บทที่ 7 EPISODE.7 ตื่นจากฝันร้ายในรังซาตาน

ความรู้สึกแรกที่แล่นเข้าสู่ประสาทรับรู้ของมิลาไม่ใช่ความสดชื่นของเช้าวันใหม่ แต่เป็นอาการปวดหนึบที่ขมับทั้งสองข้างราวกับมีคนเอาค้อนปอนด์มาทุบสลับกับเข็มที่ทิ่มแทง กลางลำตัวปวดร้าวระบบจนใบหน้าสวยบิดเบี้ยว เปลือกตาบางหนักอึ้งและแห้งผาก เธอพยายามขยับขนตาเปิดขึ้นอย่างยากลำบาก ทว่าแสงแดดรำไรที่เล็ดลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านทึบแสงสีเทาเข้ม กลับทำให้เธอต้องนิ่วหน้าและหลับตาลงอีกครั้งด้วยความทรมาน ลำคอระหงแห้งผากราวกับผืนดินที่ขาดน้ำมาเป็นแรมปี รสชาติขมปร่าและกลิ่นอายตกค้างของแอลกอฮอล์สูตรนรกอย่างแบล็กแมมบ้ายังคงเกาะแน่นอยู่ที่ปลายลิ้น

           “อึก...”

           มิลาพ่นลมหายใจร้อน ๆ ออกมา พลางขยับกายจะพลิกตัวนอนหงาย ทว่าความรู้สึกแรกที่ผิวเนื้อสัมผัสได้กลับไม่ใช่ที่นอนสปริงแข็ง ๆ ในหอพักนักศึกษาของตัวเอง แต่มันคือฟูกเตียงที่นุ่มแน่นและยืดหยุ่นโอบรับแผ่นหลังของเธออย่างพอดิบพอดี ผ้าปูเตียงผ้าไหมซาตินเนื้อละเอียดให้สัมผัสเย็นเยียบตัดกับความอบอุ่นของผ้าห่มขนเป็ดผืนหนาที่คลุมทับอยู่ด้านบน

กลิ่น... มันไม่ใช่กลิ่นแป้งเด็กหรือน้ำยาปรับผ้านุ่มที่เธอคุ้นเคย บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูราคาแพง โทนกลิ่นวู้ดดี้และเครื่องเทศที่ให้ความรู้สึกเย็นยะเยือก ขรึม และเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันตราย ผสมปนเปไปกับกลิ่นควันบุหรี่จาง ๆ ที่ติดอยู่ตามเฟอร์นิเจอร์... กลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผู้ชายคนนั้น คนที่เธอประกาศกร้าวว่าจะเกลียดไปตลอดชีวิตกลางลานเกียร์!

กึก!

           หัวใจของเฟรชชี่สาวโยธากระตุกวูบอย่างรุนแรงจนแทบจะหยุดเต้น ความง่วงงุนและพิษไข้เหล้าอันตรธานหายไปในพริบตาเมื่อสัญชาตญาณเตือนภัยในร่างกายกรีดร้องลั่น มิลาเบิกตากว้าง จ้องมองเพดานห้องปูนเปลือยดีไซน์ลอฟต์หรูหราที่สูงโปร่ง... ที่นี่ไม่ใช่หอพักของเธอ และไม่ใช่บ้านของพี่ชาย

           สมองที่เคยชาด้านเริ่มประมวลผล ภาพความทรงจำเมื่อคืนผุดขึ้นมาเป็นฉาก ๆ ราวกับฟิล์มภาพยนตร์ที่ฉายซ้ำแบบขาด ๆ หาย ๆ... ภาพแสงสีเสียงในผับ เกมท้าดวล แก้วช็อตสีเข้มคล้ำ ความรู้สึกมืดหน้าดิ่งวูบก่อนจะล้ม และอ้อมกอดแกร่งที่พุ่งเข้ามาล็อกเอวเธอไว้ที่ทางเดิน... รสสัมผัสของเบาะหนังรถสปอร์ต และน้ำเสียงทุ้มต่ำติดขู่ที่กระซิบชิดใบหู

           ‘คืนนี้ความอวดดีของเธอ... ฉันจะเป็นคนล้างบางมันด้วยตัวเอง’

           “ไม่จริงน่า...”

           มิลาพึมพำเสียงสั่นเครือด้วยความหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ดวงตากลมโตกระพริบถี่รัว

เธอรวบรวมความกล้าก้มลงมองสำรวจใต้ผ้าห่มขนเป็ดผืนหนา และวินาทีนั้น โลกทั้งใบของมิลาราวกับถล่มลงมาตรงหน้า ใจตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อรับรู้ถึงความโล่งเตียนอย่างสมบูรณ์แบบใต้ร่มผ้า... เนื้อตัวของเธอไม่มีเสื้อผ้าอยู่เลยแม้แต่ชิ้นเดียว!

           ผิวขาวจัดเนียนละเอียดตามเนินอกอวบอิ่ม หน้าท้องแบนราบ ไปจนถึงเรียวขาเพรียวยาว ปรากฏรอยแดงจาง ๆ เป็นปื้นและรอยขบเม้มสีกุหลาบเข้มกระจายอยู่ทั่ว ราวกับภาพศิลปะที่ถูกแต่งแต้มด้วยอารมณ์ดิบเถื่อน เนื้อตัวของเธอรู้สึกขัดยอกและระบมไปหมด โดยเฉพาะความรู้สึกเจ็บแปลบและอุ่นวาบที่กึ่งกลางกายสาว บ่งบอกชัดเจนว่าเมื่อคืนนี้เกิด 'กิจกรรม' อันหนักหน่วงและเร่าร้อนเพียงใด

น้ำตาเม็ดโตเริ่มคลอหน่วยดวงตาคู่สวยด้วยความช็อกและอับอาย มิลาเม้มริมฝีปากแน่นจนมันห้อเลือด พยายามจะตะเกียกตะกายพาร่างกายอันบอบช้ำหนีออกไปจากเตียงนอนบ้า ๆ นี่ทว่า... ความเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยของเธอ กลับทำให้สิ่งมีชีวิตอีกร่างที่นอนอยู่ด้านหลังขยับกาย

ฟุ่บ...

           สัมผัสอุ่นร้อนและหนักหน่วงจากท่อนแขนแกร่งที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามเนื้อแน่นหนาและรอยสักลายกราฟิกพาดอนึ่ง เอื้อมมากระชับกอดเข้าที่เอวคอดกิ่วของเธอจากทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว แรงดึงรั้งอันมหาศาลสไตล์คนชอบบงการกระชากแผ่นหลังเปลือยเปล่าของมิลาให้ถอยร่นไปเบียดชิดกับแผงอกหนาแน่นและลอนกล้ามเนื้อหน้าท้องแกร่งของคนตัวโตอย่างไร้ช่องว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนที่ทุ้มต่ำและสม่ำเสมอเป่ารดรินอยู่ที่ซอกคอระหงของเธอจนขนลุกซู่

           มิลาตัวแข็งทื่อราวกับก้อนหิน ลมหายใจสะดุดกึกในลำคอ ความตระหนักรู้เด่นชัดขึ้นมาในสมองว่า ซาตานร้ายตัวจริงเสียงจริง เจ้าของรังแห่งบาปนี้... กำลังนอนกกกอดเรือนร่างเปลือยเปล่าของเธออยู่บนเตียงเดียวกัน และเขากำลังจะตื่นขึ้นมาเคลียร์บิลเรื่องเมื่อคืนในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า!

ความเงียบภายในห้องนอนหรูชวนให้อึดอัดจนแทบขาดใจ เสียงเครื่องปรับอากาศที่ดังหึ่ง ๆ แข่งกับเสียงจังหวะหัวใจของมิลาที่เต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก วงแขนแกร่งที่พาดทับอยู่บนเอวคอดของเธอหนักอึ้งและรัดแน่นราวกับคีมเหล็กสกัดกั้นทุกหนทางหนี มิลาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี ค่อย ๆ ขยับตัวหันขวับกลับไปมองด้านหลังด้วยความหวาดระแวง

และสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า ก็ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึกไปอีกครั้ง

ภาพของ ‘คินน์’ ในระยะประชิดห่างกันเพียงแค่คืบ ชายหนุ่มไม่ได้กำลังหลับใหลอย่างที่เธอภาวนา เขานอนตะแคงข้างหนุนท่อนแขนของตัวเองอยู่บนหมอนใบเดียวกัน ใบหน้าหล่อร้ายที่เคยมองเห็นจากระยะไกลที่ลานเกียร์ บัดนี้อยู่ใกล้จนเห็นไรหนวดจาง ๆ ตามสันกรามแกร่ง เส้นผมสีเข้มที่มักจะเซ็ตทรงอย่างดีบัดนี้ยุ่งเหยิงตกลงมาปรกหน้าผาก เพิ่มความเซ็กซี่ดิบเถื่อนในยามเช้าอย่างร้ายกาจ ท่อนบนที่เปลือยเปล่าอวดลอนกล้ามเนื้อหน้าท้องและแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนจาง ๆ รอยสักรูปไม้กางเขนโบราณที่ลำคอขยับขึ้นลงตามจังหวะการกลืนน้ำลาย

ทว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุด ไม่ใช่เรือนร่างสมบูรณ์แบบของเขา แต่เป็นนัยน์ตาคู่คมสีนิลที่กำลังจ้องมองมาที่เธอ... มันไม่มีแววง่วงงุนของคนเพิ่งตื่นนอนเลยสักนิด ดวงตาคู่นั้นนิ่งสนิท ดำดิ่ง และทอประกายหยอกเย้าอย่างผู้ชนะ ราวกับราชสีห์ที่กำลังนอนมองเหยื่อตัวน้อยดิ้นรนอยู่ในกรงเล็บของตัวเองมาพักใหญ่แล้ว

           “ตื่นแล้วเหรอ... ยัยตัวดี”

           น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าดังขึ้นทำลายความเงียบ มันเป็นเสียงของคนเพิ่งตื่นนอนที่ทั้งเซ็กซี่และยียวนกวนประสาทในเวลาเดียวกัน รอยยิ้มมุมปากที่คุ้นเคยถูกจุดขึ้นบนใบหน้าหล่อร้าย บ่งบอกถึงความเหนือกว่าอย่างสมบูรณ์แบบ

“ไอ้... พี่คินน์!”

           มิลาอุทานเสียงหลง สติที่หลุดกระเจิงถูกดึงกลับมาพร้อมกับความตื่นตระหนกขั้นสุด ร่างบางดีดตัวถอยกรูดไปชิดขอบเตียงอีกฝั่งอย่างรวดเร็ว มือเรียวคว้าหมับเข้าที่ผ้าห่มขนเป็ดผืนหนา กระชากมันขึ้นมาพันกายกิ่วรวบเข้ามากอดไว้แนบอกจนแน่นเพื่อปกปิดความเปลือยเปล่า ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ทั้งโกรธ ทั้งอาย ทั้งสับสนจนทำอะไรไม่ถูก

           “พี่ทำบ้าอะไร! ทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่ได้! แล้ว... แล้วเสื้อผ้าฉันไปไหน!”

           มิลาตะเบ็งเสียงถาม ปากคอสั่นระริก นัยน์ตากลมโตฉ่ำน้ำจ้องมองคนตัวโตอย่างเอาเรื่อง แม้ในใจจะหวาดกลัวแค่ไหน แต่สัญชาตญาณความขบถก็สั่งให้เธอเชิดหน้าสู้

คินน์ไม่ได้สะทกสะท้านกับเสียงแหวของคนตัวเล็ก ชายหนุ่มหัวเราะ 'หึ' ในลำคอด้วยท่าทีสบายอารมณ์ เขาขยับตัวลุกขึ้นนั่งพิงพนักหัวเตียงบุหนังสีเทาเข้มอย่างเชื่องช้า ท่าทางเกียจคร้านแต่ทว่าทรงอำนาจ ผ้าห่มร่นลงไปกองอยู่ที่เอวสอบโดยที่เจ้าตัวไม่ได้สนใจจะดึงมันขึ้นมาปกปิดแผงอกเปลือยเปล่าของตัวเองเลยแม้แต่น้อย

สายตาคมกริบของอดีตเฮดว้ากหนุ่มกวาดมองร่างบางที่กำลังพยายามหดตัวซ่อนเร้นอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา นัยน์ตาสีนิลหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อเห็นรอยสีกุหลาบที่เขาจงใจประทับตราเอาไว้ตามลาดไหล่และเนินอกที่โผล่พ้นขอบผ้าห่มออกมา

           เขาไม่ตอบคำถามของมิลาในทันที แต่กลับเพยิดหน้า ใช้นัยน์ตาดุ ๆ นั้นชี้ทิศทางไปที่พื้นพรมข้างเตียงฝั่งที่มิลาเพิ่งจะถอยหนีไป

           มิลากะพริบตา ขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ ก่อนจะค่อย ๆ ปรายตามองตามสายตาของเขาไป...

เฮือก!

มิลาสูดลมหายใจเข้าลึกจนเจ็บหน้าอก ภาพที่เห็นบนพื้นพรมขนสัตว์สีเข้มทำเอาสมองของเธอขาวโพลน เสื้อครอปสายเดี่ยวสีดำที่เธอใส่ไปปาร์ตี้เมื่อคืน กองแหมะอยู่บนพื้นในสภาพที่เรียกว่า 'เศษผ้า' สายเดี่ยวทั้งสองข้างขาดสะบั้น เนื้อผ้าบางส่วนฉีกขาดวิ่นราวกับถูกมือของใครบางคนกระชากมันออกอย่างรุนแรงและป่าเถื่อนโดยไม่สนว่ามันจะพังทลายแค่ไหน ถัดไปไม่ไกลคือกางเกงยีนส์ขาสั้นและชั้นในลูกไม้ตัวจิ๋วที่ถูกเหวี่ยงทิ้งอย่างไม่ไยดี

หลักฐานที่กองอยู่บนพื้นตอกย้ำความจริงอันโหดร้ายว่า สัมผัสวาบหวามและเสียงครางเครือที่ดังแว่วอยู่ในหัวของเธอเมื่อคืน มันไม่ใช่ความฝัน! แต่ผู้ชายตรงหน้าคือคนที่ฉีกทึ้งเสื้อผ้าของเธอออก และกลืนกินเธอลงท้องไปแล้วจริง ๆ!

           “จะหนีงั้นเหรอ?”

           เสียงเนิบนาบของคินน์ดึงมิลาให้หันกลับมามองเขา ชายหนุ่มโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย เท้าแขนลงกับเข่าที่ชันขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มร้ายกาจที่ทำให้คนมองเสียวสันหลังวาบ แววตาของเขาเต็มไปด้วยการท้าทายและบีบคั้น

           “คิดว่าจะเดินออกไปจากห้องฉันในสภาพนั้นได้...”

           คินน์เลิกคิ้วขึ้นสูง น้ำเสียงกดต่ำลงจนน่าขนลุก

“...ก็ลองดูสิ มิลา”

           คำท้าทายที่ไร้ทางสู้ประดังประเดเข้าใส่ มิลาเม้มริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด กำผ้าห่มในมือแน่นจนข้อขาว เธอถูกต้อนให้จนมุมในอาณาจักรของเผด็จการหนุ่มอย่างสมบูรณ์ และดูเหมือนว่าซาตานร้ายตนนี้ จะไม่ยอมปล่อยให้กบฏตัวน้อยอย่างเธอหลุดรอดออกไปจากกรงเล็บของเขาได้ง่าย ๆ อย่างแน่นอน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป