บทที่ 6 EPISODE.6 ปาร์ตี้คนบาป

ระยะทางจากหน้าฟลอร์เต้นรำไปยังทางเดินมืดสลัวหลังร้านที่ทอดยาวไปสู่ห้องน้ำ สั้นเพียงไม่กี่สิบก้าว ทว่าสำหรับมิลาในเวลานี้มันกลับให้ความรู้สึกยาวไกลและยากลำบากราวกับเธอต้องเดินข้ามมหาสมุทร รสชาติอันร้อนแรงระอุของแบล็กแมมบ้าสามช็อตติดแล่นพล่านบดขยี้สติสัมปชัญญะชิ้นสุดท้ายจนพังยับเยิน โลกทั้งใบที่เต็มไปด้วยแสงสีเสียงหมุนคว้างเป็นวงกลม เสียงดนตรีหนัก ๆ ด้านหลังฟังดูอื้ออึงเต้นเร้าอยู่ในโสตประสาทราวกับอยู่ไกลออกไปทุกที

           “อึก...”

           ร่างบางในชุดเสื้อครอปสายเดี่ยวสีดำก้าวเท้าซัดเซไปตามทางเดินแคบ ๆ ที่ตกแต่งด้วยกำแพงปูนเปลือยและแสงไฟนีออนสีแดงสลัว ขาเรียวสวยที่เคยวิ่งอย่างทรงพลังในลานเกียร์บัดนี้สั่นเทาและอ่อนแรงจนแทบควบคุมไม่ได้ มือเรียวเอื้อมไปเกาะยึดผนังปูนเย็นเฉียบเพื่อประคองตัวเองไม่ให้ร่วงลงไปกองกับพื้น ลำคอระหงแหงนหงาย สูดลมหายใจเข้าปอดอย่างยากลำบาก ผิวขาวจัดตามเนินอกและหน้าท้องเนียนแปรเปลี่ยนเป็นสีชมพูระเรื่อเพราะพิษน้ำเมาที่สูบฉีดอย่างบ้าคลั่ง

           ไม่ไหว... อ้วกจะแตก...

           มิลาคิดในใจอย่างทรมาน เปลือกตาบางพยายามปรือขึ้นมองทางแต่ภาพตรงหน้ากลับซ้อนทับกันจนตาลายทำเอาหน้ามืดจนล้มลงในที่สุด

           วูบ!

           ในวินาทีที่สติหลุดลอยอย่างสมบูรณ์ ขาเรียวพับลงทันทีร่างของเธอกำลังจะร่วงดิ่งกระแทกเข้ากับพื้นคอนกรีตแข็ง ๆ ทว่า... ก่อนที่ความเจ็บปวดจะมาเยือนกลับมีแรงปะทะจากลมอุ่น ๆ และกลิ่นอายอันตรายอันคุ้นเคยพุ่งเข้ามาประชิด ลำแขนแกร่งที่อัดไปด้วยกล้ามเนื้อแน่นหนาเอื้อมมาโอบหมับเข้าที่เอวคอดกิ่วอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ก่อนจะออกแรงกระชากรั้งร่างที่ไร้เรี่ยวแรงราวกับไม่มีกระดูกของมิลาเข้าหาอ้อมอกกว้างอย่างแรง

ปึก!

           แผ่นอกนุ่มนิ่มและใบหน้าหวานของมิลาชนเข้ากับแผงอกหนาแน่นของคนตัวโตอย่างจัง ร่างกายของเธอถูกกักขังอยู่ในอ้อมกอดที่แข็งแกร่งราวกับคีมเหล็ก กลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูราคาแพงที่ผสมปนเปไปกับกลิ่นบุหรี่จาง ๆ และกลิ่นอายความดิบเถื่อนอันเป็นเอกลักษณ์ลอยมาแตะจมูก มันเป็นกลิ่นที่เธอจำได้แม่นและฝังลึกอยู่ในหัวสมองตั้งแต่วันที่โดนเขาลงทัณฑ์กลางลานเกียร์

           “พี่... คินน์...”

           มิลาพึมพำเสียงแผ่วอ้อแอ้อยู่ชิดแผงอกของเขา ดวงตาเยิ้มปรือช้อนขึ้นมองโครงหน้าหล่อร้ายที่บัดนี้อยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ

           คินน์ในชุดเชิ้ตสีดำสนิทปลดกระดุมโชว์รอยสักที่ลำคอกำลังก้มลงมองเด็กดื้อในอ้อมแขนด้วยสายตาดุจัด นัยน์ตาคู่คมสีนิลคู่นั้นวาวโรจน์ไปด้วยความหงุดหงิดระคนโมโหเมื่อเห็นสภาพหมดท่าของกบฏสาวโยธา มือหนาข้างหนึ่งที่โอบเอวบางเอาไว้เผลอออกแรงบีบเค้นลงบนเนื้อนุ่มอย่างลืมตัว จนผิวเนื้อขยับยับย่นอยู่ใต้ฝ่ามือร้อนระอุของเขาขึ้นสีแดงระเรื่อ ส่วนมืออีกข้างเอื้อมขึ้นมาเชยคางมนของมิลาให้แหงนหน้ารับสายตาเขาตรง ๆ

“ปากดี... อวดเก่งนักไม่ใช่เหรอ?”

           คินน์กดเสียงต่ำทุ้มกระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม น้ำเสียงเยือกเย็นทว่าแฝงกระแสอารมณ์บางอย่างที่เดือดพล่าน

           “กระดกเข้าไปได้ยังไงสามช็อตติดอยากลองดีจนตัวสั่น หรืออยากโดนผู้ชายโต๊ะข้าง ๆ ลากไปทำมิดีมิร้ายกันแน่ฮะ! มิลา!”

           คำตวาดกึ่งดุของเขาไม่ได้ทำให้มิลาหวาดกลัวในเวลานี้ ความเมาทำให้เธอลืมสิ้นความแค้นในอดีต มือเรียวคู่สวยเอื้อมขึ้นไปจับลาดไหล่แกร่งของคินน์เพื่อหาที่ยึดเกาะ ใบหน้าหวานซบลงกับอกเสื้อเชิ้ตของเขา พลางส่ายหัวไปมาอย่างทรมานความนุ่มนวลของเนื้อสาวเบียดเสียดแนบชิดไปกับความแข็งแกร่งของร่างกายชายหนุ่มอย่างไม่มีช่องว่าง หน้าอกอิ่มอวบบดเบียดกับอกกว้างตามจังหวะหายใจหอบถี่ของทั้งคู่

“ร้อน... หนูร้อน...”

           มิลาครางเครือในลำคอเสียงหวานหยดเยิ้มบวกกับท่าทางออดอ้อนโดยไม่รู้ตัวทำเอาคนตัวโตถึงกับลมหายใจสะดุด

           คินน์จ้องมองริมฝีปากอิ่มเคลือบลิปกลอสฉ่ำวาวที่เผยอออกน้อย ๆ ของมิลา ลำคอแกร่งขยับขึ้นลงตามจังหวะกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ความนุ่มนวลและความหอมหวานจากเนื้อสาวที่เมามายไม่ได้สติอยู่ในอ้อมแขน มันกำลังปลุกสัญชาตญาณดิบและด้านมืดในกายของซาตานวิศวะฯ คนนี้ให้ตื่นตัวจนแทบจะควบคุมไม่อยู่

“เมาจนแยกแยะไม่ออกแล้วล่ะสิว่าฉันเป็นใคร...”

           คินน์กระซิบเสียงแหบพร่า แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นมืดมนและลึกล้ำขึ้นเรื่อย ๆ ยามที่เขาก้มลงสูดดมความหอมจากซอกคอระหงของคนตัวเล็กที่กำลังยืนไม่อยู่

           “...แต่ก็ดี คืนนี้ความอวดดีของเธอ... ฉันจะเป็นคนล้างบางมันด้วยตัวเอง ยัยเด็กบาป”

ลมเอื่อย ๆ ของค่ำคืนภายนอกผับปะทะเข้ากับใบหน้าแดงก่ำของมิลาทันทีที่ร่างสูงใหญ่ของคินน์กึ่งอุ้มกึ่งลากเธอออกทางประตูหนีไฟลับด้านหลังร้าน เสียงเบสหนัก ๆ ค่อย ๆ ซาลงไป เหลือเพียงเสียงอื้ออึงในหัวของเฟรชชี่สาวโยธา คินน์ช้อนข้อพับเข่าและแผ่นหลังบางของคนตัวเล็กขึ้นแนบอกในท่าเจ้าสาว ลานจอดรถโซน VIP หลังผับค่อนข้างมืดและเป็นส่วนตัว มีเพียงแสงไฟสลัวจากป้ายไฟนีออนด้านบนที่ส่องกระทบตัวรถหรูหลายคันที่จอดเรียงราย

“ทางนี้ไอ้เสือ”

           เสียงผิวปากคุ้นหูดังขึ้นลอย ๆ 'พายุ' ยืนพิงรถสปอร์ตคันหรูสีดำด้านของคินน์อยู่ก่อนแล้ว ในมือนิ้วหนาคีบบุหรี่สูบอย่างสบายอารมณ์ นัยน์ตาเจ้าชู้มองเพื่อนสนิทที่อุ้มยัยตัวแสบประจำคณะออกมาด้วยสายตาพราวระยับ พายุไม่ได้ถามอะไรมากความ เขาเพียงแค่สะบัดข้อมือโยนกุญแจรีโมตรถสปอร์ตข้ามหลังคารถส่งให้คินน์ ซึ่งคินน์ก็คว้ามันไว้ได้ด้วยมือเดียวอย่างแม่นยำ

           “กูเคลียร์กับเพื่อน ๆ น้องเขาให้ละ บอกว่ามึงจะไปส่ง... แต่อย่ารุนแรงกับน้องนักล่ะ มึงดูสภาพดิ หมดรูปกบฏลานเกียร์เลย”

           พายุยิ้มกะล่อนก่อนจะตบไหล่เพื่อนสองทีแล้วเดินเลี่ยงออกไป ทิ้งให้ความเงียบเข้าปกคลุมคนทั้งคู่

           “อึก... คนบ้า... ปล่อยนะ...”

           มิลาประท้วงเสียงอ้อแอ้ในลำคอ คิ้วเรียวขมวดมุ่นด้วยความทรมาน พิษน้ำเมาแบล็กแมมบ้ากำลังขย้อนขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ มือเรียวขยำเข้าที่ปกเสื้อเชิ้ตสีดำของคินน์จนยับยู่ยี่ ร่างกายของเธอเริ่มเกร็งกระตุก ลำคอระหงแหงนหงายพร้อมกับส่งเสียงเหมือนคนกำลังจะสำรอก

“เฮ้ย! อย่าเพิ่งอ้วกนะเว้ยมิลา!”

           คินน์สบถคำหยาบออกมาเบา ๆ ใบหน้าหล่อร้ายที่เคยนิ่งสนิทพลันฉายแววตื่นตระหนก ชายหนุ่มรีบใช้รีโมตกดเปิดประตูฝั่งผู้โดยสาร แล้วยัดร่างบางลงบนเบาะหนังแท้ราคาแพงอย่างรวดเร็ว

           มิลาก้มหน้าลงต่ำ โก่งคอทำท่าจะอ้วกแต่กลับมีเพียงน้ำใส ๆ ไหลออกมา คินน์ถอนหายใจอย่างหงุดหงิด ทว่ามือหนากลับเอื้อมไปหยิบขวดน้ำแร่ที่คอนโซลรถมาเปิดฝา ขาแกร่งแทรกเข้าไประหว่างเรียวขาเพรียวของเธอที่แยกออกน้อย ๆ ตามสัญชาตญาณคนเถื่อน เขาโน้มตัวลงไปประคองท้ายทอยของมิลาให้เงยขึ้น

           “ดื่มน้ำเข้าไป จะได้ดีขึ้น”

           คินน์สั่งเสียงดุ แต่กลับค่อย ๆ จรดปากขวดน้ำเข้ากับริมฝีปากอิ่มของเธออย่างเบามือที่สุด

มิลาสำลักน้ำเล็กน้อยจนมันไหลเปรอะเปื้อนซอกคอและเนินอกขาวผ่อง แสงไฟรำไรจากคอนโดหรูฝั่งตรงข้ามส่องเข้ามาทำให้เห็นหยดน้ำเกาะพราวบนผิวเนียนที่กำลังสะท้อนขึ้นลงตามจังหวะหายใจหอบ คินน์ใช้ปลายนิ้วโป้งสากหนาบดขยี้เช็ดหยดน้ำที่มุมปากอิ่มอย่างแรงตามอารมณ์ดิบ ทว่าแฝงความใส่ใจที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ

           “อื้อ... เจ็บ...”

           มิลาประท้วง เปลือกตาบางปรือขึ้นมองคนตรงหน้า ภาพใบหน้าคมคริบของคินน์ซ้อนทับไปมา แต่ความเกลียดชังที่ฝังลึกทำให้เธอจำเขาได้

           “ไอ้... พี่ว้ากเผด็จการ... นิสัยไม่ดี...”

           คำด่าอ้อแอ้ไม่ได้ทำให้คินน์โกรธ แต่สิ่งที่ทำให้ชายหนุ่มถึงกับสะดุดกึก คือฝ่ามือเล็กนุ่มนิ่มของมิลาที่จู่ ๆ ก็เอื้อมขึ้นมาลูบไล้ไปตามสันกรามแกร่งและไรเคราจาง ๆ ของเขาอย่างคนไร้สติ นิ้วเรียวของเธอเขี่ยริมฝีปากหยักลึกของเขาเล่น ราวกับกำลังสำรวจของเล่นชิ้นใหม่ นัยน์ตาฉ่ำเยิ้มด้วยความเมาและเปี่ยมไปด้วยแรงดึงดูดทางเพศโดยที่เธอไม่รู้ตัว จ้องลึกเข้ามาในดวงตาของซาตานหนุ่ม

กึก...

ความอดทนของคินน์ขาดผึงลงในวินาทีนั้น สัญชาตญาณสัตว์ป่าที่ถูกสะกดไว้ระเบิดตัวทันที ลำแขนแกร่งท้าวคร่อมร่างบางเอาไว้กับเบาะรถ มือหนารวบข้อมือเล็กทั้งสองข้างของมิลาตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเดียว แรงบีบทำให้มิลาครางประท้วงเบา ๆ แต่กลับยิ่งกระตุ้นอารมณ์ดิบในกายชายหนุ่ม

           คินน์โน้มใบหน้าหล่อร้ายลงไปจนปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่กับแก้มเนียนร้อนผ่าว ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปนเปไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์ราคาแพงและกลิ่นบุหรี่รดรินอยู่ที่ซอกคอหอมกรุ่นของยัยเด็กดื้อ ชายหนุ่มกดเสียงต่ำพร่าติดขู่ข้างใบหูบาง เสียงนั้นทุ้มลึกและดิบเถื่อนจนคนฟังต้องขนลุกซู่

“ถ้ายังไม่หยุดลามก... คืนนี้เธอไม่ได้นอนแน่ มิลา”

           สายตาของคินน์จับจ้องที่ริมฝีปากอิ่มที่เผยอออก แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นมืดมน ดำดิ่ง และเต็มไปด้วยความกระหายคุมเกมอย่างถึงที่สุด

           “ปากดีที่ลานเกียร์นักไม่ใช่เหรอ... คืนนี้มาดูดิ๊ ว่าบนเตียงของฉัน เธอจะยังปากดีได้แบบนี้อยู่อีกไหม”

           คินน์ผละออกช้า ๆ ยอมปล่อยมือจากข้อมือบางที่บัดนี้ขึ้นรอยแดงจาง ๆ เขากระแทกปิดประตูรถเสียงดังปัง ก่อนจะเดินอ้อมไปฝั่งคนขับแทรกตัวลงนั่ง ประตูรถปิดล็อกอัตโนมัติ ร่างสูงใหญ่จัดการสตาร์ทเครื่องยนต์ เสียงเครื่องยนต์รถสปอร์ตขนาด 2.0 ลิตรครางกระหึ่มดุดันรับกับอารมณ์ที่พลุกพล่าน คินน์เหยียบคันเร่งจนสุดทะยานรถออกไปในความมืด มุ่งตรงสู่เพนต์เฮาส์ส่วนตัวทันที...

ค่ำคืนแห่งการพิพากษาของคนบาปได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และมิลาก็ไม่มีทางรู้เลยว่า บทลงทัณฑ์ที่เธอกำลังจะได้รับในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า มันจะร้อนแรงและเสียวซ่านจนลืมไม่ลงไปตลอดชีวิต

บทก่อนหน้า
บทถัดไป