บทที่ 9 EPISODE.9 ควันบุหรี่และรอยยิ้มของผู้ชนะ
พายุราคะอันคลั่งไคล้และดิบเถื่อนในยามเช้าสงบลงแล้ว ทิ้งไว้เพียงสมรภูมิรักที่ยับยู่ยี่บนเตียงนอนขนาดคิงไซส์ บรรยากาศภายในห้องนอนลอฟต์หรูอบอวลไปด้วยกลิ่นอายดิบชื้นของกิจกรรมรักอันหนักหน่วงที่เพิ่งสิ้นสุดลงอย่างเผ็ดร้อน กลิ่นเหงื่อจาง ๆ ปะปนกับน้ำหวานแห่งความสุขสมที่เคลือบฉาบอยู่บนผิวเนื้อเนียน
'มิลา' นอนคว่ำหน้าหมดสภาพอยู่กลางเตียงกว้าง เนื้อตัวของเธอสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุมได้จากกระแสความเสียวซ่านที่ยังคงแล่นริ้วและตกค้างอยู่ภายในกึ่งกลางกายสาว เรียวขาเพรียวสวยทั้งสองข้างขยับชิดเข้าหากันอย่างสั่นเทา แผ่นหลังบางและสะโพกมนผุดผ่องปรากฏรอยรักสีกุหลาบเข้มและรอยบีบเค้นจากฝ่ามือหนาเด่นชัดจนผิวเนื้อขึ้นสีช้ำ ท่าทางพยศขบถแสนหยิ่งยโสในลานเกียร์บัดนี้ถูกบดขยี้จนแหลกเหลว น้ำตาแห่งความอับอายและความพ่ายแพ้ไหลซึมลงบนหมอนนุ่มจนเปียกเป็นวงกว้าง เธอทำได้เพียงกัดริมฝีปากล่างแน่นเพื่อกักเก็บเสียงสะอื้นไม่ให้ไอ้ซาตานใจร้ายได้ยิน
แกรก... ฟู่...
เสียงจุดไฟแช็กดังขึ้นทำลายความเงียบระลอกสั้น ๆ คลายความอึดอัดในอากาศ
'คินน์' ลุกขึ้นขยับกายไปนั่งชันเข่าอยู่ตรงขอบเตียงอย่างคนอารมณ์ดี ร่างสูงใหญ่ท่อนบนยังคงเปลือยเปล่า แผงอกหนาและมัดกล้ามเนื้อหลังที่อุดมไปด้วยรอยสักรูปไม้กางเขนและลวดลายกราฟิกดิบเถื่อนขยับไหวตามจังหวะการหายใจเข้าลึก นิ้วหนาคีบบุหรี่นำเข้าแบรนด์หรูขึ้นมาจรดริมฝีปากหยักลึก สูดเอากลิ่นนิโคตินเข้าปอดช้า ๆ ก่อนจะพ่นควันสีเทาหม่นให้ลอยล่องฟุ้งกระจายไปในอากาศ
ควันบุหรี่จาง ๆ ลอยม้วนตัวผ่านโครงหน้าหล่อร้ายที่บัดนี้จุดรอยยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะอย่างไม่คิดจะปิดบัง นัยน์ตาคู่คมสีนิลคู่นั้นทอดสายตามองกลับมาที่เรือนร่างเปลือยเปล่าอันบอบช้ำของมิลา แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสะใจ ความเหนือกว่า และความหลงใหลในทรวดทรงองค์เอวของเธอในเวลาเดียวกัน
แม้ยัยเด็กดื้อคนนี้จะพยศ สบถด่า และพยายามจะงัดข้อกับเขามากแค่ไหน แต่สุดท้าย... ร่างกายอันนุ่มนวลของเธอก็ต้านทานอารมณ์ดิบและการคุมเกมอันรุนแรงของเขาไม่ได้อยู่ดี เธอแหลกสลายและเชื่องซึมอยู่ใต้ร่างเขา ราวกับลูกแมวป่าที่โดนราชสีห์ตะปบจนปีกหัก
“หึ...”
คินน์เค่นเสียงหัวเราะในลำคอเบา ๆ พลางเคาะขี้เถ้าบุหรี่ลงบนจานรองแก้วคริสตัลบนโต๊ะข้างเตียง
สายตาคมกริบยังคงโลมเลียแผ่นหลังเนียนที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะหายใจหอบเหนื่อยของมิลาอย่างหยามใจ ค่ำคืนที่เป็นดั่งปาร์ตี้ของคนบาปและบทลงทัณฑ์ในตอนเช้า ได้พิสูจน์ให้เขาเห็นแล้วว่า 'กบฏโยธา' คนนี้ ช่างหวานล้ำและทารุณประสาทสัมผัสของเขาให้คลั่งไคล้ได้มากกว่าผู้หญิงทุกคนที่เขาเคยผ่านมา และแน่นอนว่า... คนเผด็จการอย่างเขา ไม่มีวันยอมปล่อยให้เนื้อหวานชิ้นนี้หลุดมือไปง่าย ๆ หลังจากได้ลิ้มลองรสชาติอันยอดเยี่ยมนี้แล้วอย่างแน่นอน
ความเงียบงันพังทลายลงเมื่อ 'มิลา' เริ่มขยับกายอีกครั้ง ความเจ็บร้าวระบมที่ใจกลางกึ่งกลางกายแล่นริ้วขึ้นมาจนเธอต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด แต่ความเกลียดชังและศักดิ์ศรีที่ค้ำคอทำให้เธอปฏิเสธที่จะนอนทอดร่างเป็นเหยื่อให้เขาดูถูกอีกต่อไป ร่างบางฝืนความอ่อนเปลี้ยพยุงตัวเองลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก มือเรียวรีบกระชากผ้าห่มซาตินผืนหนาขึ้นมาตระกองกอดรัดรอบกาย พันธนาการเรือนร่างเปลือยเปล่าของตัวเองเอาไว้จนมิดชิดถึงลำคอ
ใบหน้าหวานแหงนเชิดขึ้นสบตากับคนตัวโตที่ยังคงนั่งสูบบุหรี่สบายอารมณ์ นัยน์ตากลมโตคู่นั้นวาวโรจน์ไปด้วยไฟแห่งความแค้นแค้น แววตาสั่นระริกสะท้อนความรู้สึกเกลียดชังอย่างสุดขีดเท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะพึงมีให้กับผู้ชายตรงหน้า
“เรื่องระหว่างเรา... มันจบลงแค่นี้”
มิลาเค่นเสียงพูดลอดไรฟัน น้ำเสียงของเธอแหบพร่าและสั่นเครือทว่าพยายามเค้นความหนักแน่นออกมาอย่างถึงที่สุด
“ต่อจากนี้ไปเราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก! เรื่องทุเรศ ๆ ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อคืนรวมถึงตอนนี้... ฉันจะคิดซะว่ามันไม่เคยเกิดขึ้น และอย่าหวังว่าพี่จะเอาเรื่องต่ำตมแบบนี้มาขู่หรือบีบบังคับอะไรฉันได้ เพราะฉัน-ไม่-แคร์!”
เธอกัดฟันเน้นคำว่าไม่แคร์ทั้งที่ก้อนเนื้อในอกซ้ายเต้นระทึกจนแทบจะระเบิดออกมาราวกับพยายามสร้างเกราะกำบังลวงตาขึ้นมาปกป้องตัวเอง
'คินน์' ไม่ได้มีท่าทีสะดุ้งสะเทือนหรือโกรธเกรี้ยวกับคำพูดตัดรอนแสนอวดดีนั้นเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มเพียงแค่ละสายตาจากทิวทัศน์นอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ หันกลับมามองยัยเด็กดื้อใต้ผ้าห่มด้วยสายตาเรียบนิ่ง ขรึมลึก และเต็มไปด้วยความสมเพชในความถือดีอันไร้เดียงสาของเธอ
ชายหนุ่มพ่นควันบุหรี่สีเทาหม่นออกจากริมฝีปากหยักลึกอย่างเชื่องช้า ควันสายสุดท้ายลอยผ่านดวงตาคมกริบสีนิลที่หรี่ลงเล็กน้อย ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมไปหยิบสมาร์ทโฟนเครื่องหรูสีดำที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงขึ้นมา นิ้วยาวสไลด์หน้าจอไม่กี่ครั้งอย่างใจเย็นท่ามกลางสายตาหวาดระแวงของมิลาที่จับจ้องทุกการเคลื่อนไหว
และในวินาทีต่อมา คินน์ก็กดวางโทรศัพท์เครื่องนั้นลงบนที่นอน... ตรงหน้ามิลาพอดี
ติ๊ด...
“อ๊ะ... อ๊า... พี่คินน์... แรงอีก... อื้อ... มิลาเสียว... ฮึด... พี่คินน์ขา... ไม่ไหวแล้ว...”
เสียงกระเส่าหวานหยดที่ทุ้มต่ำและสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องนอนสไตล์ลอฟต์อันเงียบสงัด มันคือเสียงผู้หญิงที่กำลังสำลักความสุขสม ดิ้นรน และร้องขอความเมตตาจากบทรักอันป่าเถื่อน... และที่สำคัญที่สุด เสียงนั้นกำลังเรียกชื่อ “พี่คินน์” ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไร้ยางอายและเต็มไปด้วยความตัณหา
และเสียงนั้น... มันคือเสียงของมิลาเองอย่างไม่ต้องสงสัย! มันเป็นคลิปเสียงที่คินน์ลอบกดอัดไว้ตั้งแต่ค่ำคืนที่แสนยาวนานในรถสปอร์ตและบนเตียงนอนนี้
กึก...
วินาทีนั้น ราวกับโลกทั้งใบของมิลาถูกแช่แข็ง ร่างกายของเธอแข็งทื่อเป็นหิน ลมหายใจสะดุดกึกในลำคอ ใบหน้าหวานที่เคยแดงก่ำด้วยความโกรธพลันแปรเปลี่ยนเป็นขาวซีดไร้สีเลือดถอดสีจนดูราวกระดาษ นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างด้วยความช็อกสุดขีด ความอับอาย ตื่นตระหนก และความกลัวแล่นริ้วเข้าโจมตีระบบประสาทจนสมองของเธอขาวโพลนราวกับถูกค้อนทุบ
กบฏโยธาผู้แสนเย่อหยิ่งท้าทายอำนาจรุ่นพี่ในลานเกียร์... บัดนี้หลักฐานความไร้ยางอายของเธอถูกบันทึกไว้อย่างชัดเจนในเครื่องมือสื่อสารของซาตานร้าย
“ฮะ... ไอ้... ลบนะ! ลบมันเดี๋ยวนี้!”
เมื่อสติกลับคืนมาพร้อมความตื่นตระหนกขั้นสุด มิลาแผดเสียงลั่นอย่างคนบ้า เธอหลุดจากการควบคุมตัวเองโดยสิ้นเชิง ร่างบางโผตัวไปข้างหน้าอย่างไร้ทิศทาง ผ้าห่มร่นหลุดจากลาดไหล่เนียนจนแทบจะเปลือยเปล่า มือเล็กสั่นระริกพยายามจะเอื้อมไปคว้าสมาร์ทโฟนตรงหน้ามาทำลายทิ้งเพื่อลบฝันร้ายนี้ออกไปจากชีวิต
ทว่า... มีหรือที่เหยื่อจะไวกว่านักล่า
หมับ!
คินน์คว้าสมาร์ทโฟนกลับคืนไปไว้ในมือได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วกว่าเพียงเสี้ยววินาที ชายหนุ่มชูโทรศัพท์ขึ้นสูงพ้นมือของเธอ พลางใช้ท่อนแขนอีกข้างดันแผงอกเนียนของมิลาให้หงายหลังกลับไปจมกับที่นอนตามเดิม คินน์โน้มตัวตามลงมาทับทาบ ขยับรอยยิ้มร้ายกาจที่เปี่ยมไปด้วยความสมเพชและถือดีเหนือกว่า จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่บัดนี้รื้นไปด้วยน้ำตาแห่งความหวาดกลัวอย่างแท้จริง
“ไม่แคร์งั้นเหรอ?”
คินน์ทวนคำพึมพำชิดใบหูบาง น้ำเสียงทุ้มต่ำกระซิบเยือกเย็นทว่าทรงพลังทำลายล้าง
“ปากบอกไม่แคร์... แต่ตัวสั่นเป็นลูกนกเลยนะ... น้องมิลา”
