บทที่ 2 แก้แค้นให้เพื่อน

 หญิงสาวรีบออกแรงระบายกำปั้นเล็กทุบลงบนบ่ากว้างเพื่อผลักออก แต่ทว่าด้วยเรี่ยวแรงที่เธอมีกลับไม่ได้ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของชายหนุ่มแต่อย่างใด

กลับกัน เขากลับกระชับเอวบางของเธอให้แน่นขึ้น กระชับขึ้น

พร้อมทั้งยังรั้งร่างเล็กของเธอเข้าหาตัวจนสัมผัสร่างกายแนบชิดไปกว่าเดิมทุกสัดส่วน ลิ้นร้อนยังคงทำหน้าที่ร้ายกาจ เกี่ยวตวัดไล่ต้อนเรียวลิ้นเล็กอย่างเอาแต่ใจ ความร้อนแผ่ซ่านเข้ามาจากริมฝีปากสู่ริมฝีปาก บดคลึงรุนแรงร้อนรุ่มอย่างหนักหน่วง จนร่างเล็กของเธอแทบละลายในอ้อมแขน

“อะ…อืม”

แล้ว…สัมผัสที่คุ้นเคย ราวกับเธอเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน กลับแปลบเข้ามาในสมองในเสี้ยววิ ก่อนที่จะถูกดึงกลับมาในปัจจุบันอย่างรวดเร็วจนนึกอะไรไม่ออก

เธอเคยสัมผัสแบบนี้จากที่ไหนกันนะ?

ในขณะที่ณาลัลน์ไม่สามารถดึงเรื่องราวจากสมองได้จากเหตุการณ์ความจำเสื่อมของตัวเองเมื่อ 7 ปีที่แล้ว

แต่ชายหนุ่มที่เป็นคนเจ็บเจียนตายเพราะเธอ กลับจำเรื่องราวทุกอย่างเมื่อ 7 ปีที่แล้วได้ดี

อย่างที่ใครว่าไว้

คนทำไม่เคยจำ แต่คนโดนทำไม่เคยลืม

7 ปีที่แล้ว

มหาวิทยาลัย M ชื่อดังทางภาคเหนือ

“ณาลัลน์ ฮึก…มึงอยู่ไหนช่วยกูด้วย”

เสียงสะอึกสะอื้นจากปลายสาย ส่งผลให้เรียวคิ้วบนใบหน้าหวานขมวดมุ่น ณาลัลน์ ดาวคณะศิลปศาสตร์ปี 4 และเป็นเจ้าของมือถือที่เพิ่งกดรับโทรศัพท์ทำสีหน้าประหลาดใจปนไปด้วยความเป็นห่วง

เธอได้ยินเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นจาก อิงดาวเพื่อนสนิทของเธอที่ดังแทรกผ่านเสียงเพลงในผับเข้ามาเป็นระยะ

“มึงอยู่ไหนเนี่ยอิง ทำไมเสียงเพลงโคตรดัง แล้วนี่เป็นไรร้องไห้ทำไม”

“ฮือ อกหักอะดิ ถามได้”

“อกหัก?”

“เออ โดนหนุ่มรุ่นน้องหักอกอะ ฮือ”

“คนไหน คนที่เท่าไหร่ แล้วมึงไปคบกับเขาตอนไหนก่อน กูเป็นเพื่อนมึงมาหลายปี ทำไมกูไม่ยักเคยรู้ว่ามึงคบกับใคร”

“ก็มึงจะไปรู้อะไรล่ะ วัน ๆ ก็มัวคุยกับคนนั้นคนนี้ไปทั่ว จะว่างมาสนใจเพื่อนอย่างกูหรือไงฮะ” ปลายสายทำน้ำเสียงสะอึกสะอื้นปนตัดพ้อ

สภาพเสียงร้องไห้ติดยานคานแบบนี้ ถ้าไม่เมาน้อยก็คงเมามาก

แต่ที่แน่ ๆ คือเมาแน่นอน

“นะมึง มาหาหน่อยมึง กูอยู่ผับมิราเคิลหน้ามอ. ตอนนี้กูแย่วะ ฮือ กูไม่ไหว กูไม่มีใครแล้วจริง ๆ”

“เออ ๆ งั้นมึงรออยู่ตรงนั้นละกัน แต่งตัวแป๊บกำลังจะไปหา”

เธอตัดสายก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะรีบแต่งตัวแล้วตรงไปที่ผับ

….

@ครึ่งชั่วโมงต่อมา

ณาลัลน์มาถึงที่โต๊ะของเพื่อนสาวนั่งอยู่เพียงลำพังในสภาพเมามาย ก่อนที่เธอจะลากเก้าอี้แล้วหย่อนตัวนั่งใกล้ ๆ

“ว่ามา ไหนเล่า อะไรที่ทำให้มึงสภาพเมาเหมือนหมาอย่างตอนนี้”

“ฮึก กูบอกมึงแล้วไงว่าอกหัก”

อิงดาวเพื่อนสาวของเธอสะอึกสะอื้น พลางลากดราม่ามาอีกรอบ หลังจากหยุดร้องไปแล้วรอบหนึ่ง แต่ก็บิ้วอารมณ์จนร้องไห้ได้อีกครั้งเมื่อณาลัลน์มาถึง จนหญิงสาวได้แต่เกาหัวแกรกๆ มองเพื่อนสาวที่เอาแต่ยกแก้วเหล้าดื่มแบบเอือม ๆ

ประโยคที่ว่า

เพื่อนสาวจะอยู่กับเราต้องโสด และอยู่ในโหมดหายหัวตอนติดผู้ชายคือเรื่องจริง

ไม่อกหักก็คงไม่โทรหา

“ฮือ…มึงกูเจ็บว่ะ”

“เจ็บแล้วไง มึงทำตัวเองปะ” ณาลัลน์มองอิงดาวที่เอาแต่ร้องไห้จนมาสคาร่าไหลออกมาเป็นแผ่นๆ จนใต้ขอบตาดำปี๋ เธอได้แต่หยิบทิชชูเปียกออกจากกระเป๋าแล้วเช็ดให้

บ่นนะ แต่ก็ห่วงด้วยเหมือนกัน

“กูเรียกให้ปลอบ ไม่ได้เรียกมาให้มึงซ้ำ”

“ก็นี่ไง กูปลอบอยู่ แต่ปลอบในแบบฉบับของกูเอง”

“ถามจริง มึงรักกูปะเนี่ย”

“อ้าว…ถ้าไม่รัก กูจะยกเลิกทุกนัดเพื่อมาหาเพื่อนอย่างมึงไหมคะ”

“จริงนะ”

“จริงค่ะนังเพื่อนรักตัวดีย์ นอกจากมึงกูก็ไม่รักใครแล้วล่ะค่ะ อย่าลืมมึงนะมึงกับกูสนิทกันตั้งแต่มัธยมจนสอบติดมอ.นี้ด้วยกัน”

เธอเอ่ยถึงความสัมพันธ์ของเธอกับเพื่อนสนิทอย่างอิงดาวที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่มัธยม จนกระทั่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดังทางภาคเหนือด้วยกัน

ณาลัลน์สอบติดคณะนิเทศศาสตร์ ในขณะที่อิงดาวติดคณะศึกษาศาสตร์ แต่ถึงจะเรียนคนละคณะกันแต่ทั้งสองก็ยังติดต่อกันตลอด และถึงแม้ฐานะทางบ้านสองคนจะค่อนข้างแตกต่างกัน ณาลัลน์พ่อของเธอเป็นถึงเจ้าของธุรกิจอสังหา ในขณะที่อิงดาวมีฐานะทางบ้านไม่ค่อยได้ดีเท่าไหร่นัก มักจะชอบยืมเงิน ยืมเสื้อผ้า ยืมกระเป๋า และของใช้ของณาลัลน์อยู่บ่อย ๆ ซ้ำยังไม่ค่อยคืนก็ตามที แต่ณาลัลน์ก็ไม่เคยบ่นอะไร เธอถือว่านี่คือเพื่อนคนสนิทของตัวเอง

ถ้าเพื่อนให้ช่วยอะไร ถ้าช่วยได้ก็จะช่วย

“เค จะเชื่อว่ามึงรักกู งั้นถ้ามึงรักกูจริง มึงช่วยอะไรกูอย่างได้ปะ”

“อะไร ช่วยหาแฟนไม่ได้นะเว้ย ของแบบนี้ต้องใช้ความสามารถกับหน้าตาแล้วก็สกิลอีกนิดหน่อย”

“จ้ะ แม่คนสวย สรุปมึงจะช่วยกูได้ปะเนี่ย”

“ก็ว่ามาสิจะให้ช่วยอะไร เรื่องเงินอีกอย่างห้าม ช่วงนี้พ่อกูยิ่งเคี่ยว ๆ อยู่”

“เค งั้นมึงช่วยล้างแค้นให้กูหน่อยดิ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป