บทที่ 8 EPISODE.8 บทลงทัณฑ์รอบเช้า (NC20+)
“คนสารเลว! พี่มันฉวยโอกาสตอนที่ฉันเมา!”
เสียงของมิลาตวาดลั่นจนแทบกลายเป็นกรีดร้อง ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความโกรธระคนอับอายจนแทบกระอักเลือด นัยน์ตากลมโตฉ่ำน้ำจ้องมองแผงอกเปลือยเปล่าของคนตัวโตด้วยความรู้สึกพ่ายแพ้ ยิ่งเห็นรอยยิ้มมุมปากที่ดูเหมือนจงใจเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอ มิลาก็ยิ่งควบคุมสติไม่อยู่เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ตระกองกอดผ้าห่มแน่นขึ้นราวกับมันเป็นเกราะกำบังชิ้นสุดท้าย ก่อนที่เธอจะเค้นคำพูดร้ายกาจตอกกลับไปเพื่อหวังจะเอาชนะ
“เรื่องเมื่อคืน... ถือว่าฉันทำทานให้หมาละกัน! ฉันเมาจนไม่มีสติ ส่วนพี่ก็แค่พวกหน้ามืดที่ชอบฉวยโอกาส แฟร์ ๆ ดีออก! ลืม ๆ มันไปซะ แล้วส่งเสื้อผ้าตัวใหม่มาให้ฉัน ฉันจะกลับหอ!”
คำด่าทอแสนดื้อรั้นและประโยคเปรียบเทียบที่ลดคุณค่าของเขาให้เหลือแค่ 'หมา' ทำให้ราชสีห์ร้ายที่กำลังนอนใจเย็นอยู่บนเตียงถึงกับนัยน์ตากระตุกวูบ บรรยากาศยียวนในยามเช้าอันตรธานหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยรังสีอำมหิตที่กำลังแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่
ฟึบ!
คินน์ขยับกายด้วยความเร็วโดยที่มิลาไม่ทันตั้งตัวเพียงเสี้ยววินาทีเดียว ร่างสูงใหญ่กำยำททรงพลังก็ขยับขึ้นมาคร่อมทับอยู่เหนือร่างบางของเธอเอาไว้กับเตียงหนา ท่อนแขนแกร่งท้าวคร่อมลงบนที่นอน บดบังทัศนียภาพรอบกายของมิลาจนเหลือเพียงแผงอกกว้างและใบหน้าหล่อร้ายของเขาเท่านั้น มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมลงมาคว้าหมับเข้าที่ปลายคางมน ออกแรงบีบเค้นบังคับให้ใบหน้าหวานแหงนหงายสบสายตาคมปลาบราวกับใบมีดโกนของเขาตรง ๆ
สรรพนามและน้ำเสียงของคนชอบบงการเปลี่ยนเป็นดิบเถื่อนและดุดันตามแรงอารมณ์ที่พลุกพล่าน
“ทำทานให้หมางั้นเหรอ? ปากดีไม่เปลี่ยนเลยนะมิลา”
คินน์เค่นเสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม แววตานักล่าฉายความดุดันผสมความกระหายคุมเกมอย่างชัดเจน ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจร้อน ๆ เป่ารดข้างแก้มเนียนที่กำลังขึ้นสีจัด
“กูขอบอกอะไรให้นะ... เมื่อคืนใครกันแน่ที่เมาแล้วคลานขึ้นมานั่งบนตักกูในรถ ใครกันแน่ที่เอามือเรียว ๆ ของมึงมาลูบหน้าอกกู แงะกระดุมเสื้อกูออก แล้วอ้อนบอกว่าร้อนจนทนไม่ไหวฮะ!”
“ไม่จริง! ฉันไม่มีวันทำเรื่องทุเรศแบบนั้น! พี่โกหก!”
มิลาเถียงสู้ตาย ใบหน้าสะบัดหนีแรงบีบที่คาง แต่อัตราการเต้นของหัวใจที่รัวเป็นกลองรบกลับทรยศความรู้สึกอย่างสิ้นเชิง
คินน์หัวเราะหึในลำคอ เป็นเสียงหัวใจที่ทำให้มิลารู้สึกชาวูบไปทั้งตัว ชายหนุ่มจดจ้องริมฝีปากอิ่มที่กำลังสั่นระริก ก่อนจะพ่นคำพูดที่ร้อนแรงและตรงไปตรงมาบดขยี้ความเย่อหยิ่งของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
“ไม่จริงเหรอ? งั้นกูรื้อฟื้นความจำให้ไหม... ว่าเมื่อคืนมึงครางชื่อ 'พี่คินน์' ดังขนาดไหนตอนที่กูกระแทกเข้าไปลึก ๆ น่ะ หืม? ดิ้นพล่านอยู่ใต้ร่างกูแท้ ๆ ร้องขอจนเสียงแหบเสียงแห้งว่าอย่าหยุด... พอสอดเข้าไปจนสุด มึงก็ตอดรัดกูแน่นจนกูแทบคลั่ง จำไม่ได้เลยเหรอวะ น้องโยธาปีหนึ่งปากเก่ง”
“ฮะ... ไอ้... หยุดพูดนะ!”
มิลาครางประท้วงเสียงหลง สมองของเธอขาวโพลนไปหมดเมื่อคำพูดดิบเถื่อนของคินน์มันดันไป 'ปลดล็อก' ภาพความทรงจำที่ซ่อนอยู่ ความร้อนพุ่งพล่านจากกึ่งกลางกายแล่นริ้วขึ้นมาจนถึงใบหน้า ผิวเนื้อเนียนร้อนผ่าวไปทั้งสรรพางค์กาย ภาพตัวเธอเองที่กำลังเหนี่ยวรั้งลำคอแกร่งของเขา แผ่นหลังที่แอ่นหยัดรับสัมผัส และเสียงครางกระเส่าอย่างสุขสมของตัวเองลอยเข้ามาเป็นฉาก ๆ
เธอทำเรื่องแบบนั้นลงไปจริง ๆ... เธอแพ้พ่ายให้กับสัมผัสอันร้ายกาจของจอมเผด็จการคนนี้อย่างราบคาบ
“เป็นไง? จำได้แล้วล่ะสิ”
คินน์กระตุกยิ้มร้ายเมื่อเห็นแววตาสั่นระริกและใบหน้าแดงก่ำของคนใต้ร่าง ปลายนิ้วโป้งสากเลื่อนลงมาบดคลึงริมฝีปากอิ่มอย่างจงใจยั่วเย้า
“เมื่อคืนมึงร่านใส่กูขนาดนั้น... เช้ามาจะมาทำเป็นใจบุญทำทานให้หมาเหรอ? ฝันไปเถอะมิลา... คนอย่างกู ถ้าได้แดกแล้ว... กูแดกจนหมดคราบแน่!”
“อื้อ...! พี่คินน์ อย่า... ปล่อย!”
มิลาครางประท้วงพร้อมกับพยายามสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่แรงน้อยนิดของเธอไม่ต่างอะไรกับการขยับตัวของลูกแมวใต้ร่างราชสีห์ คินน์ไม่เปิดโอกาสให้กบฏสาวได้ตั้งตัว มือหนาเพียงข้างเดียวรวบข้อมือเล็กทั้งสองข้างของเธอตรึงไว้เหนือศีรษะกับฟูกเตียงนุ่ม ส่วนมืออีกข้างที่ว่างอยู่กระชากผ้าห่มขนเป็ดผืนหนาที่พันกายเธอออกอย่างแรงจนมันร่วงลงไปกองอยู่ขอบเตียง
เรือนร่างเปลือยเปล่าขาวผ่องอวดทรวดทรงองค์เอวโค้งเว้าเด่นชัดต่อสายตาคมกริบ ผิวขาวจัดขึ้นสีระเรื่อจากพิษแดดเมื่อวานและพิษรักเมื่อคืน ยิ่งกระตุ้นอารมณ์ดิบในกายของชายหนุ่มให้ปะทุสูงขึ้น คินน์ทิ้งน้ำหนักตัวลงมาทับทาบ ขาแกร่งแทรกเข้าไประหว่างเรียวขาเพรียวสวย บังคับแยกออกกว้างอย่างเผด็จการ
“บอกให้ปล่อยงั้นเหรอ? เมื่อคืนยังตอดรัดกูแน่นจนกูแทบคลั่งอยู่เลยมิลา... เช้ามาทำเป็นจำไม่ได้”
คินน์กระซิบเสียงแหบพร่า นัยน์ตาคู่คมแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทเปี่ยมไปด้วยความกระหายคุมเกม ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงซุกไซ้ซอกคอระหง ขบเม้มผิวเนื้อนุ่มจนขึ้นรอยรักสีกุหลาบเข้มซ้ำลงบนรอยเดิมอย่างจงใจประทับตราความเป็นเจ้าของ มือหนาเลื่อนลงมาบีบเค้นเอวคอดกิ่วและสะโพกมนอย่างแรงจนเนื้อนุ่มขยับตามแรงมือดิบเถื่อน
“อ๊ะ... เจ็บ... พี่ยังเป็นคนอยู่ไหม!”
มิลาแอ่นอกหยัดด้วยความเสียวซ่านที่ตีรวนขึ้นมาบดบังความโกรธ ฟันคมของคินน์ที่ครูดระบายลงบนผิวเนื้อทำเอาเธอขนลุกซู่ไปทั้งตัว
“กูเตือนมึงแล้วใช่ไหม ว่าถ้าไม่หยุดปากดี คืนนี้มึงไม่ได้นอน... แต่นี่มันเช้าแล้วไง แปลว่ากูจะทบยอดของเมื่อคืนด้วย อ้าขาออกกว้าง ๆ แล้วดูว่าผัวเผด็จการคนนี้จะจัดการยัยเด็กดื้อยังไง”
ชายหนุ่มไม่ปล่อยให้เธอได้พักหายใจ มือหนาเลื่อนลงไปสัมผัสกึ่งกลางกายสาวที่เริ่มมีน้ำหวานฉ่ำเยิ้มชโลมผิวจากการปรนเปรอด้วยคำพูดและสายตา นิ้วเรียวยาวสอดแทรกเข้าไปรวดเดียวเพื่อเบิกทาง ความคับแน่นตึงรัดบีบเค้นจนคินน์ต้องสบถคำหยาบออกมาในลำคอ
“ซี๊ด... แน่นฉิบหาย ขนาดโดนไปตั้งกี่รอบเมื่อคืน”
“อึ๊ก... อื้อ... พี่คินน์ เจ็บ...”
มิลาเบิกตากว้าง จิกเล็บลงบนไหล่หนาที่มีรอยสักระบายเพื่อระบายความเสียวซ่านที่จู่โจมอย่างรุนแรง ใบหน้าหวานสะบัดไปมาบนหมอนนุ่ม ผมยาวสยายยุ่งเหยิง
คินน์ชำเลืองมองใบหน้าหวานที่กำลังบิดเบี้ยวด้วยความเสียวซ่านอย่างพึงพอใจ ชายหนุ่มขยับกายถอยร่นเล็กน้อย ก่อนจะจับเรียวขาเพรียวทั้งสองข้างของมิลาพาดขึ้นบนบ่าแกร่งของเขา ท่าทางดิบเถื่อนและโจ่งแจ้งจนมิลาต้องเอามือปิดหน้าด้วยความอับอาย แต่มือหนาของคินน์กลับกระชากมือเธอออก บังคับให้เธอมองความดุดันที่กำลังจะเกิดขึ้น
“ลืมตาขึ้นมามอง... มองว่ามึงกำลังโดนกูกระแทกท่าไหน มิลา”
สิ้นเสียงพร่า คินน์กดสะโพกสอบสอดประสานความแกร่งกร้าวเข้าสู่ความอ่อนนุ่มรวดเดียวจนสุดทางความยาว
สวบ...!
“อ๊า...! พี่คินน์!”
มิลาหวีดร้องลั่นห้อง แผ่นหลังบางแอ่นสปริงขึ้นจากที่นอนด้วยความจุกและเสียวซ่านลึกซึ้งที่พุ่งทะยานเข้าใส่ ความใหญ่โตบดเบียดหัวใจจนสมองของเธอขาวโพลนไปหมด คินน์แช่ค้างกายเอาไว้ สูดหายใจเข้าลึกจนอกกระเพื่อม เส้นเลือดตามขมับและลำคอแกร่งปูดโปนขยับระยิบจากแรงตอดรัดที่ทารุณประสาทสัมผัสของเขา
“อืม... อย่าตอดแน่นขนาดนั้น มิลา... กูจะแตกรอบแรกอยู่แล้ว”
คินน์ครางเสียงต่ำ กระแทกกระทั้นสะโพกเข้าใส่ทันทีโดยไม่ปล่อยให้เธอได้ปรับตัว
พั่บ! พั่บ! พั่บ!
เสียงผิวเนื้อกระทบกันดังสนั่นสะท้อนก้องห้องนอนสไตล์ลอฟต์ จังหวะการซอยกระแทกของคินน์เต็มไปด้วยความดุดัน ดิบเถื่อน และหนักหน่วงราวกับลูกสูบเครื่องยนต์เครื่องกลที่กำลังทำงานเต็มกำลัง ร่างบางของมิลาคลอนแคลนไปตามแรงส่ง หัวเตียงชนเข้ากับผนังปูนเปลือยเป็นจังหวะตามความเร็วที่ชายหนุ่มยัดเยียดให้
“อ๊ะ... อื้อ... มันลึกไป... พี่คินน์... เบา... เบาก่อน”
มิลาครางระเส่า มือเล็กทั้งสองข้างทำได้เพียงจิกแน่นลงบนฟูกที่นอนเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว
“เบาเหรอ? ปากมึงบอกให้เบา แต่ข้างในมึงตอดกูยับเลยนะมิลา... ครางชื่อกูดัง ๆ สิ ครางเหมือนเมื่อคืน!”
คินน์โน้มตัวลงมาจูบปิดปากอิ่ม สอดลิ้นหนาเข้าไปพัวพันพ่นไฟราคะแลกเปลี่ยนน้ำหวานอย่างบ้าคลั่ง ขณะที่ท่อนล่างยังคงซอยถี่กระหน่ำแทงเข้าจุดกระสันซ้ำ ๆ จนมิลาบิดกายเร่า น้ำตาแห่งความสุขสมไหลพรากตามหางตา
ความดิบเถื่อนในรสรักยามเช้าดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ คินน์เปลี่ยนองศาจับร่างบางพลิกคว่ำหน้าลงกับที่นอน ดึงสะโพกมนขึ้นสูงก่อนจะโถมกายเข้าใส่จากทางด้านหลัง เสียงครางกระเส่าของมิลาผสมปนเปไปกับเสียงหอบหายใจหนักหน่วงของชายหนุ่ม
จนกระทั่งถึงจุดสูงสุด... คินน์เร่งจังหวะกระแทกเน้นหนัก ๆ สามสี่ครั้งสุดท้ายจนสุดทาง ก่อนจะปลดปล่อยลาวาอุ่นร้อนพุ่งทะยานอัดแน่นเข้าไปในตัวของมิลาจนล้นทะลักออกมาตามโคนขาเนียน
“อ๊าาาา...!” / “ซี๊ด... อึ๊ก...”
สองเสียงครางประสานพึ่งพิงกันในความเสร็จสม มิลาฟุบหน้าลงกับหมอนอย่างหมดสภาพ เนื้อตัวสั่นเทาจากความสุขสมที่รุนแรงเกินรับไหว คินน์ทิ้งตัวลงมาทับทาบจากทางด้านหลัง ถอนกายออกช้า ๆ ก่อนจะก้มลงจูบซับเหงื่อที่แผ่นหลังเนียนของยัยเด็กดื้อที่บัดนี้สิ้นฤทธิ์เดชกลายเป็นลูกแมวเชื่อง ๆ ใต้ร่างเผด็จการอย่างสมบูรณ์แบบ
