บทที่ 6 ตามล่า
พวกมันหยามเกินไปแล้วที่กล้าจ้างวานผู้หญิงมาแข่งกับเขา
สายตาคมยังคงจับจ้องไปที่หญิงสาวที่เดินก้มหน้าก้มตารีบร้อนดินออกไป ทว่าจังหวะหนึ่ง อยู่ ๆ เธอคนนั้นก็แหงนหน้าขึ้นมามองกล้องวงจรปิด ทำให้พวกเขามองเห็นใบหน้าของหญิงสาว
“สัส เห็นไม่ชัดว่ะ” พายุพยายามเพ่ง แต่ก็ไม่ชัดเท่าไหร่เพราะจุดที่เธอเงยหน้าดันเป็นมุมอับที่แสงไฟส่องสว่างไม่ถึงทำให้มองหน้าของเธอไม่ชัดเจน
“ซูมหน่อยได้ปะวะ” ไฟขยับตัวเข้าใกล้เพ่งมองอย่างพินิจ แต่ก็นั่นแหละทั้งเขา เพลิงและพายุพยายามเพ่งแล้วเพ่งอีกแต่ก็เห็นเธอคนนั้นไม่ชัดเจนอยู่ดี
“มึงพอจะคุ้นหน้าบ้างไหม” เพลิงเอ่ยถามเมื่อเห็นไฟจ้องมองอยู่นาน
“ไม่คุ้น” ไฟจับจ้องไปที่หญิงสาวในจอ เพื่อดูว่าเขาไม่เคยเห็นเธอหรือคุ้นหน้าเธอเลยแม้แต่นิด แต่ทำไมเธอคนนี้ถึงรู้จักทางมาห้องน้ำที่ไม่ค่อยมีใครใช้ และยังรู้จักทางที่นี่เป็นอย่างดี เพราะมันมีแต่คนในเท่านั้นที่จะรู้?
ยิ่งคิดก็ยิ่งแปลก
“เพลิงมึงไปนัดพวกมันมาแข่งใหม่ บอกมันไม่ต้องรอวันที่5เดือนหน้า เพราะกูอยากแข่งกับพวกมันให้เร็วที่สุด” ไฟหันไปพูดกับเพลิงต่อทันที
“บอกพวกมันว่ากูเพิ่มเงินเดิมพันเป็นสามเท่าแลกกับรถ”
“ไม่มีปัญหากูจัดการให้” เพลิงพยักหน้าตอบ
“หึ ได้เจอกันแน่”
ไฟยกยิ้มร้ายที่มุมปาก ถึงภายนอกของเขาในตอนนี้อาจจะดูนิ่งเฉย แต่เชื่อเถอะ...ด้านของเขาในตอนนี้กำลังสุมเพลิงไฟแค้นรอวันระเบิดพร้อมแผดเผาทุกสิ่งให้วอดวายจนไม่เหลือชิ้นดี
เช้าวันต่อมา...
@ใต้ตึกคณะบริหารธุรกิจ
“มาทำไรที่ตึกบริหารวะ” พายุเดินเข้ามาหาเพลิงเมื่อเห็นว่าเพื่อนชายกำลังยืนสูบบุหรี่อยู่ใต้ตึกคณะบริหาร เมื่อมองไปรอบ ๆ มีสายตาของสาวมองมายังเขาเป็นประกายหลายคู่ สำหรับผู้หญิงอาจจะเป็นเรื่องดี แต่เสื้อช็อปวิศวะต่างคณะกับตึก ช่างเป็นสิ่งล่อเป้าให้กับหนุ่ม ๆ บริหารได้เหมือนกัน
แต่คนอย่างไฟหน่ะเหรอจะสนใจ เพราะไม่มีใครไม่รู้จัก ไฟ เพลิง และ พายุ แห่งคณะวิศวะ
“มาเอาของ” ปากหนาพ่นควันบุหรี่ออกไปด้านหน้าพร้อมกับเอ่ยบอกเพื่อนชายด้วยเสียงราบเรียบ
“มาหาเด็ก?” พายุที่ตีความหมายของคำว่า ของ เป็นของที่เป็นคน ก็เอ่ยถามอย่างเลิกคิ้วเชิงแหย่แซว
“กูไม่ใช่มึง” ไฟทิ้งก้นบุหรี่ลงจานรองทิ้งบุหรี่ ก่อนจะหันไปมองเพื่อนสายด้วยสายตาไม่เล่น
คิดว่ามาต่างคณะจะไม่ได้เจอมัน แต่ก็ยังไม่พ้นให้ต้องได้มาหงุดหงิดกับมันแต่เช้า อารมณ์เขาในช่วงนี้ยิ่งโมโหง่ายเพราะเรื่องแข่งรถนั่นแหละ
“ของที่เป็นของ ไม่ใช่คน” ไฟอธิบายออกมา ทั้งที่จริงเขาไม่ต้องอธิบายเลยก็ได้
“อ้าวใครจะไปรู้” พายุพูดอย่างหยอกเย้า
“ว่าแต่มึงมาทำเหี้ยไรที่นี่” ไฟเอ่ยถามกลับบ้าง
“กูมาหาเด็กกู” พายุตอบด้วยใบหน้าระรื่นยิ้มแย้ม
และคำตอบเป็นอะไรที่ไฟคาดเดาได้อยู่แล้ว
“หึ” เขาก็แค้นหัวเราะอย่างหมั่นไส้ ไม่ใช่เพราะเพื่อนข้าง ๆ มาหาเด็ก แต่ที่หมั่นไส้เพราะหน้ามันที่แสดงยิ้มออกมาอย่างกับผู้ชนะต่างหาก
ไม่นานคนที่ไฟรอก็มา
“พี่ครับ” น้องที่ไฟรอก็มาถึง พร้อมกับหยิบของในกระเป๋ายื่นให้เขา
“เลขบัญชีเดิมนะ”
“ใช่ครับพี่”
“กูโอนเรียบร้อย”
“ขอบคุณครับพี่ หมดแล้วทักมาอีกนะครับ”
“อือ” ไฟขานรับ เสร็จน้องเขาก็เดินออกไป
เมื่อได้สิ่งที่ต้องการไฟก็หมุนตัวเพื่อจะเดินกลับคณะตัวเองในทันที โดยไม่สนเพื่อนชายที่ยืนอยู่ข้างกาย
ก็ในเมื่อมันบอกว่ามันมาหาเด็ก เขาก็เดินกลับออกมาอย่างไม่สนใจก็ถูกแล้ว
แต่ทว่า...
“พอตตัวใหม่เหรอว่ะ กูขออัน” พายุที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดเมื่อครู่ก็รีบเดินตามไฟกลับทันที พร้อมกับเอ่ยบอกขอสิ่งที่อยู่ในมือพร้อมกับหยิบเอามาต่อหน้าต่อตา
“เอาน่าเดี๋ยวกูแบ่งเด็กให้คน” เมื่อไฟมองค้อนที่เขาแย่งออกไปจากมือก็เอ่ยพูดให้ดูมีข้อแลกเปลี่ยน
“กูมีปัญญาหาเอง เผลอ ๆ หาได้ดีกว่ามึงด้วย”
“เออสัส รู้น่า แหม พ่อคนหล่อ”
และในระหว่างที่ทั้งสองกำลังเดินเถียงกันไปมาอยู่ใต้ตึกคณะบริหารอยู่นั้น
ปึก!
“อ๊ะ ขอโทษค่ะ ฉันไม่ทันระ...ระวัง”
ปึก!
ร่างบางของหญิงสาวในชุดนักศึกษากระแทกเข้ากับไหล่กว้างของไฟอย่างแรง ผมยาวสลวยถึงกลางหลังถูกปล่อยพลิ้วไปตามลมส่งกลิ่นหอมของแชมพูที่เธอเพิ่งสระมาใหม่ ๆ ความรีบร้อนที่่มาสายทำให้เธอรีบร้อนจนทำให้เธอเดินชนเข้ากับคนอื่นอย่างไม่ทันระวัง
“อ๊ะ ขอโทษค่ะ ฉันไม่ทันระ...ระวัง”
ใบหน้าสวยที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางน้อยชิ้นเงยหน้าขึ้นเพื่อขอโทษ ทันทีที่เห็นคนตรงหน้าคือไฟ ดวงตาคู่หวานเบิกกว้าง พานทำให้คำพูดของเธอเกิดติดขัด
มีอาตัวแข็งทื่อเมื่อได้สบตากับไฟคนที่ไม่คิดว่าจะได้เจอ
แน่นอน...เธอรู้ว่าเขาเป็นใคร
เพราะเขาคือคนที่เธอถูกจ้างให้ไปแข่งรถกับเขาเมื่อวันก่อน
โลกไม่ได้กลมแต่โลกกำลังเล่นตลกกับเธอ มีอารู้จักไฟเป็นอย่างดี เธอรู้ว่าเขาเป็นใคร เรียนคณะไหน เขาดังและมีชื่อเสียงแค่ไหนในมหาลัยนี้ แต่ที่ผ่านมาถึงแม้จะรู้จัก แต่ก็ไม่เคยได้เจอกันหรือเดินสวนกันเลยสักครั้ง ราวกับว่าเขาและเธออยู่กันคนละโลกมาโดยตลอด ซึ่งมันก็ควรจะเป็นอย่างนั้นต่อไป
แต่ในตอนนี้ มันไม่ใช่แล้ว...
