บทที่ 1 INTRO

- Intro -

“เรา…เคยรู้จักกันด้วยเหรอคะ?”

เรียวคิ้วสวยขมวดมุ่นของหญิงสาวในชุดแซกสีม่วงอ่อน เธอกำลังมองจ้องชายแปลกหน้าที่ยืนอยู่ตรงหน้า เขาเป็นใครก็ไม่รู้ อยู่ ๆ ก็เดินตรงเข้ามาแล้วจับต้นแขนเธอไว้แน่น

ดวงตาสีอ่อนค่อย ๆ ไล่ไปตามใบหน้าของชายหนุ่ม เขาจัดว่าเป็นผู้ชายที่หน้าตาดีพอสมควร คิ้วเข้มดวงตาคม จมูกโด่งเป็นสัน รับกับริมฝีปากหยักได้รูป ส่วนสูงน่าจะเกิน185 ผิวจัดว่าค่อนข้างขาว ถือว่าเป็นผู้ชายที่ดูดีเอามาก ๆ คนหนึ่ง

แต่! ...

เธอมั่นใจว่าไม่เคยรู้จักเขามาก่อน พยายามนึกแล้วแต่ก็จำไม่ได้ว่าเคยรู้จักเขามาจากที่ไหน

“จำไม่ได้หรือไม่เคยจำ”

รอยยิ้มเหยียดมุมปาก สายตามองหญิงสาวตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน

“น่าจะอย่างหลังค่ะ ฉันไม่เคยจำว่าเคยรู้จักผู้ชายอย่างคุณ ขอตัวก่อนนะคะ คุณน่าจะจำคนผิด”

ต่อให้หญิงสาวพยายามนึกแล้วแต่ก็นึกไม่ออก เธอเลยพยายามออกแรงผลักคนตรงหน้าเพื่อเดินหนี ทว่ากลับถูกเขารั้งแขนเธอเอาไว้แล้วดึงตัวกลับมาพร้อมกับดันร่างเล็กจนแผ่นหลังชิดติดผนัง

ปึก!

ฝ่ามือหนาเข้าทาบทับผนังกำแพงทันที ส่งผลให้ร่างเล็กถูกคร่อมไปด้วยสองแขนแกร่งจนแทบจะขยับตัวไม่ได้

“คุณทำบ้าอะไรของคุณ ฉันบอกแล้วไงว่าไม่เคยรู้จัก…”

“…ณาลัลน์ นริสรา ภิญโญวงศ์ษา”

สิ้นประโยคที่เอ่ยชื่อเธอออกมาจากริมฝีปากหยักที่เต็มไปรอยยิ้มร้ายเหยียดหยันซ่อนอยู่ นัยน์ตาคู่หวานของหญิงสาวถึงกับเบิกกว้างด้วยความตกใจ!

“ทะ ทำไมคุณรู้จัก เอ่อ ชื่อฉัน!”

เธอเอ่ยเสียงสั่น ยอมรับว่า ‘ณาลัลน์’ คือชื่อของเธอเอง!

“หึ อย่ามาใสซื่อ ทำเป็นจำผมไม่ได้!” น้ำเสียงนิ่งเอ่ยกระชาก ก่อนที่มือหนาของเขาจะยกมือขึ้นมาบีบคางเธอให้เงยขึ้น

“อื้อ...เจ็บปล่อยนะ” หญิงสาวรีบยกมือขึ้นมารั้งมือแกร่งเอาไว้ด้วยความเจ็บ

“หรือ…ต้องให้ผมทวนความจำ!”

“อื้อ ปล่อย เจ็บนะ”

ความจำบ้าอะไร ในเมื่อเธอจำเขาไม่ได้เลยสักนิด ณาลัลน์พยายามเบือนหน้าหนีเพื่อจะมองหาใครสักคนที่ช่วยเหลือ แต่ทว่าใบหน้ากับถูกล็อกด้วยมือแกร่ง จนทำได้แค่สบสายตาคนตรงหน้า

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!

วันนี้เธอแค่มาสังสรรค์ปาร์ตี้ที่ผับกับเพื่อน ๆ ใครจะไปรู้ว่าต้องมาเจอกับสถานการณ์บ้า ๆ อย่างตอนนี้

แต่จะมีใครสนใจเธอกันล่ะ ในเมื่อผู้คนต่างกันเต้นโยกย้ายไปกับเสียงดนตรีตามจังหวะเพลงมัน ๆ สลับกับแสงไฟหลากสีสัน ที่ต่างพากันสนุกสนาน ดีไม่ดีหากคนอื่นมาที่มุมนี้ เผลอ ๆ อาจจะคิดว่า เธอกับเขาอาจจะกำลังสวีทหวาน ไม่ก็เป็นคู่รักที่กำลังเคลียร์ปัญหาหัวใจอะไรบางอย่างก็เป็นได้

แต่ถึงในแบบนั้นในความสลัวของแสงไฟ หญิงสาวกลับสัมผัสได้ถึงนัยน์ตาคมกริบที่เอาแต่จับจ้องมองไล่ไปทั่วใบหน้าหวานของเธอ

มันเต็มไปด้วยความเย็นชาและอาฆาต…

“อือ บอกให้ปล่อย "

“หึ” เสียงแค่นหัวเราในลำคอ ทั้งที่มือหนายังคงบีบปลางคางเธอเอาไว้แน่น

“อื้อ…” ณาลัลน์นิ่วหน้าด้วยความเจ็บ

“ฉะ ฉันเคยไปทำอะไรให้คุณ!” เสียงหวานละล่ำละลักเอ่ยถาม

“หึ…เธอนะเหรอ?”

“…”

“ทำร้ายกันง่าย ๆ อย่าบอกนะว่าเธอจำอะไรไม่ได้เลย”

ทำร้าย?

คำนี้ก้องเข้ามาในหัวสมองของหญิงสาว ก่อนที่เธอจะมองจ้องนัยน์ตาคมของเขาแล้วพยายามนึกอีกครั้ง

แต่จนแล้วจนรอดเธอก็นึกไม่ออก ในสมองของเธอว่างเปล่า ไม่มีความทรงจำของคนตรงหน้าเลยสักนิด

หรือเขาจะจำคนผิด?

“คุณจำคนผิดไหมคะ”

“ก็ต้องพิสูจน์”

เพียงครู่ ดวงตาคมคู่นั้นกลับหยุดนิ่งอยู่ที่ริมฝีปากนิ่มของเธอ พลางใช้ปลายนิ้วโป้งคลึงวนเบา ๆ

แล้ว...ใบหน้าหล่อเหลาของคนตรงหน้าก็โน้มลงมาใกล้ ก่อนที่ริมฝีปากร้ายของเขาจะเข้ามาทาบทับริมฝีปากนิ่มของเธออย่างไม่ทันได้ตั้งตัว

“อ๊ะ ...อื้อ...”

ฝ่ามือแกร่งที่ทาบทับกำแพงคลายออก ก่อนจะเปลี่ยนมารั้งเอวบางของเธอกระชับเข้าหาอย่างแนบแน่น

เป็นจูบที่รุนแรงและเร่าร้อน

แต่ในขณะเดียวกันกับมีความรู้สึกบางอย่างที่แฝงอยู่ในนั้น

ทั้งโกรธ

ทั้งเกลียด

และทั้งรัก

และความรู้สึกสุดท้ายนั่นเอง ที่ทำให้เธอเคลิบเคลิ้มไปกับรสจูบที่เร่าร้อน แต่กลับเจือจางไปด้วยกลิ่นหอมเฉพาะตัวจากชายหนุ่ม

ราวกับว่าเธอคุ้นเคยกับกลิ่นแบบนี้มาก่อน

แต่...เธอเคยได้กลิ่นหอมแบบนี้จากที่ไหนล่ะ? ในเมื่อเธอเพิ่งเจอเขาครั้งแรก!

ในจังหวะที่หัวสมองของณาลัลน์ยังคงสับสน จังหวะนั้นหัวสมองของเธอก็ถูกทำให้ขาวโพลนขึ้นเรื่อย ๆ

ทั้งกลิ่นหอมเฉพาะตัวจากน้ำหอมอ่อน ๆ ของชายหนุ่มผสานกับกลิ่นแอลกอฮอล์ที่เจือจางจากเรียวลิ้นร้อนของเขาที่แทรกเข้าไปในโพลงปาก ดูดดึงเรียวลิ้นเล็กของเธอให้ตอบโต้กลับอย่างไม่ประสีประสา ซ้ำยังเกี่ยวตวัดไล่ต้อนอย่างเอาแต่ใจไม่ยอมหยุด

ณาลัลน์แทบไม่รู้เลยว่า มือของเธอที่พยายามดันบ่ากว้างของคนตรงหน้าออก คลายลงตั้งแต่ตอนไหน จนเธอเกือบเผลอจะโอบรัดรอบคอของเขาตอบไปด้วยซ้ำ

ทว่า...เมื่อมือหนาของอีกฝ่ายเริ่มเคลื่อนมือลงมาต่ำบีบเคล้นสะโพกและบดคลึงของเธอ จนร่างกายส่วนล่างแนบชิดกันจนรู้สึกถึงความตุงแน่นของอีกฝ่าย

เพียงเท่านั้นสติของเธอก็กลับมาในทันที อีกเพียงนิดมือหนาของเขาก็จะสอดเข้าไปใต้กระโปรงเธอสำเร็จอยู่แล้ว

“อื้อ…”

บทถัดไป