บทที่ 11 ก็ไม่เชิง
ฮันเตอร์ คือเพื่อนร่วมคลาสและคณะที่ณาลัลน์ รูปหล่อพ่อรวยแถมยังรับจ๊อบเป็นนายแบบ ตอนณาลัลน์ประกวดได้ดาวคณะ ฮันเตอร์ก็ประกวดได้เดือนคณะด้วยเหมือนกัน
หลายคนเรียกเธอกับเขาว่าคู่จิ้น แต่ก็อีกนั่นล่ะ ฮันเตอร์ไม่ใช่ไทป์ที่ณาลัลน์ชอบ เธอจึงคงสถานะเขาให้แค่เพื่อน ถึงรู้ดีว่าฮันเตอร์จะชอบเธอมากกว่าคำว่าเพื่อนก็ตามที
“ไปกินข้าวที่ไหนมาเหรอ กับเด็กนั่นใช่ไหม”
“อืม ก็แถว ๆ คาเฟ่ดังข้างตีนเขานั่นนะแหละ”
“ตกลงเธอคบอยู่กับหมอนั่นจริงดิ”
ฮันเตอร์พูดพลางหันไปมองคินวาที่ยังคงจอดบิ๊กไบค์อยู่และไม่ยอมเคลื่อนตัวออกไปไหน
และคินวาเอง ก็มองฮันเตอร์กลับมาอยู่จริงๆ เขา เขามองคนทั้งคู่เดินคุยกันไปด้วยกันด้วยความรู้สึกหงุดหงิดบอกไม่ถูก รู้แต่หงุดหงิดมากจนแทบอยากจะเดินลงจากรถแล้วกระชากสองตัวคนนั้นให้แยกออกจากกัน
“ก็ไม่เชิง”
ณาลัลน์ยักไหล่ ก็จะบอกว่าคบด้วย เธอก็พูดได้ไม่เต็มปาก แต่ครั้นจะบอกว่าไม่ได้คบด้วย เธอก็ไม่ได้อีกเหมือนกัน เพราะทุกอย่างอยู่ในแผนการที่เธอเข้าหาคินวาเพื่อคบและแก้แค้นแทนบีเบลล์ก็เท่านั้น
จนกระทั่งทั้งคู่เดินกลับเข้าไปในคณะแล้วหายเข้าไปในตึก แล้วพากันกดเดินไปลิฟต์เพื่อกดไปชั้นที่คลาสเรียน คินวาถึงยอมขับรถออกมาจากจุดนั้นแล้วกลับไปที่คณะของตัวเอง
จนกระทั่งจบคลาสเลิกเรียนในตอนเย็น เหมือนฟ้าฝนไม่เป็นใจ เพราะอยู่ ๆ เย็นนี้กลับมีฝนตกลงเทลงมาอย่างหนัก
ด้วยความที่เป็นรถคินวาเป็นรถบิ๊กไบค์และมีเพียงเสื้อกันฝนเพียงตัวเดียว เขาจึงรีบขับออกไปนอกมอ. เพื่อหาซื้อเสื้อกันฝนเพิ่มอีกตัว
และเมื่อขับมาจนถึงร้าน คินวาจึงโทรหาณาลัลน์เพื่อบอกให้เธอรอเขาที่ใต้คณะ
“ฝนตกหนักมากเลยอะลัลน์ รอหน่อยนะผมกำลังจะซื้อเสื้อกันฝนไปให้”
“แต่ฝนตกหนักแบบนี้ นายรอให้หยุดก่อนแล้วค่อยมารับก็ได้นะ จะลำบากออกไปซิ้อเสื้อกันฝนเพิ่มทำไม”
ณาลัลน์ที่ยืนรอคินวาอยู่ที่หน้าตึกคณะ เงยหน้ามองขึ้นไปบนฟ้าที่มืดครึ้ม สภาพนี้กว่าฝนจะหยุดตกคงอีกนาน
และจังหวะที่เธอกำลังคุยโทรศัพท์กับคินวาอยู่นั้น ฮันเตอร์ที่เดินลงมาจากตึกคณะพร้อม ๆ กันและยืนอยู่ข้าง ๆ ก็เอ่ยขึ้น
“ลัลน์ ฝนตกแบบนี้เธอกลับกับเราเถอะ เราเอารถมา เธอจะไปซ้อนบิ๊กไบค์ตอนฝนตกให้ลำบากตัวเองทำไมวะ เดี๋ยวก็ไม่สบายกันพอดี”
แน่นอนว่าเสียงนั้นแทรกเข้าไปในโทรศัพท์ และคิดวาได้ยินอย่างชัดเจน เขากัดฟันกรอดกำหมัดแน่น
“ไม่เป็นไรเตอร์ เดี๋ยวฝนก็คงหยุด ไม่น่านานหรอกเดี๋ยวน้องเขาก็มารับฉันแล้ว”
“แล้วหมอนั่นจะยอมให้เธอตากฝนไปกับมันอะนะ มันคงไม่ใจร้ายใจดำเห็นแก่ตัวถึงขนาดเอาเธอไปลำบากตากฝนด้วยกันหรอก”
ฮันเตอร์พูดจงใจให้เสียงแทรกเข้าไปในโทรศัพท์ให้คินวาได้ยิน
ในขณะที่ณาลัลน์เริ่มอึดอัด มีสีหน้าลำบากใจ
“แต่ฉันว่า…”
“เอาโทรศัพท์ของเธอมานี่ฉันคุยเอง”
แล้วฮันเตอร์เข้าคว้าโทรศัพท์จากมือของณาลัลน์อย่างถือวิสาสะ โดยที่เธอคว้ากลับเอาคืนมาไม่ทัน
“นี่นาย ฉันจะพาเพื่อนฉันกลับเองนะ นายคงไม่อยากให้ปล่อยให้เพื่อนฉันตากฝนลำบากไปกับนายหรอกใช่ไหม”
คินวาไม่ตอบและเงียบ ปล่อยให้อีกฝ่ายพร่ำไปคนเดียว
เขาทั้งโคตรหงุดหงิดและเจ็บใจ
แต่อีกใจหนึ่งเขาก็ไม่อยากให้เธอเปียกฝนไปกับเขา
จนกระทั่งณาลัลน์แย่งโทรศัพท์จากมือของฮันเตอร์กลับคืนมา และได้ยินเสียงเธอดุเขาเบา ๆ คล้ายกับว่าไม่พอใจ ก่อนที่เธอจะพูดสายกับคินวาต่อ
“คือคิน ฉันรอนายได้นะ เปียกฝนไปด้วยกันก็ได้ไม่เห็นจะเป็นไร นายไม่ต้องสนใจคำพูดของเพื่อนฉันนักหรอก”
“…” เขาไม่ตอบและยังคงเงียบ จนณาลัลน์รับรู้ได้เองว่าเขาคงกำลังโกรธ แต่อยู่ ๆ เขาก็พูดขึ้น
“ให้เพื่อนลัลน์ไปส่ง” คล้ายกับกัดฟันพูด
“แต่…”
“บอกเขา ให้ไปส่งที่หน้าคอนโดผม ผมจะรอลัลน์หน้าคอนโด”
เขา …ไม่ได้อยากให้เธอไปกับผู้ชายคนอื่น
แต่เขา …ก็ไม่อยากให้เธอต้องเปียกฝนด้วยเหมือนกัน
…
หน้าคอนโด
ฝนเริ่มซาลงจนเหลือแต่เม็ดฝนประปราย คินวาที่ขับบิ๊กไบก์มาถึงก่อนเอารถไปจอดที่ลานจอด ก่อนจะเดินมารอณาลัลน์ที่หน้าตึก
รถเก๋งของฮันเตอร์ขับตามมาถึงในเวลาไล่เลี่ยกัน และจอดก่อนที่ฮันเตอร์จะเป็นคนลงมาจอดรถก่อนแล้วกางร่มเดินมาเปิดประตูให้ณาลัลน์เดินจากรถ แล้วคอยเดินกางร่มมาส่งเธอจนถึงจุดที่คินวายืนรออยู่
“เธอพักที่นี่เหรอลัลน์” เขาหันไปถามเธอ โดยไม่แม้แต่จะทักทายหนุ่มรุ่นน้องอย่างคินวาที่ยืนอยู่ แต่เธอไม่ตอบคำถามเขา เพราะเห็นสีหน้าของคินวาก็รู้แล้วว่าบรรยากาศโคตรมาคุ
“ขอบใจมากเตอร์ นายรีบกลับไปเถอะ เผื่อนายไปธุระที่ไหนอีก แค่นี้ฉันก็โคตรเกรงใจนายมากแล้ว” เธอยกมือขึ้นทำท่าบ้ายบายแล้วยิ้มให้ แต่คินวาที่ยืนหัวโด่อยู่ กลับคว้าข้อมือที่เธอยกขึ้นแล้วดึงเข้าไปภายในตึกทันที
โดยมีสายตาของฮันเตอร์ที่มองอยู่ด้วยความไม่พอใจ
