บทที่ 8 .

“ฉันว่าคนที่ฉันจะจับปล้ำคนแรกก็คือพี่คนนี้นี่แหละ ขู่เก่งอะไรเก่ง”

หูได้ยินเสียงของฟิ้งค์พูดขึ้นมาอย่างทีเล่นทีจริง

“อย่ามาของขาดแถวนี้” และก็เป็นอะตอมที่ใช้คำพูดจิกกัดตอกกลับไป

หลังจากที่พี่ระเบียบแนะนำตัวเสร็จ พี่สันทนาการก็เข้ามารับช่วงต่อ

กิจกรรมแรกที่เริ่มต้นขึ้นเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ นักศึกษาปีหนึ่งดูสนุกสนาน เว้นก็แต่พวกฉันสี่คนที่นั่งทำหน้าเหมือนถูกกรอกยาเบื่อหนูใส่ปาก

นี่คงจะเป็นนิสัยที่เหมือนกันของพวกเรา ที่ไม่ตื่นเต้นกับกิจกรรมอะไรทั้งนั้น เอาแต่ทำหน้าเบื่อหน่ายอย่างเดียว

“อยู่กับพี่สันฯ สนุกมั้ยคะน้องๆ” พอพี่สันทนาการเอ่ยถามแบบนั้น ทั่วทั้งโรงยิมก็เต็มไปด้วยเสียงนักศึกษาปีหนึ่งที่ตะโกนบอกว่าสนุกดังลั่น ซึ่งนั่นสามารถเรียกรอยยิ้มภาคภูมิใจจากพวกพี่สันฯ คนอื่นๆ ได้เป็นอย่างดี

“พวกแกสนุกเหรอ” ชลลี่สะกิดถามพวกฉันทีละคน

“ก็ไม่นะ” และเราทั้งสามก็ตอบกลับเธอไปด้วยสีหน้าเบื่อๆ

ใครก็ได้ มาลากฉันออกไปจากตรงนี้ที ฉันอยากกลับบ้านไปนอนเต็มทนแล้ว

“น่าเสียดายที่เวลาแห่งความสุขของเราหมดลงแล้ว พี่คงต้องให้รุ่นพี่อีกกลุ่มมารับช่วงต่อแทน...เชิญค่ะพี่ว้าก”

เกิดเดดแอร์ขึ้นกับนักศึกษาปีหนึ่ง หลังจากที่เสียงเปิดประตูดังขึ้น พร้อมกับเสียงรองเท้าที่ดังกึกก้องสะท้อนไปทั่วทั้งโรงยิม ดูมีอำนาจเหมาะสมกับคำเรียกขาน

“ลลิส ฉันว่าฉันเห็นลางร้ายมาเยือนเธอแล้วล่ะ” ชลลี่ชะโงกหน้ามากระซิบข้างหูฉัน หลังจากที่เธอแอบหันไปมองสังเกตการณ์

“ทำไม”

“เงียบ!!” เสียงตะโกนดังขึ้นไม่มีปี่มีขลุ่ยจนพานทำให้บางคนถึงกับสะดุ้งโหยง

และนั่นก็ทำให้ฉันได้คำตอบ เมื่อเห็นหน้าของคนที่ตะโกนประโยคนั้นชัดเต็มสองตา

ไอ้แซงคิว...

ครั้นพอเห็นหน้าก็ทำให้ฉันนึกคิดในใจ ว่าเขาเป็นเจ้ากรรมนายเวรฉันหรือยังไง ถึงได้หนีกันไม่พ้น

แต่ผู้ชายที่ชื่อสายหมอกคนนั้นฉันไม่เห็นว่าเขาอยู่ตรงนี้ ทว่าก็ไม่อาจเบาใจได้เลย เพราะยังไงเขาสองคนก็เป็นเพื่อนกัน

ร่างสูงเดินก้าวออกมายืนอยู่ด้านหน้าแถวของนักศึกษาปีหนึ่ง โดยมีกลุ่มพี่ว้ากที่เหลือยืนเป็นแบ็คอัพอยู่ด้านหลัง แต่ละคนเป็นผู้ชายทั้งนั้น แถมสีหน้าและแววตายังอยู่ในโหมดที่ไม่พร้อมจะรับแขกใดๆ ทั้งสิ้น ดูเหมือนคนที่พร้อมจะบวกตลอดเวลา หน้านี่ก็ตึงอย่างกับไปฉีดโบท็อกซ์มา

ร่างสูงยืนมือไขว้หลัง ก่อนที่ดวงตาคมของผู้ชายที่ฉันจำได้แม่นยำว่าชื่อดิ้วจะกวาดมองนักศึกษาปีหนึ่งทุกคนจนกระทั่งสายตานั้นมาหยุดอยู่ที่ฉัน

ถ้าไม่ได้คิดไปเองล่ะก็ แววตานั้นเหมือนเขากำลังหาเรื่องฉันอยู่

“ไม่ทราบว่าจะคุยอะไรกันนักหนา! ถ้าไม่อยากเข้าร่วมกิจกรรมก็ออกไป!!” ประโยคนั้นเขาตะคอกออกมาทั้งๆ ที่สายตาก็ยังไม่ละไปไหน ราวกับว่าเขากำลังพูดกับฉันอยู่

อืม...พูดกับฉันงั้นเหรอ โอเค้! ไปต่อไม่รอแล้วนะ

พรึบ!

“เฮ้ยลลิส” ฉันได้ยินเสียงเพื่อนโอดครวญหลังจากที่ฉันตัดสินใจลุกขึ้นยืน จนตัวเองต้องตกเป็นเป้าสายตาอีกครั้ง

ฉันไม่ยอมถูกโขกสับหรอก เป็นพ่อเป็นแม่หรือไงถึงมาตะคอกใส่กันแบบนี้ ไป...ไปนอนซะ

“ก็เขาบอกเองหนิว่าถ้าไม่อยากเข้าร่วมกิจกรรมก็ให้ออกไป แล้วจะรออะไรล่ะ” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงปกติ พร้อมกับมองสบตาเขาไปด้วย ถึงกระนั้นเสียงของฉันก็ทำให้ทุกคนภายในโรงยิมได้ยินกันชัดเจน เพราะบรรยากาศปกคลุมไปด้วยความเงียบตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

“งั้นไปด้วย” เพื่อนใหม่ทั้งสามคนของฉันพากันลุกขึ้นยืน เมื่อเห็นว่าตัวเองมีแนวร่วมฉันถึงได้ขยับเท้าก้าวเดินออกมาจากแถว โดยไม่สนสายตาของใครที่มองมา

จนกระทั่ง...

“กลับเข้าไปนั่ง” ร่างสูงของผู้ชายที่ชื่อสายหมอกคนนั้น โผล่มาประจันหน้ากับฉันตรงประตูทางออกพอดี

เขาสูงมากจนฉันต้องเงยหน้าขึ้นมอง และก็ไม่คิดที่จะเดินกลับเข้าไปนั่งตามคำสั่งที่เรียบนิ่งของเขา

“หลบ” นอกจากจะไม่ทำตามคำสั่งเขาแล้ว ริมฝีปากบางของฉันก็ยังโพล่งประโยคนั้นออกมาอีกด้วย

“ผมบอกให้คุณกลับไปนั่งที่...เดี๋ยวนี้!” ร่างสูงตะคอกสั่งใส่หน้าฉันเสียงกร้าว ดวงตากลมโตของฉันมองเขาเขม็งอย่างท้าทาย

คิดเหรอว่าจะกลัว…

“โอเค! ไม่หลบก็ไม่ต้องหลบ”

ปึก!

เสียงนั้นเกิดจากการที่ฉันเดินกระแทกไหล่เขาออกมาอย่างไม่เกรงกลัว และเมื่อเพื่อนทั้งสามคนของฉันเห็นภาพนั้นก็รีบเดินตามฉันออกมาทันที

แต่พวกเธอไม่ได้เดินกระแทกไหล่เขาเหมือนอย่างที่ฉันทำหรอก เพราะตรงประตูมันมีพื้นที่ตั้งกว้างให้เดินแทรกออกมา

ที่ฉันทำกับเขาแบบนั้นก็ไม่มีอะไรมาก แค่หมั่นไส้...

อายุมากกว่าไม่กี่ปีทำมาเป็นข่ม คิดจะสั่งสอนคนอื่นแต่ตัวเองก็ยังมีประสบการณ์ชีวิตไม่มากพอเลยด้วยซ้ำ

บอกตรงๆ เลยว่าฉันต่อต้านอะไรแบบนี้ และจะไม่มีทางกลับเข้าไปร่วมกิจกรรมบ้าๆ นั่นเป็นอันขาด!

“เธอนี่ชะนีเกินเบอร์จริงๆ เลยลลิส แต่ก็ดีแล้วล่ะที่ออกมาแบบนี้ ฉันเบื่อจะแย่อยู่แล้ว” ฟิงค์เอ่ยพูดขึ้นมา ขณะที่เรากำลังจะเดินตรงไปที่หน้าคณะ ยังดีที่ไม่มีรุ่นพี่คนไหนตามมาลากพวกเรากลับไป แต่วันอื่นก็ไม่แน่

“แต่ฉันว่าเราต้องโดนหมายหัวแล้วแน่ๆ เลย”

“ช่างสิ มันเป็นสิทธิ์ของเรานะที่จะเข้าร่วมหรือไม่ก็ได้น่ะ แกจะกลัวอะไรห๊ะอะตอม” ชลลี่ไหวไหล่พร้อมด้วยสีหน้าที่ไม่แคร์อะไรทั้งสิ้น

“ฉันกลัวไม่ได้กินรุ่นพี่ต่างหากย่ะ” อะตอมโต้กลับทันควัน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป