่าเดิม
“พอดีฉันคุยกับหล่อนไว้แล้ว เดี๋ยวเอาเสร็จแล้วจะส่งต่อให้นะ”
หัวใจดวงน้อยๆตกวูบลงช่องท้อง เมื่อครู่นี้เธอไม่ได้หูฝาดเพราะเขาเอ่ยออกมาเสียงดังฟังชัดเหลือเกิน
เธอกลายเป็นอีตัว?
เขามองเธอเป็นแบบนั้นจริงหรือ?
“เดี๋ยวเอาเสร็จแล้วจะส่งต่อให้นะ”
มือใหญ่บีบท่อนแขนเรียวเล็กนั้นแน่นขึ้น ดวงตาเทอควอยซ์จดจ้องเขม็งไปในดวงหน้าเรียวรูปไข่ที่กำลังบิดเบ้เพราะความเจ็บปวด เพียงเท่านั้นมุมปากหยักได้รูปก็รั้งขึ้นอย่างสาแก่ใจ
เจ็บปวดหรือ?
เธอเจ็บไม่ได้ครึ่งเขาหรอก!
สองชั่วโมงกว่าที่เขานั่งรอให้เธอตื่น นั่งมองอยู่แบบนั้น มันเต็มตื้นไปด้วยความรู้สึกเจ็บปวด หลากหลายความคิดและเรื่องราววันวานไหลผ่านเข้ามาในหัว
ตอนเธอนั่งฟุบหน้าเหมือนคนจะหลับ เขาเฝ้ามองตาปริบ คิดถามตัวเองในใจแล้วว่า ควรจะไปถามหรือคุยกับเธอสักคำหน่อยจะดีไหม?
อย่างน้อยๆก็แค่ถามไถ่เหมือนว่าการถามสารทุกข์สุขดิบของคนที่เคยรู้จักกัน พาลคิดไปถึงสูทที่ตัวเองถอดทิ้งไว้ก่อนเข้ามาในปาร์ตี้ลับนี้เพราะน่าจะหยิบมาด้วยเพื่อใช้มาปกคลุมเธอที่อยู่ในชุดล่อแหลม หรือจะถอดเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวนี้ออกแล้วตัวเองสวมแค่เสื้อกล้ามดี?
“ฟู่ว”
บุหรี่มวนที่สองถูกบี้ลงบนถาดรองรับ ร่างใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง และกำลังจะเดินไป
‘มีแต่คนโง่เท่านั้นที่กลับไปหาคนเก่า’
ชารีฟอีกคนที่ใจแข็งกำลังเรียกสติเขา ถ้าเดินไปตอนนี้ก็เหมือนกลับไปโง่อีก เลยเลือกที่จะเบนเส้นทางเข้าไปในห้องน้ำ
“อาซาน ฉันเจอเธอ!”
เพียงได้ยินประโยคแรกคนที่รับฟังก็พอจะเดาได้ว่าหมายถึงใคร ก็น้ำเสียงการบอกเล่าที่ปกติคนอย่างชารีฟไม่เคยตื่นตระหนกอะไรสักอย่าง
ที่ปรึกษาคนสนิทอย่างเขารับรู้เลยว่าชารีฟนั้นกระสับกระส่ายและร้อนใจมากสักเพียงใด
‘ท่านหมายถึงคุณลัยลาฮ์?’
“ใช่ โลกมันกลมเป็นบ้า นายคิดว่าฉันจะทำยังไงดี?!”
ร่างสูงทะมึนเดินวนไปมาอย่างคนร้อนรนใจขนาดหนัก เมื่อเหลือบมองตนเองในกระจกบานใหญ่ฉายชัดเห็นความวิตกบนใบหน้าแล้วก็ต้องถอนหายใจก้มมองพื้นแทน
‘ใจเย็นๆนะครับ ผมยังไม่รู้เลยว่าคุณเจอหล่อนที่ไหน ผมเลยบอกไม่ได้ว่าคุณชารีฟจะต้องวางตัวยังไง’
ฝ่ามือหนายกขึ้นลูบหน้าพลางทึ้งผมดกดำนั้นก่อนลดลงมาเท้าสะเอวด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนักขณะรับฟังเสียงของอาซานลูกน้องคนสนิทของเขาที่ปกติจะติดตามเขาเสมอหากแต่วันนี้คิดว่าแค่จะมาร่วมงานแต่งและอยู่ไม่ถึงสองวันจึงไม่ใช่เรื่องยุ่งยากถึงขนาดต้องมีคนติดตาม แต่พอเจอเธอเข้าเขากลายเป็นคนที่ทำตัวไม่ถูก ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว
