บทที่ 5 EPISODE.5 ค่ำคืนปลดแอกของเหล่าเฟรชชี่
ความแค้นเคืองและเสียงกลองจากลานเกียร์ในวันวาน ถูกแปรเปลี่ยนเป็นเสียงบีตดนตรีอิเล็กทรอนิกส์หนัก ๆ ที่ดังกระหึ่มจนอกสั่นสะเทือน แสงไฟนีออนบนฝ้าเพดานสูงสาดส่องสลับไปมาระหว่างสีน้ำเงินเข้มและสีแดงแดงก่ำ มันยิ่งขับเน้นให้บรรยากาศในผับกึ่งบาร์ยอดฮิตหลังมหาวิทยาลัยแห่งนี้ดูราวกับดินแดนของคนบาปที่พร้อมจะปลดปล่อยทุกความอัดอั้นในใจ สถานที่แห่งนี้คือแหล่งกบดานและจุดรวมพลของเหล่าเด็กมหาวิทยาลัยอย่างแท้จริง และในค่ำคืนนี้มันได้กลายเป็นพื้นที่แห่งการเฉลิมฉลองหลังผ่านสัปดาห์นรกของการสอบไฟนอลและการรับน้องอันยาวนานมาหลายเดือน
บริเวณโต๊ะยาวโซนด้านล่างริมฟลอร์เต้นรำ กลุ่มเฟรชชี่ปีหนึ่งสาขาวิศวกรรมโยธากำลังส่งเสียงเฮฮากันอย่างบ้าคลั่ง แก้วเหล้าและขวดเบียร์วางเรียงรายจนแทบไม่มีที่ว่างทุกคนสลัดคราบเด็กเนิร์ดและสภาพเหนื่อยล้าสะบักสะบอมทิ้งไปจนหมดสิ้น
และคนที่โดดเด่นและดึงสายตาของผู้ชายทั้งร้านได้มากที่สุดในเวลานี้ คงหนีไม่พ้น ‘มิลา’
มิลาได้สลัดภาพเด็กกะโปโลสวมเสื้อช็อปตัวโคร่งเปียกเหงื่อที่ลานเกียร์ทิ้งไปจนหมดสิ้น ค่ำคืนนี้มิลามาในลุคที่ทำให้เพื่อนร่วมรุ่นถึงกับตาค้าง สตรีทแฟชั่นสุดแซ่บที่เธอเลือกสวมใส่คือเสื้อครอปสายเดี่ยวสีดำสนิท ดีไซน์แหวกลึกโชว์เนินอกอวบอิ่มขาวเนียนและแผ่นหลังเปลือยเปล่า ตัวเสื้อสั้นกุดอวดหน้าท้องแบนราบและเอวคอดกิ่ว แมตช์กับกระโปรงยีนส์สั้นรัดรูปสีดำสนิทที่เน้นให้เรียวขาเพรียวยาวดูเซ็กซี่ขึ้นเป็นเท่าตัว ใบหน้าสวยเฉี่ยวถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางค์แบบจัดเต็ม ริมฝีปากอิ่มเคลือบด้วยลิปกลอสสีแดงเชอร์รี่ฉ่ำวาว ผมยาวดัดลอนคลายทิ้งตัวสยายเต็มแผ่นหลังยามที่เธอขยับร่างกายโยกย้ายไปตามจังหวะดนตรี เสน่ห์อันเย้ายวนแฝงความดื้อรั้นก็แผ่กระจายจนหนุ่ม ๆ โต๊ะข้าง ๆ พากันเหลีวมองไม่วางตา
“ชนแก้วหน่อยพวกเรา! ฉลองแด่การรอดชีวิตจากไอ้พวกพี่ว้ากหน้าโหด!”
มิลาหัวเราะร่วนเสียงหวานใสตะโกนแข่งกับเสียงดนตรี มือเรียวยกแก้วแอลกอฮอล์สีเข้มขึ้นสูงก่อนจะชนเข้ากับแก้วของเพื่อน ๆ จนเสียงแก้วกระทบกันดังเคร้ง
“เบา ๆ หน่อยยัยมิลา แกซัดไปสามแก้วติดแล้วนะ”
ผิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ สะกิดเตือนเพื่อสาวตัวดี พลางมองเพื่อนสนิทด้วยความทึ่งคืนนี้มิลาดูปลดปล่อยและร้อนแรงราวกับแม่เสือสาวที่หนีหลุดออกมาจากกรงได้
“เออน่าผิง คืนนี้ไม่เมาไม่กลับโว้ย! ฉันอยากจะล้างสมอง เอาเรื่องไอ้พี่ว้ากเครื่องกลเผด็จการคนนั้นออกจากหัวจะแย่!”
มิลาว่าพลันกระดกเหล้าเข้าปากรวดเดียวจนหมดแก้ว รสชาติบาดคอและความร้อนแรงของมันทำให้เธอต้องหยีตา แต่ความสะใจกลับมีมากกว่า
ภายใต้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดในค่ำคืนนี้ ... มิลาไม่รู้เลยว่า ในความมืดสลัวอันเป็นส่วนตัวของโซน VIP ชั้นสองที่ยื่นล้ำออกมาเหนือฟลอร์เต้นรำ มีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของเธออยู่อย่างเงียบ ๆ ราวกับราชสีห์ที่กำลังจ้องจะตะครุบเหยื่อ
บนโซฟาหนังสำดำสนิทราคาแพงร่างสูงของ ‘คินน์’ นั่งเอนหลังพิงพนักในท่าทางผ่อนคลาย ขาแกร่งข้างหนึ่งยกขึ้นพาดไขว่ห้าง ร่างสูงใหญ่สวมเชิ้ตสีดำสนิทปลดกระดุมสามเม็ดบน เผยแผงอกแกร่งและรอยสักที่คออย่างคนดิบเถื่อน มือหนาข้างหนึ่งถือแก้วบลูลาเบลหมุนวนไปมาในจังหวะเนิบนาบ ส่วนนิ้วชี้และนิ้วกลางอีกข้างหนีบบุหรี่ที่ส่งควันสีขาวลอยอ้อยอิ่ง ใบหน้าหล่อร้ายของเขานิ่งสนิทแต่ทว่าดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นกลับวาววับเป็นประกายอันตราย ยามที่เขาทอดมองตรงลงไปยังร่างบางในเสื้อครอปสายเดี่ยวสีดำที่กำลังหัวเราะร่าอยู่ด้านล่าง
สายตาของเขาจับจ้องที่เอวคอดกิ่ว ผิวขาวจัดที่ตัดกับเสื้อสีดำ และรอยยิ้มสดใสที่เขาไม่เคยเห็นที่ลานเกียร์... ทุกอย่างที่เป็นมิลาในคืนนี้ มันช่างเย้ายวนและชวนให้รังแกให้ร้องไห้ใต้ร่างเหลือเกิน
“แหม่... มองตาไม่กระพริบเลยนะมึง”
‘พายุ’ ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เลิกคิ้วขึ้นพร้อมส่งยิ้มกะล่อน พลางมองตามสายตาเพื่อนลงไปยังด้านล่าง
“น้องมิลาโยธาปีหนึ่ง คืนนี้แซ่บฉิบหาย ลุคนี้กูให้เต็มสิบไม่หัก วิ่งยี่สิบรอบวันนั้นไม่ได้ทำให้ความสวยลดลงเลยว่ะ แถมนักศึกษาคณะอื่นเดินไปขอไลน์ไม่ซ้ำหน้าแล้วเนี่ย... มึงไม่ลงไปแสดงตัวหน่อยเหรอวะไอ้เฮดว้าก?”
คินน์ไม่ได้ตอบคำถามพายุ ชายหนุ่มเพียงแค่ยกแก้วเหล้าขึ้นจรดริมฝีปากหยักลึก แอลกอฮอล์สีสวยกระทบความร้อนในลำคอ ดวงตาคมกริบหรี่ลงพิจารณาผู้ชายโต๊ะข้าง ๆ ที่กำลังพยายามเขยิบเข้าไปใกล้ชิดมิลา ลำคอแกร่งขยับขึ้นลงตามจังหวะกลืน พลางพ่นควันบุหรี่ออกมาอย่างเชื่องช้า น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบเอ่ยขึ้น แฝงไปด้วยความเผด็จการที่ไม่มีใครกล้าขัด
“ปล่อยให้สนุกไปก่อน...”
คินน์กระตุกยิ้มร้ายที่มุมปาก แววตานักล่าจับจ้องเหยื่อสาวตัวน้อยไม่วางตา
“...เดี๋ยวพอบทเรียนคนบาปมันเริ่ม ยัยเด็กดื้อนั่นจะได้รู้ว่า เวลาที่เสื้อผ้ามันหลุดออกจากตัว... มันทรมานกว่าการวิ่งรอบลานเกียร์หลายเท่า”
ความร้อนแรงของแอลกอฮอล์ที่สูบฉีดอยู่ในร่างกายบวกกับจังหวะบีตของเสียงดนตรีที่เร่งเร้าขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้สติสัมปชัญญะของมิลาเริ่มพร่าเบลอ แต่กระนั้น ... ความสนุกและเสียงหัวใจที่เต้นรัวก็ทำหน้าที่ขับเคลื่อนให้เธอขยับกายอย่างลืมตัว แสงไฟนีออนสาดสลับสีพาดผ่านผิวขาวผ่องและเนินอกอวบอิ่มที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะหายใจเหนื่อยหอบ จนกระทั่งแก๊งเพื่อนผู้ชายสาขาโยธาและเพื่อนต่างสาขาที่มาร่วมแจมเริ่มส่งเสียงโห่ร้องเรียกให้ทุกคนกลับมาล้อมวงที่โต๊ะตัวยาว
“มา ๆ พวกมึง! ฉลองสอบเสร็จทั้งที นั่งดื่มธรรมดามันจะไปเร้าใจอะไรวะ มาเล่นเกมระดับตำนานกันดีกว่า!”
'นนท์' เพื่อนร่วมรุ่นสาขาโยธาตะโกนขึ้นพร้อมกับกระแทกขวดเหล้าเปล่าวางลงตรงกลางโต๊ะ สายตาทุกคู่หันขวับมามองด้วยความสนใจทันที เกมที่ทุกคนรู้ดีว่ามันคือ 'Truth or Dare' (เกมหมุนขวดท้าดวล) แต่สำหรับแก๊งวิศวะฯ คนบาปในค่ำคืนนี้ มันไม่มีคำว่าสัจจะหรือความจริง มีเพียงแค่คำว่า 'คำท้า' และ 'การลงทัณฑ์ด้วยน้ำเมา' เท่านั้น
“กฎง่าย ๆ ปากขวดหันไปทางใคร คนนั้นต้องเลือก 'Dare' (รับคำท้า) เท่านั้น ไม่มีสิทธิ์เลือกสัจจะ! ถ้าทำไม่ได้... ซัดเพียวสองช็อตติด โอเคไหม!”
นนท์ประกาศกร้าว ท่ามกลางเสียงเออออห่อหมกและเสียงตบโต๊ะอย่างชอบใจของหนุ่ม ๆ โยธา
“จัดมาดิ มีใครกลัวที่ไหนวะ!”
มิลาทุบโต๊ะร่วมแจม นัยน์ตากลมโตฉ่ำเยิ้มด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์เปล่งประกายท้าทายอย่างคนไม่เคยยอมแพ้ใคร
ขวดแก้วใสเริ่มหมุนคว้างอยู่กลางโต๊ะเหล้า เสียงลุ้นและเสียงโห่ร้องดังประสานไปกับเสียงดนตรี รอบแรกและรอบสองผ่านไปพร้อมกับเสียงหัวใจที่เต้นระทึก จนกระทั่งการหมุนในรอบที่สาม ความเร็วของขวดเริ่มลดลง ช้าลง... และช้าลง ก่อนที่ปากขวดจะหยุดกึก และชี้ตรงมาที่ร่างบางในชุดเสื้อครอปสายเดี่ยวสีดำพอดิบพอดี
“เฮ้ยยย! แจ็กพอตแตกแล้วโว้ย! ยัยกบฏโยธา!”
เสียงเพื่อน ๆ โห่ลั่นร้านอย่างสะใจ มิลาเลิกคิ้วสวยขึ้น ขยับรอยยิ้มพราวเสน่ห์ใส่กลุ่มเพื่อน
“ว่าไง มีคำท้าอะไรเด็ด ๆ ก็งัดมาเลย”
'ดนัย' เพื่อนต่างสาขาจากคณะวิศวกรรมเครื่องกล ซึ่งเป็นพวกที่มีรุ่นพี่ร่วมสายรหัสเดียวกับคินน์ และแอบหมั่นไส้ความเด่นของมิลามาตั้งแต่ลานเกียร์กระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ เขารอโอกาสนี้มานาน โอกาสที่จะได้สั่งสอนผู้หญิงอวดดีคนนี้ให้หมดคราบฮีโร่สาว
“ระดับมิลา จอมกบฏผู้ที่ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร จะให้ท้าธรรมดาก็เสียชื่อหมดจริงไหมล่ะ?”
ดนัยพูดเสียงดังลั่นพลางดึงขวดเหล้าสูตรพิเศษที่เขาผสมขึ้นมาเอง มันคือ 'แบล็กแมมบ้า' ที่ผสมแอลกอฮอล์ดีกรีแรงสุดโหดถึงสามชนิดรวมกันจนสีเข้มคล้ำน่ากลัว
“คำท้าของฉันคือ... ให้มิลากระดกงูสีดำนี่เพียว ๆ สามช็อตติดต่อกันโดยห้ามพัก ห้ามกินน้ำตาม ถ้ารอด... พวกฉันยอมกราบเท้าเธอเลย แต่ถ้าใจไม่ถึงพอ... ก็ยอมแพ้แล้วกระดกเหล้าธรรมดาสี่ช็อตไปแทนซะ!”
“เฮ้ย! ไอ้ดนัยแบบนั้นมันแรงไปปะวะ! มิกซ์ผสมสามอย่างนี่แดกแล้วภาพตัดเลยนะมึง”
ผิงรีบแย้งขึ้นมาทันทีด้วยความเปนห่วงเพื่อน แต่มิลากลับยกมือห้ามผิงเอาไว้ แอลกอฮอล์ในหัวมันสั่งการให้ศักดิ์ศรีของมิลาพุ่งขึ้นค้ำคอ นัยน์ตาสวยจ้องมองแก้วช็อปสามใบที่ดนัยรินน้ำสีเข้มลงไปจนปริ่มด้วยสายตานิ่งสนิท ความคิดประมวลผลเชื่องช้าเพราะความเมา แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือเธอจะไม่ยอมให้ใครมาดูถูกว่าใจปลาซิว โดยเฉพาะไอ้พวกเด็กเครื่องกลสายตรงของอีตาพี่คินน์เผด็จการคนนั้น!
“ผสมแค่สามอย่าง... คิดว่าจะล้มฉันได้เหรอ”
มิลาแค่นยิ้มหวานยั่วยวน ทว่าสายตากลับกร้าวระยับ เธอเอื้อมมือเรียวไปคว้าแก้วช็อตใบแรกขึ้นมาถือไว้
ท่ามกลางเสียงเชียร์ที่ดังลั่นกระหึ่มโต๊ะราวกับเชียร์มวย สายตาคมกริบจากชั้นสองอย่างคินน์ก็ยังคงจับจ้องมองลงมา ร่างสูงใหญ่ในโซน VIP โน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย มือหนาที่กุมแก้วบลูลาเบลเกร็งแน่นขึ้นจนเห็นเส้นเลือดหลังมือชัดเจน นัยน์ตาสีนิลหรี่ลงเมื่อเห็นดนัยส่งแก้วเหล้าพิษนั่นให้ยัยเด็กดื้อ คินน์สบถด่าในใจกับความโง่และอวดดีของมิลาที่ไม่เคยประเมินกำลังตัวเองเลยสักครั้ง
เพียวสามช็อต... อยากลองดีจนตัวสั่นสิท่า ยัยตัวดี คินน์คิดในใจ แววตาคมวาวโรจน์ขึ้นเรื่อย ๆ
อึก... อึก... อึก!
มิลาจัดการกระดกแก้วแรกเข้าปากรสชาติขมปร่าและร้อนระอุเหมือนไฟลวกพุ่งพล่านลงสู่ลำคอจนเธอต้องนิ่วหน้า แต่เธอก็ไม่เปิดโอกาสให้ตัวเองได้พัก มือเรียวคว้าแก้วที่สองและสามกระดกลงคอรวดเดียวติดต่อกันท่ามกลางเสียงระเบิดเฮลั่นโต๊ะของเพื่อน ๆ
“หมดแก้ว! สุดยอดดด! ใจนักเลงฉิบหายมิลา!”
มิลาวางแก้วช็อตใบสุดท้ายลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น เธอยืดตัวขึ้นสบตาดนัยอย่างผู้ชนะพร้อมรอยยิ้มสะใจ ทว่าในวินาทีต่อมา... โลกทั้งใบของเธอกลับเหวี่ยงวับอย่างรุนแรง ความร้อนจากแบล็กแมมบ้าพุ่งตรงเข้าโจมตีระบบประสาททันที สติที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดขาดผึงลงในพริบตา ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหูและแผ่นหลังเนียน ดวงตาคู่สวยเยิ้มปรือคล้ายคนกำลังจะล้มทั้งยืน
“มิลา! เป็นไรไหมแก”
ผิงรีบเข้าไปประคองร่างที่เริ่มโงนเงนของเพื่อนสนิทแทบจะทันที
“ฉัน... ฉันโอเค... ขอไปห้องน้ำแป๊บนะ”
มิลาพึมพำเสียงอ้อแอ้ฟังแทบไม่เป็นภาษา โลกแสงสีในผับหมุนคว้างจนเธอแยกแยะทิศทางไม่ออก ร่างบางพยายามแกะมือผิงออกแล้วพาตัวเองเดินโซซัดโซเซแหวกฝูงชนมุ่งหน้าไปยังทางเดินมืด ๆ หลังร้านที่เป็นทางไปห้องน้ำ โดยที่ไม่รู้เลยว่าร่างสูงใหญ่ที่เป็นดั่งเจ้าชีวิตของเธอในค่ำคืนนี้ ได้ลุกเดินลงมาจากชั้นสองตรงรี่มาทางเธอแล้วเช่นกัน
