บทที่ 9 (อดีตของลัยลาฮ์ )

ใบหน้าคมคายเหลือบหันไปมองเธอที่อาเจียนออกมาจนแทบจะหมดตัวแล้วหล่อนก็เอนกายลงนอนตามเดิมอย่างไม่รู้เรื่องราว

 “ไม่รู้” เขาตอบออกมาตามตรง

“โอเค” การิมผงกรับเชื่องช้า ถึงจะไม่เห็นด้วยแต่ก็ไม่ก้าวก่าย เขาเคารพทุกการตัดสินใจของเพื่อนเสมอ  “งั้น พรุ่งนี้เจอกันเพื่อน” การิมตบบ่าให้กำลังใจก่อนเดินออกจากห้องไป

ซู่วส์!

สายน้ำจากฝักบัวด้านบนไหลลงมาชำระล้างคนที่กำลังนั่งคออ่อนคอพับไม่ได้สติจนตื่นตัวขึ้นพร้อมเอื้อมมือสะเปะสะปะร้องเรียกหาคนช่วย

“ช่วยด้วย อื้อ”

“ไง ได้สติแล้วใช่มั้ย” ร่างใหญ่ยืนเท้าสะเอวก้มมองหญิงสาวที่กำลังคลานออกมาจากสายน้ำเงยหน้าขึ้นมองเขา

“ชารีฟ”

“ใช่ ฉันเอง”

ร่างบางเปียกโชกพยายามดันตัวเองให้ลุกขึ้นยืนแต่เหมือนว่าเรี่ยวแรงมันหายไปไหนหมดก็ไม่รู้

“พาฉันออกไปจากที่นี่ที”

“พรุ่งนี้ฉันจะไปส่ง”

“ม่าย ช้านจาไปตอนนี้”

“เอาสิ ถ้าเก่งนักก็เดินออกไปเองเลย” เขาหยุดยืนมองดูเฉยๆ อยากจะรู้นักว่าจะเก่งได้สักกี่น้ำ

แล้วริมฝีปากที่ยิ้มเยาะนั้นกลับเปลี่ยนเป็นอ้าปากค้างหวอในทันทีที่แม่สาวจอมก๋ากั่นดันเดินเซซัดออกไปจากห้องน้ำได้สำเร็จ

เขาเดินตามหล่อนที่เก้าเท้าเตาะแตะประหนึ่งเด็กหัดเดินพร้อมทั้งมีรอยน้ำบนพื้นเป็นทางจากฝีมือของเธอ

“จะออกไปด้วยสภาพเหมือนหมาตกน้ำอย่างนี้เหรอ?”

“ไปแบบนี้ก็ดีกว่าอยู่กับไอ้ผู้ชายที่กระชากหัวผู้หญิงก็แล้วกันแหละ”

“โอเค คอแข็งดีนี่ ถือว่าเก่งที่ยังจำได้” เขาปรบมือสามที “แล้วจำได้มั้ยล่ะ ว่าเพราะอะไรถึงได้ถูกกระชากหัวออกมา”

“จำได้สิคะคุณชารีฟขา ฉันจะไปดูดค..ให้เพื่อนคุณ”

“ลัยลาฮ์” เขากระชากแขนเธอเข้ามาปะทะร่างใหญ่

“ปล่อยนะ ถ้าไม่ปล่อยฉันจะเหมารวมว่าคุณเองก็อยากจะซื้อบริการกับฉันจนตัวสั่น ฮ่าๆๆ เถียงไม่ออกล่ะสิ”

เขานิ่งอึ้ง คาดไม่ถึงว่าเธอจะเป็นไปได้ขนาดนี้ แต่พอเห็นน้ำตาที่ไหลพรากลงมาแล้วหัวใจก็อ่อนยวบไหวไปตามเจ้าหล่อน ให้ตายเถอะ มันสับสนไปหมดว่าเธอกำลังพยายามแสดงตัวตนแบบนี้ออกมาเพื่ออะไร เพื่อประชดชีวิตและไล่เขาทางอ้อมหรือ หรือว่าเธอเป็นแบบนั้นแล้วจริงๆ

“เงียบทำไม อยากฉันเหรอ” เธอดึงทึ้งเสื้อผ้าตนเองออกจนไม่เหลือสักชิ้น “เอาเซ่ จัดให้หนักๆเลย จะบีบคอ กระชากหัวหรือจะบอกให้เพื่อนเรียงคิวกันเข้ามาก็เอาเล้ย กูอนุญาต!”

“อย่ากวนประสาทฉัน”

“ทำไม ฮ้า ก็ใครล่ะมันตามวอแวฉันเอง เอาสิ เอาเลย” เธอแอ่นหน้าอกพลางใช้สองมือขยำยั่วยวนเขา

ทันใดนั้นเอง สองมือใหญ่ดันหัวไหล่มนให้ไปยืนชิดผนังห้อง เขาแกะมือเธอออกจากสองเต้าอวบแสนเย้ายวนแล้วใช้มือตนเองตะปบเข้าบีบขยำแทน

“อื้อ”

เธอหลับตาพริ้ม ใบหน้าซบลงบนอกแกร่ง ร่างอ่อนระทวยเกือบทรุดฮวบหมดสติบนพื้นแต่เขาโอบอุ้มเอาไว้ได้ทันเสียก่อน

“ฟู่ว”

ชารีฟพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ในที่สุดเธอก็หมดฤทธิ์สักที

จุ๊บ

ริมฝีปากโน้มลงจูบกลางศีรษะพลางหลับตาซึมซับสัมผัสที่โหยหานี้นานครู่หนึ่ง ก่อนอุ้มเธอไปนอนบนเตียง

“คุณยังรักฉันอยู่ใช่มั้ยคะชารีฟ”

คนสติสัมปชัญญะไม่เต็มร้อยละเมอออกมาเสียงแผ่วขณะถูกเขาใช้ไดร์เป่าผมให้อย่างอ่อนโยน

เธอกำลังฝันอยู่แน่ๆ!

เธอรู้สึกมึนงง และปวดศีรษะเหมือนกำลังอยู่บนเตียงที่หมุนได้

นี่เธอกำลังอยู่ไหน และทำอะไรอยู่?

 อีกครั้งแล้วสินะที่ปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือสตินำพาชีวิตให้ฉิบหาย นังลาโง่เอ๊ย!

สองปีก่อน

                                              ร่างผอมบางในชุดนักศึกษาทรุดฮวบลงกับพื้นหลังได้รับข่าวเศร้าจากการสูญเสียครั้งใหญ่ ป้าโสภี ผู้เป็นพี่สาวของแม่ท่านมีพระคุณเลี้ยงดูเธอตั้งแต่เด็ก และตอนนี้ท่านได้จากเธออย่างไม่มีวันหวนกลับด้วยโรคประจำตัว เธอมาไม่ทันได้ดูใจป้าเลยด้วยซ้ำ

“ฮือ”

ภควรรณวิลานั่งปาดน้ำตาป้อยๆภายในห้องนอนป้า รอบๆเตียงนอนนั้นมีทั้งสามีและลูกๆของป้ากำลังร้องห่มร้องไห้เสียใจอย่างหนัก              

หลังจากงานศพของคุณป้าเป็นอันเสร็จสิ้น เธอนั่งเหม่อลอยอยู่ที่ศาลาริมน้ำหลังบ้าน ไม่นานนักคุณลุงก็เดินมาวางมือเหี่ยวย่นไว้บนศีรษะเธอ

“วิลาเอ้ย ตอนนี้ป้าไม่อยู่กับเราแล้ว ลุงอยากให้วิลาย้ายไปอยู่กับพ่อแท้ๆเถอะนะ”

“ไม่ หนูไม่ไปหาพ่อ” เธอส่ายหน้าปฏิเสธเสียงแข็ง

“เห้อ ถ้างั้นก็อย่าหาว่าลุงใจร้ายเลยนะ ถ้าลุงจะบอกให้วิลาไปพักการเรียนไว้ก่อนเพราะลุงจ่ายคนเดียวไม่ไหว ไหนจะต้องส่งลูกอีกสองคนอีก”

“ไม่ หนูไม่ดร็อปเรียน”

“อุบ๊ะ นังนี่หัวดื้อไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ แล้วเอ็งจะเอายังไง ข้ามีภาระตั้งมากมายจะให้เลี้ยงเอ็งเพิ่มอีกคนคงไม่ไหว เอ็งควรไปอยู่กับพ่อเอ็งนะถ้าอยากเรียนต่อ”

“ไม่ ฉันไม่ไปอยู่กับพ่อและฉันจะหาเงินส่งตัวเองเรียนให้จบ!” เธอเดินกระแทกพื้นปึงปังออกไปเก็บเสื้อผ้าข้าวของออกจากทีนี่โดยไม่เอ่ยลาใครสักคน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป