บทที่ 3 1 l จุดโบยบิน

1

จุดโบยบิน

ตอนนี้เป็นเวลาเจ็ดโมงเช้า ใช้เวลาเดินทางจากประเทศไทยรวมสิบเกือบสิบเอ็ดชั่วโมง ในมือของเธอจูงกระเป๋าเดินทางสีดำพร้อมกับถือเอกสารที่เตรียมไว้ตั้งแต่อยู่สนามบินเพื่อจะยื่นให้กับพี่เลี้ยงที่ดูแลระหว่างเธอเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่นี่

มือบางยกโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์หาพี่เลี้ยง ก่อนที่สายตาของเธอมองไปยังบ้านพักตรงหน้า เป็นบ้านทรงคลาสสิกอัลไพน์เป็นสไตล์บ้านที่พบได้มากที่สุด ความกังวลยังคงฉายบนใบหน้าสวย ถึงเธอจะรู้สึกดีใจมากที่ได้ออกจากบ้านก็ตาม

เธอเผยรอยยิ้มบาง ๆ เมื่อคนในแชทเดินออกมาจากบ้าน ตรงมาที่เธอ

“สวัสดีค่ะ” “น้องแพรวใช่ไหม?” หญิงสาวรูปร่างอวบเดินตรงเข้ามารับนักเรียนแลกเปลี่ยน ทางโรงเรียนนานาชาติแบ่งกันดูแลจำนวนนักเรียนไม่เกินห้าคนต่อหนึ่งพี่เลี้ยง เพื่อให้การดูแลที่ทั่วถึงตามกฎของโรงเรียน

“ใช่ค่ะ” แพรวยกมือไหว้ ต่อให้ตอนนี้เธอจะมาอยู่ต่างประเทศแต่ความเป็นวัฒนธรรมไทยยังคงติดตัวอยู่เรื่อยไป

“พี่ชื่อกานนะ เป็นพี่เลี้ยงเรา” “มีปัญหาเรื่องเอกสาร หรือเรื่องอื่นตรงไหน”

“โทรหาพี่ได้ตลอดเลยนะ”

“ยกเว้นเรื่องเงิน” พอประโยคสุดท้ายเอ่ยจบสองสาวก็พากันหัวเราะออกมาทันที พอรับรู้ถึงความเป็นกันเองเธอก็พอลดความประหม่าลงไปบ้าง

“มา ๆ เข้าที่พักกันก่อน”

แพรวเปลี่ยนจากลากกระเป๋าเป็นหยิบขึ้นมาถือแทน เมื่อเข้ามาในตัวบ้านก็พบกับดอกไม้เจอราเนียมหลากหลายสี ทั้งสีชมพู สีแดง สีบานเย็นชูเบ่งบานเหมือนต้อนรับผู้เข้ามาอยู่ใหม่ ที่เธอรู้เพราะเคยเจอในสารคดี

“สวัสดีเจ้าดอกไม้” นี่คือคำทักทายของเธอ ก่อนหญิงสาวจะรีบเดินตามพี่เลี้ยงเข้าไปในตัวบ้าน

“อันนี้คือห้องนั่งเล่นนะ” “ถัดไปเป็นห้องครัว”

“สามารถทำอาหารได้” กานผายมือบอกห้องแต่ละโซนด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร เธอเข้ามาทำงานตำแหน่งนี้ได้ห้าปี ช่วงแรก ๆ ที่รู้ว่าจะได้เปลี่ยนตำแหน่งจากงานเดินเอกสารในโรงเรียนเป็นพี่เลี้ยงก็รู้สึกกังวลมาก เพราะงานนี้มีการเดินทางย้ายถิ่นฐานอยู่เสมอ แต่เพราะเรื่องเงินที่เพิ่มมากขึ้นใครจะไม่อยากได้ พอมาได้สัมผัสงานตำแหน่งใหม่จริง ๆ เธอก็กลับรู้สึกชอบมากกว่าตำแหน่งเดิมเสียอีก

“ชอบไหมคะ” กานหันมาถามน้องด้านหลัง ที่ใช้สายตาสำรวจอยู่นั้น

“ชอบค่ะ” “ไม่คิดว่าจะใหญ่ขนาดนี้” ถึงภายนอกบ้านจะดูเก่าไปหน่อยแต่นั่นไม่ใช่ปัญหาแต่เธอกำลังปลื้มกับการตกแต่งภายในบ้านมากกว่า การจัดของเฟอร์นิเจอร์ได้เรียบร้อย แทบจะไม่มีฝุ่นเลย และตอนนี้เธอกำลังตื่นเต้นกับห้องนอนตัวเองแล้ว

“กำลังรอห้องนอนอยู่ใช่ไหม?”

“รู้ได้ไงคะ พี่กานเก่งมาก”

“นี่จ๊ะห้องของแพรว” “บ้านหลังนี้จะมีนักเรียนแลกเปลี่ยนประเทศอื่นมาอยู่ด้วยนะ” “เดี๋ยวเขาก็คงจะตามกันเข้ามา” กานพาเธอมาอยู่หน้าห้องนอนของเธอ เป็นห้องที่อยู่ด้านในสุดพอเดินเข้ามาด้านในห้อง เธอก็ปลื้มใจมากขึ้นอีก เพราะมีหน้าต่างเปิดออกมาเจอกับดอกเจอราเนียมข้างล่าง

“อีกไม่กี่วันก็จะเปิดเรียน” “เราก็ออกไปเที่ยวได้นะ”

“มีแพลนในใจไว้ยัง”

นั่นทำให้หญิงสาวเผลอยิ้มออกมาเธอสืบค้นสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ไว้หมดแล้ว ระหว่างที่รอเปิดเรียน

“มีแล้วค่ะ”

“เตรียมตัวมาดีมาก” “พี่ไปก่อนนะ”

“โชคดีจ๊ะ” กานส่งนักเรียนในการดูแลของตัวเองสิ้นสุดแล้วก็เดินออกจากตัวบ้านขับรถออกไปทันที

“ขอบคุณค่ะพี่กาน” คล้อยหลังเมื่อพี่กานกลับไป แพรวก็เดินเข้ามาจัดของใช้ของตัวเองจนเรียบร้อย และตื่นเต้นทุกครั้งที่มีนักเรียนแลกเปลี่ยนคนอื่นเดินเข้ามาอยู่ในบ้านเดียวกัน

เมื่อตัวเองจัดของเรียบร้อยแล้ว ร่างเล็กก็เดินออกมาจากห้องมายืนอยู่ตรงโซนห้องนั่งเล่น

“สวัสดี” “เราชื่อเกรซ” คนแรกที่เห็นเธอสบตาก็เป็นฝ่ายเอ่ยทักทายก่อน

“เรามีอา” ส่วนคนนี้เดินออกมาจากห้องตามหลังเกรซ รูปร่างขาว แต่ส่วนสูงน้อยกว่าเกรซ สองคนแรกเป็นชาวอังกฤษ

“สวัสดีเราจิน” ส่วนคนสุดท้ายรับรู้เลยว่าเป็นคนประเทศจีน เพราะผิวเนียนละเอียดหน้าหมวยชัดมาก

“สวัสดีเราแพรวนะ” “เป็นคนไทย” เราทั้งสี่คนสื่อสารกันด้วยภาษาอังกฤษ นักเรียนหญิงสี่คนนั่งคุยกันตามประสาเพื่อนใหม่ เราต้องเรียนรู้วัฒนธรรมที่นี่ด้วยกันเป็นเวลาหนึ่งปี

เปิดเรียน

สรุปแพลนแรกที่เตรียมไว้ว่าจะไปเที่ยวก็ไม่ได้ไปเพราะว่าเอกสารของเธอมีปัญหา แต่ก็ไม่เป็นไรค่อยไปเที่ยววันหยุดก็ได้ มีเวลาอีกหลายวัน

วิชาแรกคงหนีไม่พ้นวิชาคณิตศาสตร์ เธอเป็นคนหัวดีไม่ได้มีปัญหาอะไรกับการคำนวณเลขอยู่แล้ว ส่วนเพื่อนนักเรียนที่นี่ก็เป็นกันเองมาก ว่างไม่ได้เราทั้งหมดจับกลุ่มคุยถามไถ่สนุกสนาน

คาบบ่ายวันนี้ว่างเพราะอาจารย์ติดประชุมทำให้พวกเราเดินเข้ามาอ่านหนังสือในห้องสมุด และที่ฉันปลื้มที่นี่อีกครั้งเพราะห้องสมุดใหญ่มาก ๆ มีโซนที่นั่งหลายรูปแบบจนอยากให้ที่โรงเรียนตัวเองเป็นแบบนี้

เรามากันสี่คนเลยเลือกนั่งโต๊ะใหญ่

ฉันเดินออกมาหาหนังสือไปอ่าน สายตาไล่ตามหมวดหนังสือไปเรื่อย ๆ จนมาสะดุดกับหมวดหมู่ที่ต้องการอ่านเป็นวรรณกรรมสืบสวน ‘กลิ่นหอมของหนังสือฉันชอบมันมาก’ มือบางไล่ตามสันหนังสือเดินไปเรื่อยตามชั้น อ่านชื่อเรื่องที่ตัวเองคิดว่าเรื่องนี้น่าจะสนใจ

“ยังไม่เท่าไหร่” เล่มไหนที่สนใจก็จะหยิบออกมาอ่าน พออ่านคร่าว ๆ แล้วคิดว่ามันไม่ใช่แนวที่ตัวเองชอบก็เก็บเข้าที่เดิมและหาใหม่ จนได้มาเจอกับเล่มที่เธอคิดว่าน่าจะถูกใจตัวเอง จึงหยิบเล่มนั้นออกมาอีกครั้ง

แต่เมื่อหยิบออกมา...

“...” สายตาของเธอกลับสะดุดกับผู้ชายตรงหน้า สันจมูกโด่งของเขา ปากอมชมพู เขากำลังอ่านหนังสือที่อยู่ในมือด้วยความตั้งใจ ใช้สมาธิกับตัวอักษรตรงหน้า

‘หล่อจัง’ แพรวคิดในใจ นี่แค่มองผู้ชายด้านข้างใจของเธอก็สั่นง่าย ๆ เลยหรือ แต่ทำไมผู้ชายที่อยู่ประเทศไทยเธอถึงไม่เคยมีอาการแบบนี้บ้างนะ ทั้งที่เขาก็เพอร์เฟกทุกอย่าง

แพรวเมื่อเธอได้สติว่าคิดไปไกลก็รีบหยิบหนังสือเดินออกมานั่งอ่านกับกลุ่มเพื่อนที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว

“ทำไมหน้าแดง” “เธอร้อนเหรอแพรว” จินเอ่ยถามเธอนั่งรอเพื่อนคนไทยไปหยิบหนังสือตั้งนาน เธอจะสนิทกับแพรวมากกว่าเพราะเราเป็นสาวเอเชียเหมือนกัน ส่วนเกรซกับมีอาออกแนวสาวมั่นใจฝรั่งจ๋าจะเข้ากันได้ดีกว่า แต่พอเรามารวมกลุ่มกันกลับเข้ากันได้อย่างลงตัว

“นั่นสิ เธอหน้าแดงมากเลย” เกรซทักต่อ

“คงร้อนจริงแหละ” ฉันตอบกลับพวกเพื่อนไป อากาศไม่ได้ร้อนอะไร แทบจะเหมือนอาศัยอยู่ในตู้เย็นเสียด้วยซ้ำ สายตาของเธอหันกลับไปมองตรงที่ผู้ชายคนนั้นอยู่แต่ก็พบว่าเขาไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว

เพื่อนในโต๊ะก็พากันทำหน้างุนงง ทั้งที่เราสี่คนใส่เสื้อกันหนาวทั้งหมดและอากาศมันก็ไม่ได้ร้อนอะไรถึงกับต้องหน้าแดงออกมา

“นั่งสักพักคงดีขึ้น” “ตรงนั้นแอร์มันไม่ถึง น่าจะเสีย” แพรวตอบกลับไปเรื่อยเพื่อให้เพื่อนเลิกสงสัย

“เออ วันนี้ฉันจะไปบาร์โฮส” “สนใจไหม?” เกรซเอ่ยชวนเพื่อน ๆ เธอเป็นสาวฝรั่งการที่ไปในสถานที่แบบนั้นสำหรับเธอมันไม่ได้แย่อย่างที่คิด มันก็เหมือนกับบาร์ ผับทั่วไป เพียงแค่มีผู้ชายมาโชว์แค่นั้นเอง

“ฉันสนใจ” จินตอบกับเพื่อนด้วยความรวดเร็ว อย่างไม่ได้คิดอะไรมาก

“ไปไหมแพรว” “ฉันอยากลองอ่ะ ไม่เคยไปเลย” จินสาวชาวจีนหน้าหมวยหันมาถามเพื่อนสนิท

“ไม่เอาอ่ะ” “ฉันไม่ชอบ” ด้วยความที่เธอยังหัวโบราณอยู่ ยังไม่ได้เปิดโลกกว้างทางความคิดขนาดนั้น จึงปฏิเสธเพื่อนไป

“เสียดายจัง” จินทำหน้าเศร้าเมื่อเพื่อนปฏิเสธออกมา

“ฉันไปก่อน ถ้าดีจะมาชวนใหม่” ส่วนคนที่ชวนไม่ได้อะไรมาก เพราะเข้าใจว่าคนเรามีสิ่งที่ชอบไม่เหมือนกัน

จนเราทั้งแยกย้ายกันกลับวันนี้เพื่อนสามคนไปห้างสรรพสินค้าเพราะจะไปหาชุดใส่ไปบาร์โฮสคืนนี้ ส่วนฉันวันนี้นั่งรถประจำทางกลับบ้านพัก

รอไม่นานรถบัสประจำทางก็จอดรับผู้โดยสาร แต่ในขณะที่เธอกำลังจะก้าวขาขึ้นรถ ผู้ชายร่างสูงเดินลงสวนมาด้วยความเร่งรีบ จนทำให้ไหล่หนาชนเข้าที่สีข้างของเธออย่างจัง

ปึก!

“โอ๊ย!” “จะรีบไปไหนของเขา” ยังไม่ทันจะมองหน้าว่าไอคนที่ชนจนเกือบหงายหลังมันเป็นใคร ผู้ชายตัวหอมคนนั้นก็หายลับตาไปแล้ว ‘อะไรนะ เราว่าคนนิสัยไม่ดีคนนั้นตัวหอมหรือ’ แพรวเลิกคิดว่ากลิ่นตัวของเขาเหมือนใคร เพราะวันนี้เธอก็ได้กลิ่นนี้มาจากใครกัน มือเล็กหยิบบัตรเครดิตที่ใช้แตะจ่ายได้ทุกอย่างเพียงมีการ์ดใบนี้ใบเดียวลงที่เครื่องชำระเงินตรงทางเข้า ก่อนจะเดินเข้ามาหาที่นั่ง

อีกด้าน

“สวัสดีครับพี่” หนุ่มหล่อลูกครึ่งกึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้ามาในร้านอาหารด้วยความเร่งรีบ วันนี้เขาเลิกเรียนช้าไม่พอ แถมรอรถประจำทางนานอีก ทำให้เกือบจะสายในการทำงานหลังเลิกเรียน ซึ่งเขาก็จะรีบแบบนี้แทบทุกวัน เพราะเป็นปีสุดท้ายของการเรียนมหาลัยแล้ว

“หัวฟูเหมือนเดิมเลยนะมึง” เดวิดพยักหน้าให้กับอาโล อาโลเป็นเด็กเรียนรู้ไว ตรงต่อเวลา รับผิดชอบงานดี ซึ่งหาพนักงานชายที่มีนิสัยแบบนี้ยากมาก ๆ

หลังจากทักทายผู้จัดการร้าน เขาก็สแกนนิ้วเข้างานซึ่งเหลือเวลาอีกห้าวิเขาก็จะสาย ชายหนุ่มรีบวิ่งเข้าไปหลังร้านเพื่อเปลี่ยนชุดนักศึกษามาเป็นผู้ช่วยทำอาหาร ร้านอาหารแห่งนี้เป็นอาหารไทยฟิวชั่น มีเดวิดเป็นผู้จัดการอายุห่างจากเขาแปดปี

ชายหนุ่มวัยยี่สิบเอ็ดปีอยู่ในชุดเชฟทำอาหารคอยหั่นเตรียมวัตถุดิบที่พร่องไปด้วยความคล่องแคล่ว เขาเข้ามาทำงานที่นี่ตั้งแต่ได้ทุนมาเรียนต่อที่ออสเตรีย คนที่รับเขาเข้ามาทำงานก็คือเดวิดผู้จัดการร้านนั่นเอง แต่จู่ ๆ คนที่ชำนาญการในการใช้มีดก็...

“โอ๊ย!” เลือดสีแดงไหลออกมาเลอะเขียงสีขาว จนทำให้เชฟที่กำลังผัดอาหารอยู่ชะงักและรีบเดินเข้ามาหา

“เห้ย มึงไหวป่ะเนี้ยอาโล” ลอฟเพื่อนร่วมงานรุ่นพี่อาโลสามปีเขาจบเชฟด้านอาหาร พอเรียนจบก็เข้ามาทำงานที่ร้านอาหารไทยที่นี่เลย จนได้มาเจอกับอาโลหนุ่มลูกครึ่งที่เขาทำงานเข้ามือกับอาโลมากที่สุด เชฟหนุ่มปิดเตาก่อนจะล้วงพลาสเตอร์ปิดแผลที่เขาชอบพกใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงไว้ตลอดยื่นให้รุ่นน้องหนุ่มตรงหน้า ที่กำลังจับนิ้วตัวเองไปล้าง

“อ่ะ ล้างแผลปิดนี่ไว้ก่อน” “เหลือสามออเดอร์ก็หมดแล้ว”

“ค่อยไปใส่ยาดี ๆ” เขาเป็นห่วงรุ่นน้องคนนี้ไม่น้อย เพราะความขยันของมัน อาโลมีปัญหาเรื่องเงินรับทำงานหลายอย่าง ทำงานที่ร้านนี้เสร็จกลับไปก็รับทำการบ้านลูกคนรวยต่อ จนบางครั้งมันทำงานหลายอย่างก็กระทบกับงานหลัก

หลังจากปิดร้านเขาก็เข้ามาเปลี่ยนเสื้อผ้า

“กูว่ามึงทำงานหลายอย่างแบบนี้ไม่ไหวหรอก” ลอฟเอ่ยบอกรุ่นน้องในขณะที่มือก็ถอดเสื้อเชฟพับเก็บใส่กระเป๋าไปด้วย

“ผมก็คิดว่าแบบนั้น” “แต่ผมก็พยายามประคับประคองอยู่นะพี่”

“ปีสุดท้ายแล้ว” เขาเอ่ยบอกไป มันอีกแค่อึดใจเดียว นี่ไม่ใช่อุบัติเหตุการนอนน้อยครั้งแรก เขาเหนื่อยมาก ๆ แต่ทว่าหากทำแค่งานเดียวเงินเขาก็จะไม่พอใช้ในชีวิตประจำวัน เพราะเงินส่วนหนึ่งเขาต้องส่งให้แม่ใช้ด้วย แม่เขาเป็นคนไทย พ่อเป็นชาวออสเตรีย พ่อเขาเสียไปแล้วส่วนแม่เขาติดการพนันจนทำให้เข้ามาขอเงินเขาบ่อย ๆ ส่วนสมบัติที่พ่อแบ่งให้แม่ก็เอาไปขายหมดแล้ว เขาพยายามบอกแม่ให้เลิกหลายครั้ง จนบางครั้งก็อยากที่ตัดขาดความเป็นลูกไปเลย เพราะเขาเหนื่อยมากแต่เขาก็เหลือแค่แม่เป็นคนในครอบครัวอยู่เพียงคนเดียว

“กูมีงานนึง” “มึงสนใจไหมล่ะ” ลอฟเสนองานอย่างนึกขึ้นได้ว่างานนี้เงินดี เพราะเพื่อนเขาเป็นหุ้นส่วน

“งานอะไรว่ะพี่ ผมพร้อมรับทำหมด” อาโลรีบตอบกลับเหมือนกลัวจะไม่ได้งาน จนคนเสนองานได้แต่ส่ายหน้ากับความร้อนเงินของมัน

“เดี๋ยว มึงฟังก่อน” “มึงอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้ถ้ารู้ว่างานอะไร”

“สรุปงานอะไรพี่บอกผมมาเลย”

“ไอนี่ร้อนเงินจังนะมึง”

“บาร์โฮส อีกไม่กี่วันจะมีกิจกรรมประมูลผู้ชาย” “ถ้ามีคนสนใจมึง เขาประมูลมึงสูงมึงก็ได้เงินนั้นไปเลย โดยไม่ต้องหักให้บาร์”

“มึงไม่ต้องกังวลงานนี้เขาให้คนเข้างานเฉพาะผู้หญิง”

“มึงกลับไปคิดก่อนก็ได้ ถ้ามึงสนใจกูจะติดต่อให้”

———-—🍳🥓————

กดติดตามอัพเดตนิยายได้ที่

TikTok ; kaidaw_bacon

เเต่งช้านิดนึงนะคะ เพราะไม่มีสต็อคนิยายไว้เลย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป