บทที่ 10 เปียกปอนไปด้วยกัน

“เมนูโปรดผมเลยนะเนี่ย เชื่อไหม ผมกินเมนูนี้ แบบไม่เคยเปลี่ยนเมนูมันเลยมาเป็นปี ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวอะ ถ้าชอบอะไรจะกินอยู่อย่างนั้นไม่เคยเปลี่ยน”

“หมายถึงข้าว?” ณาลัลน์เลิกคิ้วมองหน้า

“หมายถึงคนด้วยครับ ถ้าลองได้ชอบอะไรแล้วผมไม่เคยเปลี่ยน” คินวาพูดพลางยกยิ้มและมองหน้า

เขา…หยอดเธอเก่งมาก หยอดได้ทุกสถานการณ์ หยอดได้ทุกเรื่อง จนบางครั้งณาลัลน์ก็เกือบจะหวั่นไหวไปกับเขาเข้าจริง ๆ 

ระหว่างที่สองคนนั่งกินอาหารมื้อเที่ยงด้วยกัน จนกระทั่งเสร็จ ณาลัลน์หยิบกระเป๋าขึ้นมาเรียกพนักงานเตรียมจ่ายเงิน แต่คินวาเห็นดังนั้นรีบส่ายหน้าทันที

“ไม่เอา ไม่ต้องเลยลัลน์ ผมจ่ายเองครับ แฟนคนเดียวผมเลี้ยงได้” 

“ไม่เอาเหมือนกัน นายอย่ามาทำตัวเป็นป๋าน่า เป็นเด็กเป็นเล็ก” แต่ณาลัลน์ไม่สนใจ เธอหยิบเงินในกระเป๋าขึ้นมาเตรียมจ่ายเงินให้กับพนักงานที่ยืนอยู่ ส่วนหนึ่งก็อาจจะเพราะเธอความเคยชินที่เวลาเธอมากินข้าวกับบีเบลล์ และเธอเองก็มักจะเป็นคนจ่ายให้บีเบลล์อยู่บ่อย ๆ 

“ลัลน์นั่นแหละอย่าดื้อ” คินวาทำเสียงดุนิด ๆ ก่อนจะควักเงินในกระเป๋ามาจ่ายเอง

ทว่าจังหวะที่ทั้งสองคนเตรียมจะลุก อยู่ ๆ ก็มีกลุ่มนักศึกษาปี 1 เดินเข้ามาภายในร้าน4-5คน ทันทีที่เห็นคินวาที่ยังนั่งรอเงินทอนอยู่ ทั้งหมดจึงเดินตรงเข้ามาหา

“อ้าว คินวา นายมาทานข้าวที่นี่เหมือนกันเหรอเอ่ย” หนึ่งในกลุ่มนักศึกษาหญิงที่เพิ่งเดินเข้ามาทัก ก่อนจะพากันยืนที่หัวโต๊ะ

“แล้วนี่ใคร พี่สาวมึงอ่อ สวยอะ เอ ใช่พี่ณาลัลน์ปี4 ที่เคยเป็นดาวคณะนิเทศใช่ไหมคะ” เธอหันส่งยิ้มให้ณาลัลน์ ดูใส ๆ ไม่มีพิษไม่มีภัยอะไร 

แต่ก็ทำให้ณาลัลน์หน้าเจื่อนลงนิดหน่อยกับ กับคำว่าพี่สาวนี่แหละ ถึงเธอจะหน้าใสและดูเด็กกว่ากลุ่มรุ่นน้องที่ยืนอยู่ตรงนี้นี่ก็ตาม 

“สวัสดีค่ะพี่ณาลัลน์ หนูชื่อมะนาวเป็นเพื่อนสนิทร่วมคลาสของคินวา ส่วนนี่เพื่อนหนู ใบเตย ต้นหอม และ จีน่า ค่ะ นี่พวกเธอสวัสดีพี่สาวของคินวาสิ” ประโยคแรกมะนาวพูดกับณาลัลน์ ส่วนประโยคหลังเธอหันไปพูดกับเพื่อน ๆ

แต่ถึงมะนาว ไม่แนะนำว่าตัวเองเรียนคณะไหน แต่ณาลัลน์เห็นพวกเธอใส่ชุดช้อปสีเดียวกับคินวา เธอเองก็เดาไม่ยากว่าต้องเรียนคณะเดียวกันอยู่แล้ว

“อืมจ้ะ สวัส…” 

ไม่ทันที่เธอจะเอ่ยทักทายตอบรับ คินวาก็ลุกพรวดขึ้นยืนเต็มความสูง เขาเอามือสอดล้วงกระเป๋า เอียงคอและมองหน้า

“นี่แฟนกู” 

“อ้าวเหรอ ขอโทษที ก็กูเห็นพี่เขาอยู่ตั้งปี 4 แล้วนี่ แล้ว…ไม่ยักรู้ว่านายมีรสนิยมชอบคนแก่” 

มะนาวยักไหล่ลอยหน้าลอยตอบ แถมยังเน้นตรงคำว่าแก่ราวกับตั้งใจพูดประชด เธอมองหน้าคินวาเหมือนจะท้าทายอำนาจสีหน้าของเขาที่ดูไม่พอใจอยู่ลึก ๆ

แต่ก็นะ ณาลัลน์พอเข้าใจได้ ก็คินวาทั้งหล่อ ทั้งฮอตขนาดนี้ คนที่มาคบเขาก็น่าจะเป็นรุ่นราวคราวเดียวกันนี่แหละ

“ลัลน์ครับ กลับกันเถอะ”

คินวามองหน้ามะนาวก่อนจะถอนหายใจออกมาแรง ๆ แล้วเดินอ้อมกลุ่มคนพวกนั้นมาจับมือณาลัลน์เดินออกไป

เมื่อรถบิ๊กไบค์เข้ามาจอดที่คณะ ณาลัลน์ก็ชงจากรถก่อนที่คินวาจะเป็นคนถอดหมวกกันน็อกออกให้

“ลัลน์ไม่ต้องใส่ใจคำพูดยัยพวกนั้น”

“โอ๊ย ชิว ๆ ฉันไม่ได้ใส่ใจอะไรเลย สบายใจได้”

ที่ว่าไม่ได้ใส่ใจ คือไม่คิดจะใส่ใจจริง ๆ เพราะเธอไม่ได้คิดจะคบเขาจริงจังตั้งแต่แรก

“แน่ใจนะ ไม่อยากให้ลัลน์คิดมาก ไม่สบายใจ ยังไงคนที่ผมชอบและจะคบด้วยก็คือลัลน์คนเดียวเท่านั้น”

“ว้าย ชอบคนแก่” ณาลัลน์แลบลิ้นล้อเลียนที่กลุ่มรุ่นน้องพวกนั้นพูดถึงเธอ

“แก่แล้วไง เวลานอนก็เท่ากันอยู่ดีปะ” แล้วเขาก็วกเขามาเรื่องใต้สะดืออีกจนได้

“นายนี่มันเก่งเรื่องวนมาเรื่องแบบนี้ได้จริง ๆ”

อยู่ ๆ คินวาวางมือหนาลงเบา ๆ ที่หัวของณาลัลน์แล้วยิ้มให้

“ก็ชอบ” 

เขาจ้องเขาไปในนัยน์ตาของเธอ จนณาลัลน์เองเริ่มรู้สึกแปลก ๆ 

เธอแพ้ผู้ชายลูบหัว เคยคิดว่าคงมีแต่ผู้ชายไทป์แดดดี้ที่จะทำให้เธออบอุ่นได้ ที่ไหนได้ผู้ชายไทป์หมาเด็กก็ทำให้เธออบอุ่นได้เหมือนกัน

“รีบเข้าตึกเถอะเดี๋ยวฝนจะตกแล้ว” ขึ้นเงยหน้าขึ้นท้องฟ้าที่ดูออกจะครึ้ม ๆ 

“เค นายก็เหมือนกันรีบไปเรียนเถอะ เดี๋ยวฝนจะตกก่อนถึงคณะ จะเปลี่ยนเอาเดี๋ยวไม่สบาย”

“เป็นห่วงเหรอ”

“เอ้า ก็ถ้าไม่สบายก็ถือว่าเป็นห่วงแหละ”

“งั้นยอมไม่สบายดีกว่า อยากให้ลัลน์มาดูแล” 

แล้วเค้าก็หยอดเธออีกหนึ่งกรุป

“ตลอดดด นายนี่มันจริง ๆ เลย รีบไปเถอะ” ณาลัลน์รีบตัดบทเพราะกลัวใจตัวเองจะหวั่นไหวมากไปกว่านี้ 

“งั้นไปนะ เลิกเรียนผมมารับ” 

แล้วเขาก็วางมือแหมะลงบนหัวของณาลัลน์อีกรอบ ทำยังกับเธอเป็นเด็ก ๆ 

“อืม ฉันไปเรียนก่อนนะ”

ณาลัลน์ส่งยิ้มให้ ก่อนรีบเดินกลับเข้ามาในขณะเพราะฝนใกล้จะตก 

ทว่าจังหวะนั้น

“ลัลน์” เสียงเรียกจากเพื่อนชายร่วมคลาสที่เดินเข้ามาตามหลังตะโกนเรียก 

“อ้าว ฮันเตอร์”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป