บทที่ 11 บทที่11
"เจ่เจ้อย่าทำกับอั้วแบบนี้นะ ไม่งั้นอั้วจะไปฟ้องอาม่าแน่" และเช่นเคยคำขู่ที่กาลก่อนไม่เคยได้ผลฉันใด ปัจจุบันไอ้ต้าวต่างภพผู้ซึ่งไร้ความทรงจำในอดีตก็ยังคงจำอะไรไม่ได้เลยสักนิด ก็ย่อมไม่กลัวฉันนั้น...ยิ่งขู่เหมือนเธอจะยิ่งลากคอเขาแรงขึ้น เล่นเอาเด็กชายแทบร้อง
"เจ่เจ้จินจิน เบาๆ อั้วเจ็บ"
"รู้จักเจ็บด้วยเหรอ...ไอ้เด็กหัวขโมย"เสียงขู่ฟ่อเหี้ยมเกรียม เต็มไปด้วยความโมโหหิว...อีกทั้งหงุดหงิด
"อั้วขอโทษ เจ่เจ้อย่าทุบตีอั้วเลยนะ ไม่งั้นตอนเย็นอั้วไปช่วยงานที่โรงน้ำแข็งไม่ไหวแน่"เด็กชายเริ่มกลับมาอ้อนวอนอีกรอบ อาจเพราะรู้รสมือรสเท้ากันดี...พี่สาวตัวเล็กแต่ใจยักษ์ของเขาเห็นตัวเล็กๆ แบบนี้แต่มือไม้หาได้เบาไม่...เพราะคำว่า 'ทุบตี' ทำให้หญิงสาวชะงัก..มันทำให้เธอชักสงสัยแล้วว่าร่างเดิมในอดีตของเธอคงเป็นพวกชอบใช้ความรุนแรงไม่ใช่น้อย
"งั้นนายตอบฉันมาก่อน ทำไมต้องขโมยด้วย?"
"ก็อั้วหิวนี้ เมื่อวานอั้วได้กินข้าวแค่สองมื้อเอง"น้ำเสียงเศร้าสร้อยของเด็กชายตัวผอม ส่งผลให้คนที่ถูกเรียกว่า 'เจ่เจ้' งงงัน มือเรียวสวยปล่อยคอเสื้อ ดวงตาคมกริบกวาดมองคนตรงหน้าจากหัวจรดเท้า...เสื้อผ้าที่เด็กชายตัวจ้อยที่สูงเพียงอกเธอสวมใส่คือเสื้อยืดสีน้ำตาลหม่นๆ ที่ดูแลผ่านการซักมาหลายรอบ จนสีจางและบางลง..กางเกงสีดำเข้มสั้นเต๋อ ถ้าสังเกตดีๆ ก็มีรอยปะชุนไม่น้อย
ถ้าเธอกับเด็กคนนี้เป็นพี่น้องกันจริง...ทำไมเด็กชายถึงดูยากจนข้นแค้น สวมเสื้อผ้าเก่าๆ ทั้งยังเป็นหัวขโมยด้วยเล่า?
"เราเป็นพี่น้องกันถูกมั้ย? ถ้านายหิวขนาดนั้นทำไมไม่มาขอดีๆ ทำไมต้องขโมยด้วยละ"น้ำเสียงคนอายุมากกว่าเต็มไปด้วยความสงสัย บรรยากาศบางอย่างส่งผลให้เด็กชายรู้สึกผิดปกติ...หญิงสาวตรงหน้ายังคงดุร้ายไม่ต่างจากในอดีต แต่ในความดุนั้นยังแฝงด้วยกระแสธารความเมตตา ที่เขาเองก็สัมผัสมันได้
โดยเฉพาะเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ถ้าเป็นเจ่เจ้จินจินจอมเห็นแก่ตัว เอาแน่เอานอนกับอารมณ์ไม่ได้คนนั้น..คนเป็นพี่คงจะจัดการกับอาซ้อเหมย ด้วยวิธีการ 'ด่า' ทะเลาะเบาะแว้งกันลั่นถนน
เขารู้ว่าเจ่เจ้ต้องช่วยเขา...แต่เหตุผลที่ช่วยคงไม่ใช่พิศวาสนึกรักน้องชายหรอก แต่เป็นเพราะสำหรับเธอแล้ว น้องชายไม่ต่างจากสิ่งของ หรือสัตว์เลี้ยง... คนเป็นเจ้าของสามารถทิ้งขว้างหรือรังแกได้...แต่หายอมให้คนอื่นรังแกไม่...นั่นแหละ 'จินเยว่' เจ่เจ้คนสวย และแสนดุร้ายของเขา
"ว่าไง ทำไมเงียบ"คนอายุมากกว่ารีบทวนคำถามซ้ำ คนเป็นน้องเม้มปากแน่น ดวงตาชั้นเดียวชี้ขึ้นค้อนควักเต็มไปด้วยความเจ็บใจปนน้อยใจ
"ขออย่างงั้นเหรอ? คนหวงของแบบเจ้จินจินนี้นะ จะยอมแบ่งของกินของใช้..เงินทองให้กับคนอื่น"
"เดี๋ยวนี้ฉันพี่นายจริงๆ ใช่มั้ย?"หญิงสาวชักไม่แน่ใจ แต่ดูจากท่าทีเด็กชายตรงหน้าแล้ว คงไม่ได้โกหก ย้อนกลับมายุคอดีตว่าแย่แล้ว...ยังมาเจอปัญหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคนที่ต้องให้ตามแก้ไปอีก ใบหน้าสวยหวานอ้อนล้า ก่อนจะถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่าย
"ยังหิวอยู่มั้ย? ตอนนี้ฉันเริ่มหิวแล้ว ไปกินข้าวเป็นเพื่อนหน่อยซิ"
ณ ร้านข้าวมันไก่ หน้าตลาด y
สองพี่น้องเลือกนั่งโต๊ะนอกร้าน ร่างผอมเล็กของเด็กชายจ้วงข้าวมันไก่ด้วยความว่องไว ในขณะที่พี่สาวคนสวยนั่งหลังตรงกินไปด้วยมองน้องชายหัวขโมยไปด้วย
"ค่อยๆ กินก็ได้ กับข้าวไม่หายไปไหนหรอก"
"อั้วหิวนี้ เจ้จินจินไม่เข้าใจหรอก เพราะเจ้ไม่เคยได้อด!"เสียงอู้อี้ของคนตัวเล็ก ทำคนเป็นพี่ชะงักไปเล็กน้อย เป็นไปได้ยังไงที่ตัวเธอในอดีตจะปล่อยให้พี่น้องหิวโหย แต่ตัวเองอยู่สุขสบายนี้นะ? ดวงตาคู่สวยมีความลังเลอยู่ในนั้น ก่อนเสียงหวานจะตั้งคำถามออกไป
"ว่าแต่...นายชื่ออะไร"
"แค่กๆ ๆ"เสียงสำลักของเด็กชายผอมเกร็ง ส่งผลให้คนเป็นพี่รีบเลื่อนถ้วยชาไปให้
"เจ้ก็บอกให้ค่อยๆ กินไง จะรีบกินอะไรขนาดนั้น สำลักเลยเห็นมั้ย"เสียงบ่นแต่เต็มไปด้วยความห่วงใย เล่นเอาน้องชายตัวร้ายเงยหน้าขึ้นมองราวกับเห็นตัวประหลาด
"เจ้จินจิน เจ้ไม่สบายหรือเปล่า ทำไมถามอั้วแปลกๆ แบบนั่นละ"
"อื่ม ก็นิดหน่อย คือเมื่อวานเจ้ตกบันได...แล้วจำอะไรไม่ค่อยได้นะ"จินเยว่รับคำเสียงเรียบ
ดวงตาเฉลียวฉลาดของคนเป็นน้องสำรวจคนตรงหน้าด้วยความตั้งใจ ทั้งผมยาวดำสลวยถูกมัดง่ายๆ เป็นหางม้า ใบหน้าสวยคมเจือหวานไร้แป้งหนาเต๊อะ เผยผิวขาวอมชมพู
