บทที่ 2 EPISODE.2 การปรากฏตัวของ 'เผด็จการ'
บรรยากาศรอบตัวมิลาตึงเครียดจนแทบจะระเบิดออกมารุ่นพี่ปีสองคนเดิมเดินดุ่ม ๆ เข้ามาประจันหน้ากับมิลาจนระยะห่างเหลือไม่ถึงสองก้าว มือของรุ่นพี่ที่กุมโทรโข่งสั่นเท้าด้วยความโมโหที่โดนเด็กปีหนึ่งแบบมิลาปีนเกลียว สายตาของเด็กปีหนึ่งนับร้อยคู่ที่นั่งอยู่ในลานเกียร์เริ่มละจากพื้นคอนกรีต แล้วพากันแอบชำเลืองมองมาที่คุณหนูของสาขาโยธาสายลุยที่ใจกล้าบ้าบิ่นบดขยี้อำนาจรุ่นพี่อย่างไม่เกรงกลัว
“ผมถามว่าไม่ได้ยินที่สั่งหรือไง! อยากลองดีนักใช่ไหม!”
รุ่นพี่คนเดิมตะคอกใส่หน้าเธอจนเส้นเลือดที่คอปูดโปนออกมาอย่างชัดเจน
มิลาสูดหายใจเข้าจนเต็มปอด เตรียมจะอ้าปากตอกกลับด้วยตรรกะที่จะต้อนอีกฝ่านให้จนมุม ทว่า... ยังไม่ทันที่คำพูดของเธอจะหลุดออกจากปาก เสียงตวาดทั้งหมดก็อันตรธานหายไปในอากาศราวกับมีใครกดปุ่มปิดเสียง
แกรก...
มันไม่ใช่เสียงโทรโข่งดับแต่มันเป็นเสียงรองเท้าคอมแบทหนังเนื้อดียี่ห้อดังในหมู่นักศึกษาชายที่ย่ำลงบนพื้นกรวดของลานเกียร์ด้านหลังของแถวนักศึกษาปีที่หนึ่ง เสียงนั้นไม่ได้เร่งรีบแต่ทว่าจังหวะของมันหนักแน่นและสม่ำเสมอให้ความรู้สึกที่ทรงพลังอย่างน่าประหลาด เพียงแค่เสียงฝีเท้านั้นย่างกรายเข้ามารุ่นพี่ปีสองที่กำลังยืนค้ำหัวมิลาเมื่อครู่ก็หน้าถอดสีทันควัน เขาทำได้เพียงแค่ฮึดฮัดอยู่แวบหนึ่งก่อนจะรีบถอยฉากออกไปยืนกุมมือประสานกันนิ่งเงียบราวกับเป็นคนละคน
ฝูงชนปีหนึ่งที่นั่งอยู่พากันกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่แถวที่เคยบิดเบี้ยวกลับมาตรงแหน่วอีกครั้งโดยสัญชาตญาณของการเอาชีวิตรอด เมื่อเห็นกลุ่มผู้ชายสวมเสื้อช็อปสีเทาเข้มซึ่งเป็นสีประจำของสาขาวิศวกรรมเครื่องกล เดินแถวเรียงหน้ากระดานเข้ามาในลานเกียร์
และคนที่เดินนำอยู่หน้าสุด ... คือคนที่ทำให้ลานเกียร์ที่ร้อนระอุอยู่ก่อนหน้านี้กลับพลันหนาวยะเยือกขึ้นมาในพริบตา เขาคือ ...
'คินน์' หรือ 'พี่คินน์' ที่พวกรุ่นน้องเรียกขานกันรุ่นต่อรุ่น เขาคืออดีตเฮดว้ากปีสามผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในคณะ
ชายหนุ่มเจ้าของความสูงเฉียด 185 เซนติเมตร เดินผ่านแถวรุ่นน้องปีหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์สีซีดเข้ามาด้วยท่าทีเยือกเย็น เสื้อช็อปสีเทาเข้มเนื้อหนาของเขาไม่ได้ติดกระดุมแม้แต่เม็ดเดียว ปล่อยให้มันแหวกออกไปตามแรงลม เผยให้เห็นเสื้อยืดสีดำสนิทด้านในที่รัดตึงไปกับแผงอกหนาและลอนกล้ามเนื้อหน้าท้องอย่างคนที่ดูแลตัวเองมาเป็นอย่างดี ลำคอแกร่งปรากฏรอยสักรูปไม้กางเขนโบราณลากยาวลงไปใต้ร่มผ้า ผิวคร้ามแดดเนียนละเอียด และใบหน้าหล่อเหลาราวกับพระเจ้าตั้งใจปั้น ทว่ากลับเต็มไปด้วยความร้ายกาจดุดัน
คิ้วเข้มพาดเฉียงรับกับดวงตาคมกริบสีนิลที่นิ่งสนิท ไร้ความรู้สึก ทว่าแฝงประกายอันตรายเยี่ยงนักล่า สันจมูกโด่งคมเป็นแกนตรงรับกับใบหน้าหล่อเหลา และริมฝีปากหยักลึกที่บัดนี้คาบบุหรี่ที่ยังไม่ได้จุดเอาไว้หมิ่นเหม่ ทำให้โครงหน้าหล่อร้ายของเขาดูดิบเถื่อนเข้าไปอีก และมันหล่อเหลาจนน่าโมโหในเวลาเดียวกัน ด้านหลังของเขามี 'พายุ' เพื่อนสนิทสวมช็อปเครื่องกลเหมือนกันเดินตามมาติด ๆ พายุส่งยิ้มกะล่อนโปรยเสน่ห์ไปทั่วตามนิสัย แต่กลับไม่มีใครกล้าสบตาแก๊งนี้ตรง ๆ เลยสักคน
คินน์เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าแถวของนักศึกษาปีหนึ่งพอดิบพอดี สายตาคมกริบของเขาไม่ได้มองใครเป็นพิเศษ เขายื่นมือแกร่งที่ข้อนิ้วสากหนาจากการจับเครื่องมือช่างไปคว้าโทรโข่งมาจากมือรุ่นน้องปีสอง ท่าทางเรียบเฉยทว่ามันเต็มไปด้วยความกดดันมหาศาล
เขาดึงบุหรี่ออกจากปากหยักช้า ๆ ก่อนจะโยนมันทิ้งลงพื้นแล้วใช้ปลายรองเท้าคอมแบทขยี้จนแหลกเหลวทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้จุดมันสูบเลยด้วยซ้ำ ก่อนจะยกโทรโข่งขึ้นจ่อที่ริมฝีปากน้ำเสียงที่เปล่งออกมาไม่ได้ตวาดดังลั่น ไม่ได้ใช้โทนเสียงสูงแข็งกร่าวเหมือนพวกว๊ากปีสอง แต่เป็นน้ำเสียงทุ้มต่ำ ราบเรียบ ทว่ามันกลับทรงอำนาจบาดลึกไปถึงกระดูกดำ
“ปีหนึ่ง... ดูเหมือนพวกคุณจะมีพลังงานเหลือเฟือ ถึงได้มีเวลามานั่งมองหน้าพวกพี่ ๆ เล่น”
คินน์เว้นจังหวะก่อนจะกวาดสายตาคมปลาบราวกับใบมีดโกนไปทั่วลานคอนกรีต
“ในเมื่อวินัยมันสร้างยากนัก... งั้นลองวิ่งรอบลานเกียร์คนละ 50 รอบ ท่ามกลางแดดบ่ายสามนี่แหละ เผื่อเหงื่อที่ไหลออกไปมันพอจะช่วยชะล้างความอวดดีของพวกคุณออกไปได้บ้าง”
คำสั่งเผด็จการจากปากคนตัวสูงถูกพ่นออกมาอย่างไร้ความปรานี เสียงฮือฮาด้วยความตกใจและสิ้นหวังดังขึ้นเบา ๆ จากกลุ่มนักศึกษาปีหนึ่ง การวิ่ง 50 รอบในเวลานี้ไม่ต่างอะไรกับการสั่งให้ไปเป็นลมแดดตายชัด ๆ
“อ้อ... แล้วในนี้มีใครใส่รองเท้าผิดระเบียบมาอีกไหม?”
คินน์ถามเนิบ ๆ นั่นทำให้เสียงบ่นของเหล่ารุ่นน้องปีหนึ่งก่อนหน้านี้เงียบกริบลงทันที
“ถ้ามี... บวกรอบเพิ่มให้เพื่อนทั้งรุ่นด้วย”
ความกดดันบีบคั้นจนเหล่าเฟรชชี่หลาย ๆ คนเริ่มน้ำตาคลอ คินน์ลดโทรโข่งลงเล็กน้อยมุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเหยียดหยันอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของจอมบงการ เขากวาดสายตาอีกครั้งเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเอ่ยประโยคทิ้งท้ายเป็นคำพูดที่ท้าทายระบบประสาทของทุกคนได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว
“กฎของคนเถื่อนที่นี่มีข้อเดียว... นั่นคือคำสั่งของผมถือเป็นที่สุด ใครมีปัญหา หรือคิดว่าสิ่งที่ผมสั่งให้ทำมันไม่ยุติธรรม...”
เสียงทุ้มของคินน์หยุดลงพร้อมกับสายตาของเขาก็หยุดลงตรงตำแหน่งแถวที่สาม ... ตรงที่เด็กรุ่นน้องผู้หญิงหน้าตาอวดดีคนหนึ่งกำลังจ้องหน้าเขาเขม็งไม่ยอมหลบสายตา ดวงตาคู่คมของซาตานในคราบนักศึกษาเครื่องกลหรี่ลงเล็กน้อยราวกับเจอของเล่นชิ้นใหม่ที่น่าสนใจก่อนที่เขาจะพูดต่อประโยคก่อนหน้าขึ้นมาอีกครั้ง
“ก็...ก้าวขาออกมา”
