บทที่ 26 26
บนรถ
“ขับรถไหวไหม” ฉันถามอย่างห่วงใย อดไม่ได้ที่จะแนบฝ่ามือสัมผัสความร้อนจากข้างแก้มและลำคอหนา
“เป็นห่วงเราเหรอ”
“ก็…”
“ถ้าเราขับรถไม่ไหวเฌอจะทำยังไงอ่ะ เฌอจะขับ?”
“ไม่เป็นอ่ะ” ฉันตอบเสียงอ่อยพลอยทำให้คนตัวโตหลุดขำ
“ก็ยังไม่เคยได้ฝึกขับเลยนี่นา แด๊ดดี้ไม่ยอมอ่ะ”
“แล้วถ้าเราบอกว่าเราขับไม่ไหวอ่ะ จะยอมเปิดห้องนอนแถวนี้แล้วเฌอจะยอมอยู่กับเราปะ”
“กลับแท็กซี่ก็ได้ปะ ทิ้งรถไว้นี่ วันหลังค่อยมาเอาก็ได้นี่”
“ถ้าเป็นแบบนั้นเฌอก็ต้องค้างที่คอนโดเราอีกคืน หรืออีกหลายๆ คืน เฌอยอมไหมล่ะ” ฉันยกมือขึ้นเกายุกยิกที่ปลายคางของตัวเอง
ฉันรู้ว่าโอโซนเอาจริง เขาคงอยากให้ฉันอยู่ที่นั่น อยู่ใกล้ๆ เขา แต่ฉันรู้ว่าฉันไม่ควรทำแบบนั้นเท่าไหร่
คิดถึงหน้ามี๊กับแด๊ดดี้มันก็อดรู้สึกผิดไม่ได้จริงๆ
ก็ถูกอบรมและเลี้ยงดูมาเป็นอย่างดี แล้วดูสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างฉันกับโอโซนสิ ฉันยอมเขาหมดเลย ฉันไม่ระมัดระวังและไม่ดูแลหัวใจตัวเองที่แด๊ดดี้กับหม่ามี๊ทะนุถนอมมาทั้งชีวิตเลยสักนิด!
“เราชอบเฌอนะ ถึงเฌอจะต่อต้าน ไม่ยอมอยู่กับเราทุกวันเราก็เข้าใจเหตุผลของเฌออยู่ดี”
“จริงอ่ะ”
“จริงดิ อยากเรียกร้องแหละ แต่อยากให้เฌอรักเรามากกว่า”
“คารมคมคายของเรานี่นะ ป่วยอยู่ยังไม่เว้นเลย” ฉันแซวกลับแบบเขินๆ แก้มนี่แดงไปหมดเลย
“ป่วยแค่กาย ใจไม่ได้ป่วยด้วยนี่นา”
“เชื่อได้แค่ไหนกันอ่ะ”
“เชื่อได้มากกว่าแฟนเก่าเฌอก็แล้วกัน” โอโซนมองหน้าฉันอย่างจริงจัง เขาพยายามจ้องตาและมองหาอะไรบางอย่างที่อยู่ในนั้น
“ถามอะไรหน่อยสิ”
“อือ ว่ามาสิ”
“เฌอยังรู้สึกดีกับแฟนเก่าเฌออยู่หรือเปล่า”
“ไปถามถึงเขาทำไมอ่ะ มันเป็นเรื่องที่เก่าไปแล้วนะ”
“ก็เขายังส่งข้อความมาหาแฟนเราอยู่นี่นา เราก็มีสิทธิ์หึงปะ”
“ถึงเขาส่งมา แต่เราก็ไม่ได้ตอบ”
“จริง?”
“อือ จะดูก็ได้”
“ส่งข้อความมาแต่เฌอไม่ตอบ ก็ยังพยายามอยู่ตลอดนี่นะ?”
“ก็ไม่ได้ส่งมาทุกวัน”
“สรุป…ยังรู้สึกอะไรกับผู้ชายคนนั้นอยู่ไหม”
“ถ้าเรายังรู้สึกกับเขา เราจะไม่มีวันยุ่งเกี่ยวกับนาย เหมือนที่ตอนนี้เรารู้สึกดีกับนาย เราก็จะไม่มีวันเผื่อใจหรือให้ความหวังคนอื่นเหมือนกัน” โอโซนมองฉันอย่างไม่เชื่อสายตา แต่สุดท้ายเขาก็ยิ้มออกมา
“ขอบใจนะที่ทำให้เราสบายใจ เราดีใจที่ได้รู้จักเฌอ ดีใจที่ได้เป็นผู้ชายที่เฌอรู้สึกดีด้วย ดีใจมากจริงๆ” โอโซนยิ้มก่อนจะกดปลายจมูกลงมาคลอเคลียจมูกของฉัน
ฝ่ามือหนารั้งตัวฉันเข้าไปหาเล็กน้อย จากนั้นริมฝีปากหนาก็ประกบลงมาอย่างรวดเร็ว
ฉันปิดเปลือกตา รับจูบที่โอโซนป้อนเข้ามาด้วยความเต็มใจ
ฟิมล์กระจกรถยนต์ที่สีของมันดำประมาณนี้มันจะอำพรางเราสองคนจากสายตาของคนอื่นได้ไหมนะ
คนอื่นจะรู้ไหมว่าเรากำลังจูบกัน คนอื่นจะรู้ไหมว่าฉันตื่นเต้นมากแค่ไหน แล้วตานี่จะรู้ตัวไหมว่าฉันเองก็ชอบเขามาก มากจนฉันเองยังตกใจเลย!
“พอแค่นี้ดีกว่า” ฉันยกมือขึ้นลูบใบหน้าตัวเองเมื่อโอโซนยอมถอนจูบ
“ไม่ใช่อะไรหรอก กลัวเฌอติดไข้”
“ใช่แหละ” ฉันเม้มปากแน่น รู้สึกว่าแก้มตัวเองมันร้อนๆ ในตอนที่เรามองตากัน
“อยากให้ผู้ใหญ่รู้เรื่องของเราหรือยัง”
“ห๊า…”
“อยากให้มี๊กับแด๊ดดี้ของเฌอ พ่อแม่เรา รู้เรื่องระหว่างเราหรือยัง พร้อมคบกันแบบเปิดเผยไหม”
“อยู่ดีๆ ทำไมถึงถามแบบนั้น”
“ก็ตอนที่เฌอไปเข้าห้องน้ำแม่เราโทรมา”
“…”
“บอกว่าจะแวะมาหาคืนนี้ คงเป็นเรื่องที่เราไม่สบาย บอกว่าไม่เป็นอะไรมากก็ไม่ยอมเชื่อ นี่ก็คงจะมาทั้งพ่อทั้งแม่ เราถึงถามว่าเฌอพร้อมหรือเปล่าไง ถ้าพร้อมคืนนี้เฌอก็อยู่กับเรา เปิดตัวกับพ่อแม่ไปเลยเป็นไง”
“มะ ไม่ได้สิ”
“ทำไมอ่ะ ไม่อยากให้ผู้ใหญ่รู้เรื่องของเรา?”
“เปล่า การที่พ่อแม่นายเห็นเราอยู่ด้วยกันมันอาจจะเกิดปัญหาที่บานปลายก็ได้นะ โอเค ถ้าเขาจะรู้ว่าเราคบกันมันคงไม่มีปัญหาหรอก แต่ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปได้ไหม เราไม่อยากให้ผู้ใหญ่รู้ว่า…เราถึงขั้นไหนแล้ว”
“กลัวพ่อกับแม่เราดูออก?”
“ก็ผู้ใหญ่ท่านอาบน้ำมาก่อนนี่นา ท่านดูออกจริงๆ นะ” โอโซนมองตาฉันก่อนจะยอมพยักหน้าอย่างว่าง่าย
“ยอมก็ได้ แต่อย่านานนะ เราไม่ติดถ้าผู้ใหญ่จะรู้ว่าเรากำลังคบกัน”
“อือ”
“จริงจังมากนะ ไม่เคยเล่นๆ เลย”
“รู้”
“งั้นเราจะไปส่งเฌอที่คอนโด รับปากได้ไหมว่าถ้าเราไลน์หาเฌอจะตอบไลน์เรา”
“อือ”
“ก็น่ารักขนาดนี้จะไม่ให้หลงรักได้ยังไง”
ฟอด~
“>0:” แก้มของฉันถูกหอมฟอดใหญ่ และก็ยังเป็นฉันที่พยายามเก็บกักความรู้สึก ควบคุมหัวใจที่มันพองโตจนแทบผลิแตกเป็นละอองหัวใจให้กระจายฟุ้งออกมา
ฉันเดินยิ้มเข้ามาในคอนโดมิเนียมตั้งแต่ตอนที่ลงจากรถของโอโซนจนกระทั่งเดินมาหยุดที่หน้าห้อง
ความเงียบในเวลาเกือบห้าทุ่มกับความผิดปกติบางอย่างส่งผลให้ฉันหันไปมองที่ทางด้านหลัง
ชะงักเล็กน้อยเมื่อพบว่าคนที่อยู่ด้านหลังของฉันคือไบรอัน แต่ดีหน่อยตรงที่เขาไม่ได้อยู่ในระยะคุกคาม
“นาย…”
“เพิ่งกลับเหมือนกันเหรอ”
“อือ”
“ตอนที่เธอเดินขึ้นมาเราเห็นมีผู้ชายแอบมองตามน่ะ กลัวว่าเธอจะไม่ปลอดภัย”
“หืม? ความปลอดภัยของที่นี่ไม่ได้ดีแบบที่คิดเหรอ?”
“ไม่ใช่แบบนั้นหรอก บางห้องเขาก็อยู่กันแบบง่ายๆ สบายๆ อนุญาตให้เพื่อนเข้าออกได้อะไรประมาณนี้ มันก็ไม่ได้ปลอดภัยแบบร้อยเปอร์เซ็น เราว่าระวังตัวหน่อยก็ดี”
“ขอบใจนายมากนะ”
“ไม่เป็นไร เราก็พักที่นี่เหมือนกัน ถ้าต้องการความช่วยเหลืออะไรเรียกเราได้นะ เราอยู่ห้องถัดไปนี่เอง” ไบรอันชี้ไปยังห้องหนึ่งซึ่งอยู่ถัดจากห้องของฉัน คิดไม่ถึงเลยว่าห้องเราจะอยู่ใกล้กันมากขนาดนี้
“ขอบใจมากนะ เราขอตัวก่อน”
“ครับ” ฉันยิ้มให้ไบรอันอย่างเป็นมิตร
มันอาจจะจริงที่ฉันไม่ได้รู้จักเขาดีพอ แต่การที่คนเรามีน้ำใจต่อกัน ฉันว่าฉันก็ไม่ควรมองเขาในแง่ร้ายจนเกินไป
