บทที่ 3 EPISODE.3 กบฏโยธาปะทะราชสีห์เครื่องกล

สิ้นเสียงทุ้มที่เอ่ยประโยคท้าทายที่ทิ้งไว้ท่ามกลางความเงียบอันเยือกเย็น ทำให้ลานเกียร์ทั้งลานราวกับถูกแช่แข็ง ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง ๆ เสียงหัวใจของเฟรชชี่ปีหนึ่งเต้นดังรัวระทึกด้วยความหวาดกลัวต่อบทลงโทษมหาโหด ทุกคนเลือกที่จะก้มหน้ามองพื้นคอนกรีตราวกับยอมจำนนต่ออำนาจเผด็จการของอดีตเฮดว้ากหนุ่มสุดหล่อเพื่อเอาตัวรอด

ยกเว้นเพียงคนเดียว ...

พรึบ!

เสียงผ้าแบรนด์เนมชื่อดังถูขัดกับพื้นคอนกรีตดังขึ้นเบา ๆ แต่กลับเรียกสายตาของคนทั้งลานให้หันไปมองเป็นตาเดียว 'มิลา' ลุกขึ้นยืนหยัดเต็มความสูงที่สูงไม่ถึงไหล่ของคินน์ท่ามกลางกลุ่มเพื่อนที่นั่งก้มหน้ามองพื้น แผ่นหลังบางเหยียดตรงอย่างสง่างามใบหน้าสวยเฉี่ยวเชิดขึ้นสบกับสายตาคมกริบของราชสีห์เครื่องกลอย่างไม่นึกเกรงกลัว แรงอารมณ์ที่พลุกพล่านทำให้หน้าอกอิ่มกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจหนัก ๆ เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเค้นเสียงหวานแต่เฉียบขาดตะโกนฝ่าความเงียบออกไป

“ขออนุญาตค่ะพี่! หนูมีปัญหาค่ะ!”

            เสียงของมิลาสะท้อนก้องลานเกียร์กว้างแห่งนี้ วินาทีนั้น 'ผิง' ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ถึงกับเอายกมือขึ้นกุมขมับหน้าซีดเป็นไก่ต้ม ขณะที่พวกรุ่นพี่ปีสองรอบ ๆ แถวปีหนึ่งต่างพากันเบิกตากว้างอย่างไม่ยากจะเชื่อสายตา ว่าจะมีเฟรชชี่ใจกล้าบ้าบิ่นลุกขึ้นมางัดข้อกับ 'ราชสีห์' ของคณะวิศวกรรมศาสตร์

คินน์ที่ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงอยู่หน้าแถวชะงักไปเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบสีนิลตวัดมาล็อกเข้าที่ใบหน้าของมิลานิ่ง ๆ ไม่มีแววความโกรธเกรี้ยวระเบิดออกมาอย่างพวกปีสอง แต่ทว่ามันกลับมืดมนและลึกล้ำจนน่าขนลุก ชายหนุ่มส่งโทรโข่งในมือคืนให้รุ่นน้องปีสองข้างกายช้า ๆ ก่อนจะเริ่มก้าวเท้าเดินตรงดิ่งมาทางแถวของโยธาปีหนึ่ง

ตึก... ตึก... ตึก...

เสียงรองเท้าคอมแบทที่ย่ำลงบนพื้นคอนกรีตแต่ละก้าว ราวกับเสียงนับถอยหลังสู่ความตายของมิลา เพื่อน ๆ ในแถวที่นั่งเรียงแถวอยู่พากันขยับตัวหลบซ้ายขวาเปิดทางให้ร่างสูงใหญ่เดินผ่านโดยอัตโนมัติ คินน์เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้ามิลาระยะห่างของทั้งคู่เหลือเพียงไม่ถึงคืบ ความสูงที่ต่างกันเกือบยี่สิบเซนติเมตรทำให้เงาร่างหนาของคินน์ทาบทับบดบังแสงแดดบ่ายสามจนมิลากลืนไปกับร่มเงาของเขา

ความกดดันและกลิ่นอายดิบเถื่อนเฉพาะตัวของคินน์พุ่งเข้าจู่โจมประสาทสัมผัสของมิลาอย่างรุนแรง กลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูผสมกลิ่นบุหรี่จาง ๆ และกลิ่นอายความแมนดิบจากเสื้อช็อปเครื่องกลลอยมาเตะจมูก แต่มิลากลับกัดฟันแน่นแหงนหน้าสบสายตากับราชสีห์จอมเผด็จการตรง ๆ นัยน์ตากลมโตคู่สวยวาวโรจน์ไปด้วยความขบถ

“พี่มีสิทธิ์อะไรมาสั่งลงโทษพวกเราแบบนี้คะ?”

            มิลาเปิดฉากถามด้วยน้ำเสียงฉะฉาน คำถามของเธอมีตรรกะและเหตุผลอัดแน่นอยู่ในทุกคำพูด

“แค่มีคนใส่รองเท้าผิดระเบียบคนเดียว หรือเพื่อนจำชื่อเพื่อนไม่ได้ครบตามที่พวกพี่ต้องการ พี่ก็สั่งลงโทษวิ่งหมู่ 50 รอบท่ามกลางแดดเปรี้ยงขนาดนี้ มันยุติธรรมแล้วเหรอคะ? มันช่วยให้อะไรดีขึ้นนอกจากสะใจรุ่นพี่ หรือระบบว้ากของคณะนี้มีไว้แค่สนองอีโก้ของคนที่อยากใช้อำนาจข่มขู่พวกรุ่นน้องไปวัน ๆ เท่านั้น!”

            คำพูดทิ่มแทงไร้การประนีประนอมของมิลาทำให้เกิดเสียงสูดปากด้วยความเสียวไส้ดังมาจากรอบทิศทางจากทั้งปีหนึ่งและปีสอง แม้แต่ 'พายุ' ที่ยืนกอดอกอยู่ด้านหลังยังถึงกับเลิกคิ้วสูง แอบผิวปากเบา ๆ ให้กับความใจถึงของรุ่นน้องโยธาคนนี้

คินน์ไม่ได้ตอบคำถามในทันทีใบหน้าหล่อร้ายยังคงนิ่งสนิทราวกับรูปสลัก ทว่าดวงตาคมปราบกลับไล่กวาดมองใบหน้าสวยที่แดงก่ำเพราะพิษแดดของมิลา ก่อนจะไล่ลงมาที่ริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันอย่างดื้อรั้น ก่อนจะขยับก้าวเข้าไปชิดอีกครึ่งก้าว จนหน้าอกแกร่งแทบจะเบียดชิดกับหน้าอกนุ่มหยุ่นของคนตัวเล็ก คินน์ก้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาจนริมฝีปากแทบจะเฉียดใบหูของมิลา

“ตรรกะดี... พูดจาฉะฉาน”

            น้ำเสียงทุ้มต่ำเนิบนาบราวกับกำลังกระซิบกระซาบ ทว่ามันกลับเย็นเยียบจนคนฟังหนาวสั่นไปถึงขั้วหัวใจของมิลา

“แต่น่าเสียดาย... ที่นี่คือคณะวิศวกรรมศาสตร์ ไม่ใช่ลานโต้วาทีและที่นี่ผมคือคนคุมกฎ”

            คินน์ละใบหน้ากลับมาสบตากับมิลาในระยะประชิด มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มร้ายกาจที่เปี่ยมไปด้วยความสมเพชและถือดี แววตาอันตรายขยับวูบราวกับราชสีห์ที่กำลังมองเหยื่อตัวน้อยที่คิดจะลองดีกับเขา

“ในโลกของความเป็นจริง ถ้าพวกคุณทำงานสายโยธาแล้วมีคนคำนวณโครงสร้างพลาดแค่เซนติเมตรเดียว แล้วตึกมันถล่มลงมาทับคนตาย... คุณจะไปยืนตะโกนถามยมบาลถามหาความยุติธรรมแบบนี้ไหม?”

คินน์กดเสียงต่ำลง และถามด้วยน้ำเสียงยียวนแต่แฝงไปด้วยความเฉียบขาดรุนแรง

“ความรับผิดชอบร่วมกัน... คือสิ่งแรกที่พวกคุณต้องเรียนรู้ ไม่ใช่มานั่งทำตัวเป็นฮีโร่ปากดีเพื่อเอาตัวรอดไปวัน ๆ”

            มิลาจุกจนเถียงไม่ออกกับประโยคเปรียบเทียบนั้น แต่ความรั้นในสายเลือดทำให้เธอไม่ยอมศิโรราบให้กับราชสีห์ตัวโต เธอยังคงยืนจ้องหน้าเขาเขม็ง

“แต่วิธีการของพี่มันเผด็จการเกินไป!”

“เผด็จการงั้นเหรอ?”

            คินน์ทวนคำของคนตัวเล็กกว่าตรงหน้าเบา ๆ แล้วขำในลำคอ นัยน์ตาคู่นั้นวาววับขึ้นอย่างน่ากลัวขณะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของรุ่นน้องสาว

“ปากดีแบบนี้... หวังว่าจะเก่งให้ได้ตลอดรอดฝั่งนะ น้องโยธา”

            สิ้นเสียงทุ้มจากคนตัวสูงมิลาก็เชิดหน้าขึ้น เชือดเฉือนกลับด้วยความโกรธทั้งหมดที่มี

“หนูเก่งกว่าที่พี่คิดแน่ค่ะ พี่เครื่องกล! และหนูจะไม่ยอมก้มหัวให้ระบบบ้า ๆ ของพี่เด็ดขาด!”

            สงครามสายตาของทั้งคู่ฟาดฟันกันอย่างรุนแรงท่ามกลางรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่าน จนไม่มีใครกล้าสอดแทรก บ่งบอกชัดเจนว่านับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป... ความเกลียดชังแรกพบระหว่างเผด็จการหนุ่มเครื่องกลและกบฏสาวโยธา ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป