บทที่ 6 Ep.6 เธอสิกะหรี่!
ไมค์รีบดึงแขนพาญาญ่าออกไป แม้เจ้าตัวจะยังจ้องกลับมาด้วยแววตาไม่ยอมแพ้ก็ตาม ประตูปิดลงรันเวย์หันกลับมามองเอลรินที่ยังพยายามดิ้นจากเชือกที่พันข้อมือ "ปากร้ายนักนะ"
"ปล่อยสักทีสิคะ" ตัวเล็กกระแทกน้ำเสียงสั่นเครือ เธอทั้งโกรธทั้งอายที่ถูกตราหน้าแบบนั้น
ด้านนอกที่โซฟา
หลังจากแก้มัดเชือกให้เอลริน รันเวย์ก็เดินตามออกมาด้วยสีหน้าขุ่นมัว "มาทำไมญาญ่า?"
"พี่หมอคะ ทำไมพี่ทำแบบนี้ เราเป็นแฟนกันนะ" ญาญ่าเม้มปากแน่น น้ำตาคลอ
"แฟนเก่า เข้าใจใหม่ด้วยนะ"
"แต่ญาญ่ายังรักพี่นะคะ ที่ทำแบบนั้นก็เพราะ.."
"พอ! กลับไปซะ ฉันไม่อยากเห็นหน้าเธออีก!""
เขาตวาดขัดทันที คำพูดนั้นทำให้หญิงสาวนิ่งงัน ดวงตาสั่นระริกก่อนเธอจะสะบัดหน้าแล้วเดินจากไป
"เชี้ยย! ไล่ไปแบบนั้นจะดีเหรอวะ เดี๋ยวก็มีเรื่องอีก" ไมค์ถามขึ้นเพราะรู้จักญาญ่าดีว่าเธอเป็นคนไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ
"กูไม่จำเป็นต้องแคร์ผู้หญิงแบบนั้นหรอก"
เอลรินที่เพิ่งแต่งตัวเสร็จโดยสวมเสื้อเชิ้ตของเขาเดินออกมาจากห้อง เนื่องจากชุดที่เธอสวมใส่เมื่อคืนถูกฉีกออก รันเวย์จึงอาสาให้ยืม บรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยความตึงเครียดและสายตาที่ไม่เป็นมิตร
"ไปก่อนนะคะ เดี๋ยวมีโอกาสจะซักเสื้อมาคืน" เอลรินบอกลา
"เดี๋ยวพี่ไปส่ง" ไมค์บอก
"ไม่ต้อง กูจะไปส่งเอง" น้ำเสียงเย็นยะเยือกของรันเวย์เอ่ยขึ้น ก่อนที่เขาจะลากแขนตัวเล็กเดินออกไป
บนรถ
ตลอดทางมีเพียงความเงียบ ดังกลบความอึดอัดภายในรถ
"ยังไงต้องขอบคุณที่ช่วยไว้นะคะ" เอลรินเอ่ยขึ้นเสียงแผ่ว
"อืม" รันเวย์ตอบสั้น ๆ
"แฟนคุณโกรธมากไหมคะ"
"แฟนเก่า"
"แฟนเก่า แต่เอากันได้อยู่เหรอ"
เธอพึมพำกับตัวเองอย่างไม่เข้าใจ ก็อีกฝ่ายหวงเขาซะขนาดนั้น
"ไม่ได้เอา จบกันไปนานแล้ว เลิกยุ่งเรื่องของฉันสักที"
สีหน้าและน้ำเสียงของรันเวย์เริ่มหงุดหงิดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เอลรินเม้มปากแน่น เธอไม่กล้าพูดอะไรต่ออีกเลย
บ้านเอลริน
เพล้งงง!!
เสียงดังโครมครามคล้ายกับมีข้าวของหล่นแตกดังลั่นถึงหน้าบ้าน
"อีกแล้วเหรอ" เอลรินพึมพำด้วยสีหน้าหนักใจ เพราะรู้ได้ทันทีว่าข้างในเกิดอะไรขึ้น
"เสียงอะไร?" รันเวย์หันมาถาม
"ไม่ต้องรู้หรอกค่ะ ขอบคุณที่มาส่ง"
กล่าวขอบคุณเสร็จก็รีบเปิดประตูวิ่งลงจากรถเข้าไปในบ้านทันที
"มึงจะเอาหรอวะอีนี่!" เสียงพ่อเธอตะโกน
"มึงมันเหี้ย!"
เพียะ!!
ผัวะ!!
ทันทีที่แม่ตวาดกลับ ก็ถูกฝ่ามือของสามีตบเข้าที่ใบหน้าอย่างแรงจนล้มลงไปกับพื้น "ฮืออออ"
"พอได้แล้วพ่อ! เลิกตบแม่สักทีหนูจะบ้าตายอยู่แล้ว" เอลรินรีบวิ่งเข้าไปประคองกอดแม่ไว้
"มึงกล้าขึ้นเสียงใส่กูเหรอ อีเอลริน!"
"อย่าแตะต้องลูกฉันนะ!" คนเป็นแม่ร้องเสียงสั่น พร้อมกับเอาตัวมาบังลูกสาวไว้ "เอลริน ขึ้นห้องไปลูก"
"โถ่เว้ย!!" เอลรินสบถทั้งน้ำตา ก่อนจะวิ่งขึ้นห้องไป เธอปิดประตูดัง ปัง! แล้วทรุดนั่งลงร้องไห้ ทั้งเหนื่อยและเบื่อกับชีวิตที่เป็นอยู่ตอนนี้ แค่อยากมีครอบครัวที่อบอุ่นเหมือนคนอื่นบ้าง
ตัวเล็กนั่งร้องไห้อยู่ริมหน้าต่างสักพัก เมื่อเงยหน้าขึ้นเธอเห็นแสงจากรถที่ยังจอดอยู่หน้าบ้าน รันเวย์นั่งอยู่ด้านในมองขึ้นมาทางหน้าต่างพอดี ดวงตาของเขาและเธอประสานกันครู่หนึ่ง
บนรถ
"บ้าเอ๊ย! ทำไมเราถึงยังไม่ขับรถกลับไปสักทีวะ จะสนใจทำไมว่าเด็กนั่นจะเป็นอะไร" เมื่อได้สติเขาพึมพำกับตัวเองอย่างหัวเสีย ก่อนจะเหยียบคันเร่งรีบขับรถออกไป
คลินิกทันตกรรม
"แค่ไปส่งน้องเอลรินมา ทำไมกลับช้าจังวะ" เรย์ถามพลางเปิดกระป๋องเบียร์เมื่อเห็นรันเวย์เดินเข้ามา
"กูไม่คิดว่ามึงจะพาน้องจีสตริงสีแดงไปนอนคอนโดนะ ปกติมึงไม่เคยพาใครไปเลย" ไมค์มองเพื่อนอย่างแปลกใจ
รันเวย์ถอนหายใจก่อนจะตอบ "มันเป็นเหตุสุดวิสัย แม่งเสือกโดนวางยา"
"โดนวางยา?!" เรย์กับนาวินพูดพร้อมกันด้วยความตกใจ
"เออ กูละเซ็ง ยิ่งเจอญาญ่ายิ่งเซ็งเข้าไปใหญ่"
"มึงไม่คิดจะให้อภัยญาญ่าจริงเหรอวะ สวยขนาดนั้น เสียดายแทน" ไมค์ถามอย่างจริงจัง เพราะตอนคบกันรันเวย์ก็รักญาญ่ามาก รันเวย์นั่งเงียบดวงตาคมหม่นลง ความเกลียดชังที่ซ่อนอยู่ในอกค่อยๆ ปะทุขึ้น
"เฮ้ย ช่างเรื่องนั้นเถอะว่ะ สวยแล้วไงคนสวยมีอีกเยอะ" เรย์พยายามพูดเปลี่ยนเรื่อง "พวกมึงจำมีน่ากันได้ปะ คืนนี้กูนัดมาแล้ว บอกให้เอาเพื่อนมาด้วยนะเว้ย"
