บทที่ 1 น่ารังเกียจ

เกือบห้าปีแล้วที่สุริยะ อัครภูรินทร์ยืนไว้อาลัยอยู่หน้าหลุมศพของของพริมพลอยคนรักหนึ่งเดียวที่เขาคิดจะแต่งงานด้วย

แม้การจากไปของเธอจะผ่านมาแล้วหลายปี แต่เขาก็ไม่เคยจดจำเสียทีว่าตนเองมาเยือนหลุมศพแห่งนี้กี่ครั้ง รู้เพียงแต่ว่าไม่มีครั้งไหนที่จะไม่คิดถึงคนรัก เขารักเธอสุดหัวใจ และคิดว่าคงไม่มีใครมาแทนที่พริมพลอยได้อีก หรือจนกว่าเขาจะล้างแค้นคนที่ทำให้แฟนสาวของเขาหมดลมหายใจได้สำเร็จ

พี่ชายของเธอ คือ ศัตรูคู่แค้นที่ร้ายกาจที่สุดในชีวิตเขา และเขาจะไม่มีวันนอนตายตาหลับหากไม่ได้ปลิดชีพ เขมทัต    วัชรกาณจน์ พี่ชายไม่แท้ของแฟนสาว

"มึงจะไปบวชนานไหม" สุริยะถามเพื่อนสนิทหนึ่งในบก.มาเฟีย พนาธีร์ ลูกชายของอาจารย์เธียร ฉายานัยน์ตาเทพ ผู้หยั่งรู้อดีต ปัจจุบัน และอนาคต และเป็นเจ้าของสำนักหมอดูอัตรยามีที่มีศิษยานุศิษย์จำนวนมาก

"สองปีว่ะ พ่อกูบอกว่าถ้ากูไม่บวช ชีวิตกูจะบัดซบอย่างไม่มีที่สิ้นสุด แต่หลังจากที่กูบวชและไปอยู่พุทธคยา ชีวิตก็จะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า มึงก็รู้นี่ว่าเมียกูทิ้ง แต่งงานกันไม่กี่วันก็เชิดเงินหนีไปกับผัวเก่า กูรู้สึกโง่ฉิบหาย..."

"แล้วมึงเชื่อที่พ่อมึงบอกเหรอไอ้ป่า"

"กูจะไม่เชื่อเลยถ้าพ่อไม่ทักเรื่องมึง....." พนาธีร์เอนตัวลงพิงกับต้นไม้ใหญ่ใจกลางสุสาน

"เรื่องอะไรวะ" สุริยะยังคงพูดสีหน้าเรียบเฉยเอนแผ่นหลังอยู่ด้านข้างพนาธีร์ เพื่อนรักจึงยืดตัวขึ้นนั่งกวาดมองเพื่อนซี้ที่หน้าตึงอยู่ตลอดเวลา

"ก็เรื่องที่ว่าน้องสาวไอ้เรนจะมาสมัครงานกับมึง แล้วไงล่ะเมื่อสองวันก่อนดันมาจริง กูยังขนลุกไม่หายเลย"

"ทักแค่นั้นมึงก็เชื่อแล้วหรือไง" ชายหนุ่มยังคงไม่เชื่อตวัดดวงตาคมกริบไร้สีสันส่งให้พนาธีร์ 

"ไม่ใช่แค่นั้น มันยังมีอีก หลังจากที่ดาเนียมาสมัครงานกับมึง นับจากนี้ถ้ามึงทำร้ายความรู้สึกดาเนีย มึงจะเจ็บมากกว่าตอนที่มึงเสียพริมไป"

"กูจะเจ็บกว่าได้ยังไง เพราะคนที่กูรักมีแค่พริมเท่านั้น" สุริยะยังคงยืนยันว่าคนที่เขารักนั้นมีเพียงพริมพลอย

"ไอ้แซ็ค มึงไม่คิดจะเปิดใจกับดาเนียหน่อยเหรอวะ กูเห็นน้องมันชอบมึงจริง ๆ นะเว้ย และดาเนียก็สวยขนาดนั้นมึงไม่เสียดายหรือไง"

"พริมก็สวย" เขาเถียงพนาธีร์กลับอย่างไม่ยอมและยังคงดึงดัน

"เออ พูดดีไปเหอะ ถ้าหมาตัวไหนมันคาบดาเนียไปแดกกูจะขำให้ฟันร่วงเลย"

"มึงจะไม่มีวันได้ขำแน่นอน" พนาธีร์กลอกตามองบนเขาแม่งสุดจะทนกับไอ้ความยึดติดของเพื่อนตัวดี

หลังจากที่แยกย้ายกับพนาธีร์ไม่นาน ศิวดล พ่อบ้านส่วนตัวผู้เป็นทุกอย่างให้กับคนในตระกูลอัครภูรินทร์ เดินเข้ามาหาเจ้านายของตนที่โต๊ะหนังสือตัวเดิมที่สุริยะมักจะนั่งเซ็นเอกสารเงียบเชียบคนเดียว ซองเอกสารสีน้ำตาลถูกหย่อนลงตรงหน้า เขาเหล่มองครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วจึงเงยหน้าขึ้นสบตากับพ่อบ้านมือฉมัง

"อะไร"

"ก็เอกสารลับที่คุณแซ็คให้ผมไปจัดการสืบมาไงครับ ผมได้มาทั้งหมดที่คุณแซ็คต้องการ"

"ดี งั้นฉันจะได้ไปหาไอ้เรน....ตอนนี้มันอยู่ที่งานของลุงโทนใช่ไหม" แซ็คยืดตัวตรงขึ้นกระชับสูทแล้วกลัดกระดุมเสื้อให้ครบทุกเม็ดเพื่อเตรียมตัวออกไปพบกับเพื่อนซี้ที่ไม่ได้เจอหน้ากันมาตลอดห้าปี

"ใช่ครับ"

ชายหนุ่มที่แต่งชุดสูทดำอยู่ตลอดแทบจะไม่เคยเปลี่ยนไปใส่เสื้อผ้าที่มีสีสันเดินทางถึงห้องโถงจัดงานโรงแรมขนาดใหญ่ ยามที่ร่างสูงเดินผ่าเข้าไปพบเพื่อนสนิท ทุกคนรอบตัวก็กวาดตามองเขาด้วยความหวั่นเกรง

เขาใช้เวลาคุยกับพิรุณไม่นานนักเพราะอยากรีบรวบรัดให้เร็วที่สุด เนื่องจากมีนัดกับเลขาสาวสองคนที่กำลังรอคอยเขาอยู่ที่โรงแรมอีกแห่ง ในเมื่อจ้างมาให้ปรนนิบัติแล้วเขาก็ต้องใช้ให้พวกหล่อนทำให้เขาผ่อนคลายถึงที่สุด

แต่หลังจากที่เขาออกมาจากโรงแรมได้ไม่นานก็เห็นสาวในชุดเดรสสีน้ำเงินสับขาเข้าไปในโรงแรมด้วยท่าทางเร่งรีบ เป็นยัยเด็กนั่นเอง ดาเนีย ปรมะเมคินทร์ เด็กไร้เดียงสาที่กล้ามาสมัครงานเลขากับเขา โดยหารู้ไม่ว่า เลขาในความหมายของเขามันเป็นคนละแบบอย่างที่เธอเข้าใจ แต่ถ้าในเมื่อเด็กน้อยยังไม่เข้าใจ เขาก็จะทำให้เธอกระจ่างแจ้งเอง

เพราะเขาจะต้องรีบตัดไฟตั้งแต่ต้นลม เขาจะไม่มีวันเก็บเกี่ยวความสัมพันธ์ใด ๆ กับดาเนียเด็ดขาด ถึงแม้ไอ้ป่าจะบอกว่าเขาจะต้องเจ็บปวดเรื่องดาเนียมากกว่าเรื่องพริมพลอย แต่ยังไงซะในเมื่อเขาไม่เริ่มต้นความสัมพันธ์ ดาเนียก็ไม่มีวันเป็นจุดเริ่มต้นของความเจ็บปวดที่ไอ้ป่าว่ามาอย่างแน่นอน

"คุณแซ็คให้คุณดาเนียออกมาก่อนทำไมครับ"

"ก็ฉันจะพาเด็กนั่นไปดูกิจกรรมที่ผู้ใหญ่เขาทำกันน่ะสิ"

เขาหลับตาลงขบคิดเรื่องเดิม ๆ ภาพความทรงจำเก่าของเขากับพริมพลอย ทว่าเสียงของกลุ่มคนที่เดินออกมาด้านหน้าโรงแรมก็ดังขึ้นขัดจังหวะความนึกคิด เขาลดกระจกหลังรถลงลอบมองดู พิรุณ ปาลิน และดาเนียอยู่ในความมืด

ครั้นรถพิรุณแล่นออกไป ดาเนียที่เปล่งรอยยิ้มสดใสในตอนแรกกลับหุบยิ้มลง แถมยังเป็นใบหน้าที่หมดอาลัยตายอยากขั้นสุด ยัยเด็กนี่มีอะไรให้เศร้าเสียใจกับเขาด้วยงั้นเหรอ

บทถัดไป