บทที่ 6 ไม่ใช่ว่าอยากได้เหรอครับ?
ณาลัลน์เหมือนตกกระไดพลอยโจน กลับตัวถอยหลังต่อก็ไม่ได้ แต่ในเมื่อเธอถอยไม่ได้ก็เข้าร่วมดื่มกับพวกเขาไปเลยง่ายที่สุด
“ว่าแต่มึงกับพี่ณาลัลน์ไปแอบคบกันตอนไหนวะ ซุ่มฉิบหายไม่เห็นบอกให้พวกกูรู้บ้างเลย” เสียงแซวของโอนิกซ์เอ่ยขึ้น
“นานแล้ว” คินวาตอบเสียงเรียบ มือหนายังคงโอบเอวบางของณาลัลน์ที่นั่งตักอย่างไม่มีทีท่าจะยอมปล่อยมือง่าย ๆ
“นานพ่อง ทำไมกูเพิ่งเห็น” คอปเตอร์ส่ายหน้าอย่างไม่เชื่อ เพราะที่ผ่านมายังไม่เคยเห็นหนุ่มฮอตคินวาเคยคบกับสาว ๆ ที่ไหน
เอาง่าย ๆ ขนาดมีสาว ๆ เข้ามาจีบ มันยังไม่เคยทำท่าสน แถมยังไล่ตะเพิดอีกต่างหาก
” กูหวงพวกมึงไง กูเลยปิด …ใช่ไหมครับลัลน์” ประโยคแรกทำเสียงแข็งกับเพื่อน ๆ แต่ประโยคหลังเสียงอ่อนลงตอนคุยกับผู้หญิง
“เหอะ เหลือเชื่อฉิบหาย ซุ่มแบบนี้ก็เกินไปปะวะไอ้คิน …เอางี้พี่เลิกกับมันเถอะมาคนกับผมแทนดีกว่า”
เพื่อนกัน เหมือนกันไม่มีผิด เสียงหนึ่งตอนคุกับเพื่อน เสียงสองตอนคุยกับสาว
“หุบปากไปเลยไอ้โอนิกซ์ พี่ณาลัลน์คือผู้หญิงของกู”
ณาลัลน์หันขวับเงยหน้าขึ้นไปมอง
สุด! เธอไปเป็นผู้หญิงของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก่อน?
แต่ก็ช่างเถอะ ถือว่าอยู่แผน แต่ไป ๆ มา ๆ เหมือนเธอกำลังคิดจะจับเสือ แต่ตัวเองกำลังจะกลายเป็นเหยื่อเองซะงั้น
...
จากนั้น เธอไม่รู้เลยว่าระหว่างที่นั่งดื่มต่อกับกลุ่มรุ่นน้องปีหนึ่งคุยอะไรกันไปบ้าง เพราะแทบไม่ได้โต้ตอบอะไรกับพวกเขาเลย มีแต่คินวาที่ตอบแทนเธอทั้งหมด
ณาลัลน์เลยได้แต่นั่งมองพวกเขาคุยกัน สลับกับยกแก้วสีอำพันขึ้นดื่มไปช้า ๆ จากหนึ่งแก้ว ไปสองแก้ว แล้วตามด้วยแก้วเท่าไหร่ไม่รู้ที่เธอจำไม่ได้ เพราะสมองพร่าเบลอไปหมด
สามชั่วโมงต่อมา…
รู้สึกตัวอีกทีก็...
ตอนที่จมูกสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมสะอาดรอบคล้ายกับกลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ภายในห้อง จนรู้สึกเหมือนเพิ่งตื่นจากฝัน ทั้งที่ยังเบลอ ๆ อยู่
แล้วภาพตรงหน้า ก็ค่อย ๆ กระจ่างชัด ดวงตาคู่หวานเปิดเปลือกตาลืมขึ้น ก่อนจะเริ่มปรับโฟกัสมองไปรอบ ๆ ห้องเห็นผนังสีเทาอ่อน ไฟดาวน์ไลน์สีเหลืองนวลภายในห้อง และร่างสูงของเจ้าของห้องที่สวมเพียงกางเกงยีนเปลือยท่อนบนที่กำลังเดินเข้ามา
เห็นแบบนั้น ณาลัลน์ถึงกับรีบดีดตัวลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะมองไปรอบ ๆ แล้วพบว่า
ตอนนี้เธออยู่ที่คอนโดของเขา
แถมยังนอนอยู่บนโซฟาหนานุ่มในคอนโดของเขาอีก
“ตื่นแล้วเหรอครับ ดื่มน้ำเย็น ๆ ก่อนมั้ย จะได้สร่างเมา” คินวาเดินเข้ามาพร้อมแก้วน้ำเย็น ๆ ที่วางลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าเธอ
ณาลัลน์เงยหน้าขึ้นไปมองเขาแวบหนึ่ง แล้วรีบก้มหน้าลงด้วยความอาย ก่อนจะรีบยื่นมือไปรับแก้วน้ำขึ้นมาดื่มอึกใหญ่ ความเย็นแล่นลงคอช่วยเรียกสติจากความเมาคืนมาบ้างเล็กน้อย แล้วค่อย ๆ วางแก้วลงหน้า
“ขอบใจนะ เออพี่ว่าน่าจะดึกแล้ว พี่ขอตัวกลับก่อน”
ณาลัลน์ว่าพลางขยับตัวลุกขึ้นยืน
ทว่าจังหวะนั้นคินวากลับขยับตัวและโน้มเข้ามาใกล้ เขาวางมือทาบลงบนโซฟา ในขณะที่ร่างสูงคร่อมตัวเธอไว้ตรงกลาง
“...หายเมาแล้วเหรอครับ?” เสียงทุ้มเอ่ยถาม ใบหน้าของเขาขยับเข้าใกล้เธอมาก มากจน…เธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารินรดข้างผิวแก้ม เธอสบตาเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“ดะ ดีขึ้นแล้ว” ณาลัลน์กลืนน้ำลายอึกใหญ่ รู้สึกแปลก ๆ ทั้งน้ำเสียงและลมหายใจของหนุ่มรุ่นน้องที่กำลังรินรดอยู่ตรงหน้า รวมถึงนัยน์ตาที่ดูเข้มขึ้นอย่างประหลาด
ก่อนที่เธอจะพยายามหลบสายตาคมคู่นั้น ด้วยการเบือนหน้าไปอีกฝั่ง
ทว่า…ริมฝีปากของเขากลับขยับเข้ามาใกล้อีก แค่ระยะกะพริบตาเดียวก็จะสัมผัสกันอยู่แล้ว
ณาลัลน์กลั้นหายใจ ร่างกายแข็งทื่อ หัวใจเต้นรัวเหมือนจะทะลุอก
“นะ นาย ถอยออกไปหน่อยได้ไหม...ฉะ ฉันอึดอัด”
เธอหันไปสบตาอีกฝ่าย พร้อมกับใช้มือดันแผงอกแกร่งที่เปลือยเปล่าของอีกฝ่าย ฝ่ามือบางวางทาบสัมผัสเข้ากับผิวกายของเขาอย่างไม่ได้ตั้งใจ
คินวาก้มมองฝ่ามือเรียวที่ทาบแนบไปกับแผงอกของเขา ก่อนจะยกยิ้มออกมาที่มุมปาก
“แต๊ะอั๋งเหรอครับ”
“บะ บ้าเหรอ”
“แต่มือพี่โดนนมผม”
“…”
“ลูบอยู่ด้วย”
ณาลัลน์อยากจะชักมือออก แต่เขาขยับมาใกล้มาก มากจนเธอเกือบจะเอนนอนลงราบไปกับโซฟานี่อยู่แล้ว
“เออ จริงสิ ทำไมฉันถึงมาอยู่คอนโดนายได้ล่ะ”
แล้วเธอก็เฉไฉไปเรื่องอื่น ทั้งที่ตัวเริ่มจะเอนลงเรื่อย ๆ
“ก็พี่เมา...มาก”
“อ่า งะ งั้นเหรอ แต่ตอนนี้ ฉะ ฉันดีขึ้นแล้ว งั้นฉันว่าฉันควรกลับบ้านเลยดีกว่า” น้ำเสียงตะกุกตะกักเอ่ยบอก ก่อนเหลือบสายตามองดูนาฬิกาแขวนผนังแล้วพบว่าตอนนี้เกือบตีสาม
ให้ตายเถอะ นี่เธอเมามากจนปล่อยให้เขาพาตัวมาง่าย ๆ แบบนี้ได้ยังไง
“กลับบ้าน ตอนนี้เนี่ยนะครับ” คินวาเลิกคิ้วมอง ก่อนที่เขาจะถอยออกมาอย่างเชื่องช้า แล้วหันมองไปที่ประตู
“กลับทำไม?” แล้วใบหน้าหล่อเหลาก็หันมาสบตาเธออีกครั้ง พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากและแววตาที่เจ้าเล่ห์
“ผมนึกว่าที่พี่ตามผมมา...ไม่ใช่เพราะว่าพี่อยากได้ผมหรอกเหรอครับ?”
สิ้นประโยคคนตรงหน้า จากที่ณาลัลน์เมาอยู่นิด ๆ เธอรู้สึกสร่างเมาขึ้นมาในทันที
“ว่าไงครับ ที่ตามผมมา...เพราะ.? “
