บทที่ 5 คาดไม่ถึง
ณาลัลน์ยกยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปาก เธอได้ยินเสียงกลุ่มรุ่นน้องพูดถึงเธออย่างชัดเจน เพราะจุดที่เธอนั่งอยู่กับกลุ่มพวกเขาไม่ได้ห่างไกลกันมากนัก จึงรับรู้ได้ถึงสายตาของกลุ่มเพื่อนของเขาที่มองเธออยู่ตลอดเวลา
หญิงสาวแกล้งสะบัดปลายผมไปด้านหลัง ก่อนจะตวัดสายตามองไปมองกลุ่มรุ่นน้องที่ว่า
และนั่น…
ทำให้สายตาของเธอปะทะเข้ากับสายตาของคินวาอีกครั้ง
เขามองเธอนิ่งเหมือนคืนก่อนไม่มีผิด
ดวงตาคู่คมมองนิ่งไม่บ่งบอกความรู้สึกใด ๆ แต่ณาลัลน์กลับรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างในแววตาคู่นั้นที่เธอเองก็บอกไม่ถูก มันคล้ายมีพลังดึงดูดบางอย่าง ทำเอาหัวใจของเธอสั่นไหวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
หญิงสาวรีบเมินสายตาคู่คมนั้นกลับ ก่อนที่เสียงหัวใจของเธอจะเต้นถี่แรงขึ้นกว่าเดิม
ไม่ได้นะณาลัลน์… เก็บอาการหน่อยดิวะอย่าแพ้เสียงในหัว อย่าหวั่นไหวให้กับเหยื่อ แล้วอย่าสนใจผู้ชายไทป์หมาเด็กแบบนั้น เดี๋ยวมันจะเสียแผน
หลังจากตบตีกับเสียงในหัวของตัวเองอยู่พักใหญ่ สั่งใจไม่ให้เผลอไผลไปกับสายตาคมคู่นั้น เธอก็เริ่มเดินเกมทันที
ณาลัลน์ก้มมองดูนาฬิกาข้อมือ ทำราวกับว่าตัวเองกำลังนัดใครสักคน แล้วอีกฝ่ายดันไม่มาตามนัด ก่อนที่มือเรียวจะแกล้งกดโทรศัพท์มั่ว ๆ แล้วโทรออก
“นี่มันกี่โมงแล้วคะ เกือบครึ่งชั่วโมงแล้วนะทำไมยังไม่มาอีก “
“ได้ไงอะ นี่คิดจะเทกันง่าย ๆ แบบนี้เลยใช่ไหม”
“เอองั้นก็ได้ ฉันจะกินคนเดียว ไม่ง้อ”
หญิงสาวทำหน้างอ ก่อนจะโยนโทรศัพท์ที่เพิ่งแกล้งโทรออกลงบนโต๊ะ แล้วกอดอกดึงสีหน้าไม่พอใจ
การละครสุด ๆ
สมกับที่เรียกเอกการแสดง
เธอแค่ตั้งใจให้กลุ่มของคินวาได้ยิน ก่อนจะกวักมือเรียกบาร์เทนเดอร์เพื่อขอเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาเพิ่ม
ทว่า…
“น้องครับมาคนเดียวหรือครับ”
เสียงแหบห้าวของชายร่างกำยำมาหยุดยืนอยู่ข้าง ๆ ร่างกายเต็มไปด้วยรอยสัก มีห่วงเจาะที่ปากและติ่งหู
ณาลัลน์เบะปาก เบ้หน้าและมองบน
นี่ไม่ได้อยู่ในแผนการของเธอเลยสักนิด ที่กะไว้คือแกล้งเมา แล้วหาโอกาสตีสนิทให้คินวาไปส่ง
แต่…นี่อะไรก่อน
ผู้ชายหน้าตาน่ากลัวคนนี้เป็นใคร?
ไม่หล่อไม่พอ ยังทำตัวไม่มีมารยาทอีกต่างหาก
“มากับแฟนคะ” ณาลัลน์ตอบหน้านิ่ง เมินสายตาไปทางอื่น แต่อีกฝ่ายก็ไม่หยุดทั้งที่ภาษากายก็น่าจะดูออกว่าเธอรำคาญ
“หืม โสดก็บอกโสดสิครับคนสวย ถ้าคนสวยแบบน้องมีแฟน คงไม่มานั่งอยู่คนเดียวตั้งนานสองนานแบบนี้หรอก มาดริงส์นี้พี่เลี้ยงเอง”
ไม่ว่าเปล่าชายคนนั้นยังถือวิสาสะนั่งลงตรงเก้าอี้บาร์ข้างเธออีก และนั่นทำให้ณาลัลน์ลุกขึ้นยืนทันที ผู้ชายประเภทนี้เป็นอะไรที่น่ารังเกียจมาก ไม่เช็กเบ้าหน้าตัวเองก่อนเล้ย ก่อนจะเสนอหน้าจีบคนอื่น ถึงเธอจะดูเฟรนลี่และเข้าถึงง่าย แต่อย่างน้อยเธอก็เลือก
“เออ ขอโทษนะคะ ขอตัวไปหาแฟนก่อนค่ะ พอดีเขานั่งอยู่ตรงนั้นกับ…เพื่อน”
ณาลัลน์ฉีกยิ้มเป็นมารยาท เพราะไม่อยากมีปัญหา และถือว่าสบโอกาสเข้าแผนการอยู่พอดี เธอแกล้งโบ้ยหน้าไปทางกลุ่มของคินวาที่นั่งอยู่ ก่อนจะหันไปยักไหล่เบา ๆ ใส่แขกไม่ได้รับเชิญอีกครั้ง
“อ่อ แล้วทีหลังอย่ามโนมั่ว ๆ นะคะว่านั่งคนเดียวโสด บางทีผัวเขาอาจจะอยู่ใกล้ ๆ ก็ได้”
ว่าจบใบหน้าหวานก็สะบัดหน้าเชิด ก่อนเดินตรงไปทางโต๊ะของกลุ่มคินวาที่อยู่ไม่ไกล แล้วจึงเลือกหยุดยืนตรงหน้าของเขาพอดี
“ตะเอง จะกลับยัง เค้านั่งรอนานแล้ว”
ไม่ว่าเปล่าเธอเอาแขนเกาะบ่าเขาทำท่าราวกับสนิทสนมมาแรมปีกับเขาอีก
คนที่อยู่ ๆ ถูกสมอ้าง เลิกคิ้วเข้มมองเธอด้วยความแปลกใจ ซึ่งก็ไม่ได้ต่างอะไรกับสายตาเพื่อนของเขาทั้งกลุ่มที่แทบจะไม่เชื่อสายตา ก่อนที่หญิงสาวจะโน้มตัวเข้าหาแล้วกระซิบที่ข้างหู
“นี่ นายช่วยแกล้งเป็นแฟนฉันทีดิ ฉันกลัวหน้าไอ้หมอนั่นอะ มันเข้ามาวอแวหน้าตาน่ากลัวมาก”
คินวาหันไปมองหน้าของหญิงสาวที่กำลังดึงใบหน้าของตัวเองผละออก ในขณะที่ใบหน้าหวานของเธออยู่ห่างเขาแค่คืบ
ทั้งคู่สบตากันในเสี้ยววิ
ก่อนที่เขาจะทำในสิ่งที่คาดไม่ถึง
“ครับลัลน์รออีกเดี๋ยว เดี๋ยวไปส่ง”
ลัลน์พ่องงงง!!! ณาลัลน์อ้าปากค้าง แต่อีกฝ่ายพูดจบก็ดึงตัวเธอมานั่งตัก
O O
แต่…อย่าว่าแต่ณาลัลน์ที่อึ้ง
เพื่อนของเขาที่อยู่ในโต๊ะทั้งหมดก็อึ้ง
ก่อนหน้านี้ที่เพื่อนในกลุ่มชวนกันให้จีบณาลัลน์ คินวาดูเฉย ๆ และนิ่งมากแทบไม่ได้พูดอะไรออกมาด้วยซ้ำ! แต่ตอนนี้เขากลับดึงตัวเธอมานั่งตักด้วยหน้าตาเฉย
เมื่อสถานการณ์บังคับแบบตกกระไดพลอยโจนแบบช่วยไม่ได้ ครั้นณาลัลน์จะโวยวายใส่คนที่ดึงตัวเธอมานั่งตักก็กลัวจะเสียแผน แต่จะให้เธอลุกหนีไปเลยคนแปลกหน้าที่เข้ามาจีบเธอก็มองอยู่ เธอจึงทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการเก็บสีหน้าไม่พอใจเอาไว้ แล้วยิ้มหวานออกไป
“ได้ค่ะ งั้นอย่าให้รอนานนะคะเตง เค้าง่วงแล้ว” เธอยิ้มอ้อน พลางยกมือโอบรอบคอแล้วแกล้งซบใบหน้าลงที่อก
ทว่า…กลิ่นหอมหวาน ๆ จากตัวสาวรุ่นพี่ ทำเอาหัวใจของชายหนุ่มรุ่นน้องอย่างเขาเต้นระส่ำไม่เป็นสุข
ตึก ตึก ตึก
ตัวเธอหอมมาก
เส้นผมที่อยู่ใกล้จมูกของเขาก็หอมมาก
แถมก้นของเธอที่นั่งทับตักอยู่ของเขาก็นิ่มมาก
นิ่มจน…อย่างอื่นของเขาแข็งขึ้นมา
