บทที่ 7 เอาคืน

หัวใจดวงเล็กเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกจากอก มือไม้สั่น รู้สึกประหม่าและกลัวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ถึงแม้เขาจะไม่รู้ว่าเธอเป็นใครและเธอเคยทำอะไรไว้กับเขา แต่ความรู้สึกของคนที่รู้ดีทุกอย่างอย่างเธอก็ไม่อาจจะระงับมันไว้ได้

“สวยสัส” พายุกระซิบข้างหูของไฟที่ตอนนี้สายตาของเขากำลังจดจ้องไปที่ใบหน้าสวยตรงหน้าไม่กะพริบตา

และเพราะเสียงของพายุทำให้ทั้งสองละสายตาออกจากกันโดยทันที มีอารีบก้มหน้างุดลงพื้น ส่วนไฟเปลี่ยนมาสำรวจร่างบางตั้งแต่หัวจรดเท้า กลิ่นหอมของสบู่และแชมพูของเธอยังติดจมูกเขาไม่หาย มันหอมสดชื่นยิ่งกว่าน้ำหอมราคาแพงที่เคยได้กลิ่น

ใบหน้าหวานสวยตากลมโตที่เมื่อได้มองแล้วเหมือนโดนสะกด แก้มแดงระเรื่อปากอมชมพู ผิวหน้าขาวผ่องธรรมชาติดูก็รู้ว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงแต่งหน้าจัดอย่างที่เคยเจอ ชุดนักศึกษาไม่ใส่จนรัดรูปมากเกินไปแต่ก็เห็นถึงทรวดทรงที่ชัดเจน กระโปรงทรงเอเหนือเข่าเพียงนิด ขาขาวเนียนสวมใส่รองเท้าผ้าใบ เป็นผู้หญิงที่ดูแล้วน่าทะนุถนอม แต่ก็เป็นคนทะมัดทะแมงลุย ๆ ไม่ห่วงสวย

แต่สวย…

“ซุ่มซ่าม” ไฟเอ่ยบอกกับหญิงสาวตรงหน้าเมื่อสำรวจเธอเสร็จ แค่เพียงเห็นท่าทางลุกลี้ลุกลนของเธอเขาก็ไม่อยากใส่ใจมากนัก เพราะดูแล้วถ้าเดาไม่ผิดไปคงจะรู้สึกกลัวเขาอยู่ไม่น้อย

เขาดูน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรือไง

“มึงก็พูดกับคนสวยดี ๆ หน่อยดิวะ” พายุหันมาดุไฟที่เขาพูดกับอีกคนด้วยคำพูดห้วน ๆ จนเธอหน้าซีดรีบก้มหน้ามองพื้นยิ่งกว่าเดิม แต่หารู้ไม่ ที่เธอแสดงท่าทีแบบนั้นเพราะอยากจะรีบออกไปจากตรงนี้เร็ว ๆ ต่างหาก

“แล้วคนสวยเจ็บตรงไหนไหมครับ” เห็นอีกคนขวัญเสียพายุจึงเดินเข้าไปใกล้ พร้อมกับก้มหน้าเพื่อช้อนสายตาหวังสบตากับหญิงสาว

“มะ ไม่ ไม่เจ็บ ถ้าไม่เป็นอะไร งั้นฉันขอตัว” มีอาถอยหลังออกห่างพูดติดขัดยิ่งกว่าเดิม ก่อนจะรีบขอตัวและรีบเดินออกไป โดยมีสายตาคมของไฟมองเธอไม่ละสายตา

“เชี่ย คนสวยกูกลัวมึงจนรีบเดินหนีไปเลยสัส” พายุหันมาโอบบ่าไฟที่เอาแต่จ้องมองหญิงสาวที่เดินลุกลี้ลุกลนออกไป

“ได้ยินที่กูพูดไหมเนี้ย หรือว่ามึงจะชะ...”

ไม่ทันที่พายุจะพูดจบประโยค

“มึงว่า หน้าคุ้น ๆ เหมือนเจอที่ไหนมาก่อนไหมปะวะ” คิ้วหนาของไฟขมวดกันเป็นปม ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกคุ้น

“นั่นแน่ นี้มึงเล่นมุกนี้เลยเหรอ” พายุหรี่ตาเล็กน้อยตาน้อยมองไฟที่มองผู้หญิงคนนั้นไม่เลิก

“มุกเหี้ยไร” ใบหน้าหล่อคิ้วขมวดยิ่งกว่าเดิมหันไปเอ่ยถามเพื่อนชายทันที

“เอ้า ก็มุกจีบสาวประมาณว่า ผมคุ้นหน้าคุณจังละ...”

“อ่อนสัส กูแค่บอกว่าค้น” ยังไม่ทันให้พายุพูดจบ ไฟก็ก่นด่าเพื่อนชายพร้อมกับเดินหนีเขาอีกครั้งด้วยความหงุดหงิด

“เอ้าไอ้สัส เขินกูดูออก”

“หุบปากเลยไอ้พายุ เชี่ยไร้สาระ”

@ตึกคณะวิศวกรรม

“ทำไมหน้าไอ้ไฟเป็นอย่างนั้น” เพลิงกับเฟียร์ที่นั่งอยู่ด้วยกัน เอ่ยทักพายุกับไฟที่กำลังเดินเข้ามาใต้ตึก เดินข้างกันแท้ ๆ แต่อีกคนสีหน้าดูบึ้งตึงบอกบุญไม่รับ ผิดกับอีกคนที่เดินผิวปากเข้ามาอย่างคนอารมณ์ดี ก่อนที่ทั้งคู่จะนั่งลงข้างเพื่อนที่นั่งกันอยู่ก่อน

“มันชอบสาวแต่สาวเดินหนีมัน” พายุเอ่ยติดตลกพลางเอามือโอบบ่าไฟที่หันไปมองตาขวาง

“ยัง มึงยังไม่เลิกอีกนะ”

“ไฟอะนะ ชอบสาว” เฟียร์ทำตาโตอย่างไม่อยากจะเชื่อ ก็นะ คนอย่างไฟ ร้อยวันพันปีไม่เคยสนใจผู้หญิงคนไหน วัน ๆ คลุกอยู่กับรถ จนแทบคิดไม่ออกเลยว่าระหว่างผู้หญิงกับรถ ไฟจะเลือกอะไร

“ฮ่า ฮ่า ๆ ไม่เชื่อกูอะดิ มันปิ้งสาวบริหารเว้ย สวยฉิบหาย นมเป็นนม ตูดเป็นตูด”

“อ่าจริงดิ เหลือเชื่อ” เฟียร์พยักหน้าหงึก ๆ รู้ว่าทั้งสองคนเพิ่งเดินไปตึกบริหารมาด้วยกัน ดังนั้นสิ่งที่พายุก็น่าจะเป็นจริง แต่ที่แน่ ๆ ไม่เคยได้ยินไฟโดนแซวเรื่องสาว ๆ แบบนี้มาก่อน

“โคตรของโคตรจริง กูเห็นกับตา”

“แสดงว่าสวยมาก”

“สเปกมันเลย” พายุพยักหน้าหงึก ๆ จนไฟต้องเอาข้อศอกกระทุ้งใส่พายุที่ยังตั้งหน้าตั้งตาล้อไม่เลิก

แต่ก็นะ นาน ๆ ทีพายุจะได้เห็นเพื่อนชายอย่างไฟเสียอาการให้กับผู้หญิง ดูเอาเถอะมีอย่างที่ไหนไฟเล่นสำรวจหญิงสาวคนนั้นไม่วางตา จ้องเอาจ้องเอามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า เรียกว่าแทบจะอ่านกินเธอทั้งตัวเลยก็ว่าได้ ปกติไฟเพื่อนเขามันเคยมองผู้หญิงขนาดนี้เมื่อไหร่ ถึงมั่นใจว่ายังไงไฟก็ชอบผู้หญิงคนนั้นแน่ ๆ

“ชอบควxไร กูแค่บอกว่าคุ้นหน้า”

“พวกมึงสองคนดู มีคนปากแข็งว่ะ” พายุหัวเราะลั่นในขณะที่ไฟได้แต่ส่ายหัวเบา ๆ เมื่อเพื่อนล้อไม่เลิก

“หึ นั่นดิวะ เก็บอาการหน่อย” เพลิงที่เงียบอยู่นานถึงกับหัวเราะในลำคอให้กับอาการของเพื่อนชายที่ดูเสียอาการอยู่ตรงหน้า

“พวกมึงจะเลิกพล่ามได้ยัง” ไฟยกพอตขึ้นสูดเต็มปอดก่อนจะพ่นออกมา สายตามองควันขาวที่ลอยฟุ้งไปไกล

ถ้าถามว่าผู้หญิงคนนั้นสวยถูกใจไหม...

อืม...ก็ยอมรับว่าเข้าตาอยู่เหมือนกัน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป