บทที่ 10 EPISODE.10 เกมแบล็กเมล์ของจอมเผด็จการ

“พี่มันหน้าตัวเมีย! อัดเสียงฉันไว้ทำไม! ลบมันเดี๋ยวนี้นะ!”

           เสียงแผดร้องของมิลาบาดลึกเข้าไปในความเงียบ ทลายคราบของกบฏสาวผู้หยิ่งยโสจนหมดสิ้น น้ำตาที่อัดอั้นไหลทะลักผ่านร่องแก้มเนียน ทุกลมหายใจของเธอเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและระคนหวาดกลัวขั้นสุด ร่างบางที่อยู่ใต้ร่างกำยำพยายามดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง มือเล็กทั้งสองข้างทุบลงบนแผงอกแกร่งของคินน์หวังจะหลุดพ้นจากพันธนาการที่แสนอึดอัดนี้

           ทว่าแรงอันน้อยนิดกลับไม่สามารถสั่นคลอนคนตัวโตได้เลย คินน์ยังคงกดทับร่างกายของเธอไว้ด้วยน้ำหนักที่เหนือกว่า นัยน์ตาสีนิลคู่คมแปรเปลี่ยนจากแววตาหยอกเย้าขี้เล่นในคราแรก กลายเป็นความเย็นชา ลึกล้ำ และทรงอำนาจจนน่าขนลุก เปลวไฟแห่งความดุดันในดวงตาของอดีตเฮดว้ากหนุ่มทำให้อากาศรอบตัวคล้ายจะจับตัวเป็นน้ำแข็ง

“กูไม่อดทนสู้รบตบมือกับมึงทุกวันหรอกนะมิลา...”

           คินน์กดเสียงต่ำแหบพร่ากระซิบชิดใบหูบาง แรงบีบที่ข้อมือเล็กแน่นหนาขึ้นจนผิวเนื้อขึ้นรอยแดง

           “มึงมันดื้อรั้นเกินไปขบถจนเคยตัว ถ้ากูไม่มีข้อผูกมัดมึงก็คงคอยแต่จะแว้งกัดกูอยู่เรื่อย ๆ”

           ชายหนุ่มผละใบหน้าออกห่างเล็กน้อย จ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมอิ่มที่สั่นระริกด้วยความกลัวของเหยื่อสาวอย่างไร้ความปรานี ก่อนจะเอ่ยยื่นคำขาดที่เฉียบคมและเลือดเย็นราวกับใบมีดโกน

           “ข้อเสนอของกูง่ายมากมิลา... ต่อจากนี้ไป มึงต้องมาเป็น 'คู่นอนลับ ๆ' ของกู ซ่อนตัวอยู่ในห้องนี้ นอนครางใต้ร่างกูทุกครั้งที่กูต้องการ แลกกับการที่กูจะไม่กดส่งคลิปเสียงนี้เข้ากลุ่มไลน์รวมแก๊งโยธาปีหนึ่งของมึง และกลุ่มใหญ่ของแก๊งพี่ว้ากวิศวะทั้งหมด”

           คำประกาศกร้าวของจอมเผด็จการทำให้หัวใจของมิลาหล่นวูบดิ่งลงสู่เหวนรกอันรกร้าง สมองของเธอขาวโพลนและชาหนึบไปทุกส่วนเสี้ยว ความคิดประมวลผลถึงผลลัพธ์อันเลวร้ายที่กำลังจะตามมาหากเธอปฏิเสธ

ถ้าคลิปเสียงที่เธอร้องครวญครางชื่อเขาอย่างสุขสมและไร้ยางอายหลุดออกไป... ชีวิตนักศึกษาและอนาคตในคณะวิศวกรรมศาสตร์ของเธอคงต้องจบสิ้นลงทันที เพื่อน ๆ ในรุ่นที่เคยมองเธอเป็นฮีโร่ลุกขึ้นสู้เพื่อความยุติธรรม แก๊งพี่ว้ากปีสองและปีสามที่เธอเคยหักหน้ากลางลานเกียร์ ทุกคนจะตราหน้าและหัวเราะเยาะสมเพชว่าท้ายที่สุดแล้ว กบฏโยธาผู้แสนเย่อหยิ่งก็ยอมสยบแทบเท้ากลายเป็นของเล่นบนเตียงของอดีตเฮดว้ากเครื่องกลอย่างง่ายดาย

“พี่มันสารเลว...”

           มิลาเค่นเสียงสบถด่าทั้งน้ำตา ร่างกายของเธอสั่นเทิ้มด้วยความเจ็บใจจนถึงขีดสุด

           “กูยอมเป็นคนสารเลว ดีกว่าปล่อยให้เด็กเมื่อวานซืนอย่างมึงมาปีนเกลียว”

           คินน์เค่นยิ้มร้าย แววตาของนักล่าไร้ซึ่งความสงสาร

           “คิดดูให้ดี ๆ นะน้องมิลา... ระหว่างความหยิ่งยโสไร้สาระของมึง กับชื่อเสียงและอนาคตที่ต้องพังพินาศจนเรียนต่อไม่ได้... มึงจะเลือกอะไร?”

           เกมแบล็กเมล์ที่คินน์วางหมากไว้ไม่มีช่องว่างให้เธอหนีรอดได้เลย โลกทั้งใบของมิลาถูกต้อนให้จนมุมอย่างสมบูรณ์แบบ ศักดิ์ศรีที่เธอเคยยึดมั่นถือดีบัดนี้กำลังถูกรองเท้าคอมแบทของคนเถื่อนเหยียบย่ำจนแหลกละเอียดอยู่ใต้เตียงนอนนี้เอง

ความเงียบงันอันหนักอึ้งและบีบคั้นแผ่กระจายไปทั่วทุกตารางนิ้วของห้องนอนสไตล์ลอฟต์ ทิ้งไว้เพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ยังคงทำงานอย่างเนิบนาบ คำขู่ของคินน์เฉียบคม เลือดเย็น และไร้ความปรานีราวกับกิโยตินที่พร้อมจะสับลงมาบดขยี้ชีวิตของมิลาให้พังพินาศในพริบตา

           มิลานั่งนิ่งงันอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ร่างกายของเธอสั่นเทิ้มจนแทบระงับไม่อยู่ไม่ใช่เพราะความหนาวเหน็บ แต่เป็นเพราะความเจ็บใจและคับแค้นใจที่ประดังประเดเข้ามาจนจุกอก มือเล็กทั้งสองข้างกำแน่นเข้าหากันจนข้อนิ้วกลายเป็นสีขาวซีด ปลายเล็บคมจิกทึ้งลงบนฝ่ามือตัวเองจนเนื้อแทบฉีกเพื่อใช้ความเจ็บปวดทางกายสะกดกั้นเสียงสะอื้นไห้

สายตาของเธอมองต่ำลงที่ผืนเตียงนอนขนาดคิงไซส์อย่างเลื่อนลอย สมองอันตื้อชาพยายามหาทางรอด แต่ไม่ว่าจะคิดอย่างไร... หมากกระดานนี้เธอก็แพ้เขาอย่างราบคาบ ศักดิ์ศรีทั้งหมดที่เคยสร้างมา... ความภาคภูมิใจที่เป็นกบฏโยธาผู้ไม่เคยยอมสยบให้ระบบโซตัสหรือคนเถื่อนคนไหน บัดนี้มันแหลกลาญไม่มีชิ้นดี

           “ฉัน...”

           มิลาเค้นเสียงพูดออกมาจากลำคอที่แห้งผาก น้ำเสียงของเธอสั่นพร่า หม่นแสง และแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ หยดน้ำตาเม็ดโตที่พยายามกักเก็บไว้ไหลร่วงเผาะผ่านแก้มเนียน หยดลงบนผ้าห่มผืนหนาประหนึ่งสัญลักษณ์แห่งการยอมจำนน

           “ฉัน... ตกลง...”

           คำตอบรับนั้นแผ่วเบา ทว่ามันกลับดังก้องในความรู้สึกของคนฟัง ราวกับเสียงโซ่ตรวนที่มองไม่เห็นพุ่งเข้ามาล็อกข้อเท้าและลำคอของเธอไว้กับเตียงนอนของเขาอย่างแน่นหนาไปตลอดกาล

ฟู่...

           คินน์กระตุกยิ้มสะใจเมื่อได้ยินคำตอบที่ตนเองคาดการณ์ไว้ ชายหนุ่มบดดับปลายมวนบุหรี่ลงบนจานรองแก้วคริสตัลอย่างเชื่องช้า ละอองขี้เถ้ากระจายตัวพร้อมกับไฟที่มอดดับลง เช่นเดียวกับอิสรภาพของมิลาที่มอดไหม้ไปในค่ำคืนนี้ ร่างสูงใหญ่ขยับกายเข้าหาคนตัวเล็กที่นั่งก้มหน้าร้องไห้อย่างผู้ชนะ

มือหนาเชยคางมนของมิลาขึ้นมาบังคับให้สบตากับเขาตรง ๆ อีกครั้ง มิลายอมเงยหน้าขึ้นมาตามแรงบีบ นัยน์ตากลมโตที่รื้นไปด้วยน้ำตาจ้องมองเขาด้วยความอาฆาตแค้น ทว่า... คินน์กลับไม่ได้สนใจความโกรธแค้นนั้น ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาบดขยี้ริมฝีปากอิ่มอย่างรุนแรงและเน้นหนัก เป็นจูบที่ไม่มีความนุ่มนวล ไม่มีข้อผูกมัดทางอารมณ์ มีเพียงการประทับตราแสดงความเป็นเจ้าของและตอกย้ำ 'สัญญาทางกาย' ของคนบาปเท่านั้น

           “ดีมาก... เป็นเด็กดีแบบนี้ค่อยน่ารักหน่อย”

           คินน์ผละริมฝีปากออกช้า ๆ ยามที่เห็นริมฝีปากอิ่มของเธอบวมเจ่อและมีเลือดซึมจาง ๆ ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขาแกร่งก้าวไปที่ตู้เสื้อผ้าบิวต์อินก่อนจะหยิบเสื้อเชิ้ตสีดำตัวโคร่งของตัวเองออกมา แล้วโยนมันลงบนร่างบางที่นั่งหมดสภาพอยู่บนเตียง

ฟึบ!

           “แต่งตัวซะ แล้วกูจะไปส่งที่หอ”

           คินน์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าสายตาคู่คมกลับตวัดมองเรือนร่างของเธอเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเอ่ยย้ำกฎเหล็กและสัญญาณเตือนภัยที่จะผูกมัดเธอไปนับจากนี้

           “จำใส่หัวมึงไว้ให้ดีนะมิลา ต่อจากนี้ไป ร่างกายของมึง หน้าอกของมึง ทุก ๆ ส่วนสัดของมึง... เป็นของกูคนเดียว ถ้ากูเรียกเมื่อไหร่... มึงต้องมา และถ้ามึงคิดจะบิดพริ้วหรือแอบไปให้ผู้ชายหน้าไหนมันดอมดมล่ะก็... มึงก็รู้ใช่ไหมว่าคลิปเสียงนี้จะไปโผล่ที่ไหน”

           สิ้นประโยคอันร้ายกาจ คินน์หันหลังเดินตรงไปยังห้องน้ำ ประตูห้องน้ำหรูแบบกระจกฝ้าปิดลงพร้อมกับเสียงสายน้ำจากฝักบัวที่เริ่มไหลซ่า

มิลาทำได้เพียงกอดเสื้อเชิ้ตสีดำตัวใหญ่ของเขาไว้แนบอกแน่น ตัวของเธอยังสั่นเทา นัยน์ตาคู่สวยจ้องมองไปยังบานประตูห้องน้ำด้วยความรู้สึกเดือดพล่านไปด้วยความเกลียดชังอัปยศ พันธนาการที่ไร้โซ่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วนับตั้งแต่เช้าวันนี้

           และเธอ... ต้องติดอยู่ในบ่วงบาปของจอมเผด็จการคนนี้อย่างไม่มีทางเลือก จนกว่าเธอจะหาทางกระชากหน้ากากและลากเขาลงนรกไปด้วยกันให้ได้!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป