บทที่ 9 เป็นเธอนี่เอง!

(ME-R)

ใบหน้าสวยเคร่งเครียดอยู่ภายใต้หมวกกันน็อก เมื่อมองไปด้านข้างก็เจอกับเขาที่กำลังมองมาที่เธออยู่

“ครั้งก่อนแค่ฟลุ๊ค คราวนี้แกตายแน่มีอา” เธอคิดว่าเขาต้องรู้แล้วแน่ ๆ แต่ยังไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร

“รีบแข่งรีบเปลี่ยนชุดรีบกลับ” ลางสังหรณ์ของเธอคือคราวนี้เธอแพ้และต้องรีบออกจากสนามในทันที

มีอาละสายตาจากคนที่อยู่ด้านในรถด้านข้าง หันมาโฟกัสสนใจสัญญาณธงปล่อยรถ

ที่กำลัง…สะบัดลง

บรื้น บรื้น

รถสองคันออกสตาร์ทพร้อมกัน แต่เป็นรถของมีอาที่นำแซงรถของไฟไปก่อน

มีอายิ้มร่าภายใต้หมวกกันน็อกเมื่อคิดว่าครั้งนี้เธอมีเปอร์เซ็นต์ชนะเขาแล้วจากในตอนแรกที่คิดว่าเธอต้องแพ้แบบราบคาบ

เมื่อรถเธอเป็นฝ่ายนำ มีอาก็พยายามประคับประคองตำแหน่งไม่ให้ไฟสามารถแซงนำขึ้นมาได้ และเป็นอย่างที่มีอาตั้งใจ ไม่ว่าเขาจะพยายามอยู่หลายครั้งเธอก็หักแซงขึ้นนำเขาได้สำเร็จทุกครั้ง

“หรือจะไม่ใช่แค่เรื่องฟลุ๊ค”

มีอายิ้มมุมปากอย่างชอบใจ เธอคิดว่าเธอฟลุ๊คมาตลอด แต่ตลอดระยะเวลาที่แข่งไฟไม่อาจขึ้นนำเธอได้อย่างที่ต้องการจะแซงเลยสักครั้ง

“หึ ภูมิใจไปก่อนเถอะ” ไฟแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาจับจ้องตรงไปที่เส้นชัยตรงหน้าก่อนจะเหยียบตัวเลขจนมิดไมล์

บรื้นนนนนน.......

“โอ๊ะ อะไรไม่นะ” เสียงเล็กโวยวายภายในรถ มีอาทำอะไรไม่ถูก เมื่อจู่ ๆ ไฟก็ขับนำเธอได้สำเร็จแถมยังเป็นโค้งสุดท้ายของการแข่งขัน รถแข่งสีน้ำเงินขับเข้าเส้นชัยไปต่อหน้าต่อตา มีอาตาค้างนิ่งให้กับเหตุการณ์ในตอนนี้

ในขณะที่ไฟกระตุกยิ้มที่มุมปาก เพราะรอบนี้เขาไม่ไม่ยอมพลาดท่าเหมือนรอบที่แล้วที่ชะล่าใจมากเกินไป ส่วนครั้งนี้เมื่อครู่เขาก็ทำเป็นแค่การทำให้คู่แข่งคิดว่าตัวเองเก่งกว่าและชะล่าใจก็เท่านั้น เพราะเขายังไม่เอาจริง เลยต่างหาก...

ที่เส้นชัย

“ไม่ได้การแล้ว” มีอารีบขับรถเข้าไปจอดยังล็อกของตัวเอง เธอไม่ได้มีเวลาให้คิดนานก่อนจะรีบลงจากรถในทันที ขาเรียวเดินดุ่มเข้าไปหากันต์ที่ยืนรออยู่ข้างรถตู้สีดำสนิทคันเดิม

ทว่า...

“มันจบแล้ว” กันต์เอ่ยพูดกับมีอาเมื่อเธอมาหยุดอยู่ด้านหน้าเขา ก่อนที่เขาจะส่งซิกให้เพื่อนในกลุ่มอีกคนไปเอารถที่มีอาใช้แข่งเมื่อครู่ขับออกไปนอกสนามอย่างรวดเร็ว ส่วนเขาก็หันมาเผชิญหน้ากับมีอาต่อ

“ใช่การแข่งจบแล้ว เงินละ” มือเล็กแบมือยื่นออกไปด้านหน้าเพราะเธอจะต้องรีบออกไปจากที่นี่เช่นกัน

“มึงก็ด้วย มันจบแล้ว” กันต์แสยะยิ้มร้ายก่อนจะผลักอกมีอาให้ถอยห่างตัวรถ เขาพูดไม่ทันเคลียร์และไม่ได้มีทีท่าจะให้เงินค่าจ้างเธอแถมยังทำท่าจะขึ้นรถตู้อีก

“เดี๋ยวนายจะไป หมายความว่ายังไง ไหนบอกว่าถึงแพ้ฉันก็ได้เงินไงล่ะ” มีอาหัวเสียอย่างแรงเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ทำตามอย่างที่พูด

“ไหนละหลักฐานสิ่งที่กูพูด” กันต์พูดจบก็ปิดประตูรถใส่หน้ามีอาและขับรถออกไปทันที

“เดี๋ยวดิวะ” มีอาตะโกนไล่หลังอย่างหัวเสียด้วยความคับแค้นใจ

“บ้าเอ๊ย ว่าแล้วเชียว” คนตัวเล็กในชุดนักแข่งมิดชิดหันซ้ายเลขวาอย่างทำอะไรไม่ถูก เธอโดนพวกมันเทแบบหน้าด้าน ๆ แต่ทว่าในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ไม่มีเวลาให้มีอาคิดอะไรได้มากนัก เธอรีบเดินไปยังห้องน้ำห้องเดิมเพื่อเปลี่ยนชุด ก่อนที่คนในสนามจะจับได้และอาจจะต้องโดนข้อหาทำผิดกฎเรื่องสวมรอยมาแข่งขันอีก โดนทั้งขึ้นทั้งล่องวันนี้คือวันซวยของเธอแบบสุดๆ

“ไอ้พวกบ้า เลวที่สุด" อุตส่าห์ลงทุนมาเสี่ยงทำเรื่องบ้า ๆ เพราะว่าอยากได้เงิน แต่กลับมาเจอพวกเลว ๆ แบบนี้บิดใส่ มันน่าโมโหนัก

ภายในห้องน้ำ

ปัง!

เธอปิดประตูเสียงดังลั่นด้วยความโกรธแค้น ก่อนจะยืนนิ่งหน้ากระจกปรับอารมณ์ครู่หนึ่งเพื่อสงบสติอารมณ์ ก่อนที่มือเรียวจะยกถอดหมวกกันน็อกออก ส่งผลให้ผมยาวสลวยร่วงหล่นออกจากหมวกกันน็อกพลิ้วไหวตามแรงโน้มถ่วง ศีรษะมนสะบัดสองสามทีเพื่อให้ผมตรงสยายแผ่ถึงกลางหลัง ใบหน้าหวานมีสีหน้าเคร่งเครียด คิ้วสวยเข้มเป็นระเบียบขมวดมุ่น ทั้งแค้น โมโห โกรธ เกลียด เป็นที่สุด

บ้าที่สุด!

เนิ่นนานนับนาที…ก่อนที่เธอจะสะบัดความคิดเหล่านั้นออกไป หญิงสาวก้มหน้ารูดซิปชุดแข่ง นำแขนเรียวทั้งสองข้างออกจากชุด เผยให้เห็นเสื้อกล้ามสายเดี่ยวที่อยู่ด้านใน ทว่า...เมื่อใบหน้าหวานเงยขึ้นมองกระจกอีกครั้ง!

“กะ กรี้ดดดดดดดดดด” มีอากรี้ดลั่นตกใจสุดขีด พร้อมกับหันไปมองยังด้านหลังเมื่อเธอเจอใครคนหนึ่ง ทั้งที่ไม่คิดว่าจะมีใครมาเข้ามาในห้องน้ำหญิงนี้แล้วแท้ ๆ

“นะ นายเข้ามาได้ยังไง เข้ามาตั้งแต่ตอนไหน”

“ถึงว่า...ฉันถึงคุ้นหน้าเธอ เป็นเธอนี่เอง” ไฟจ้องมองไปที่ใบหน้าสวยของมีอาอย่างไม่ละสายตาก่อนจะเอ่ยออกมาในทันทีที่จำเธอได้ รอยยิ้มร้ายผุดขึ้นที่มุมปากหยัก เขาชอบที่ได้เห็นใบหน้าซีดเผือดตรงหน้าที่กำลังแสดงถึงความกลัวต่อเขา

มีอารีบยกแขนทั้งสองข้างปกปิดหน้าอกของตัวเองไว้อย่างระวังเมื่อเห็นสายตาของไฟกำลังไล่มองไปทั่วเรือนร่างของเธอตั้งแต่หัวรจดเท้า

“พูดเรื่องอะไรของนาย ฉันไม่เข้าใจ”

"แน่ใจว่าไม่รู้ว่าฉันหมายถึงอะไร?"

มีอาส่ายหน้าปฏิเสธ แต่ก็นะ...ทั้งหมวกกันน็อกและเสื้อนักแข่งที่เธอใส่อยู่ครึ่งตัวที่ยังถอดไม่เสร็จ เป็นหลักฐานชี้ชัดแทนคำตอบทั้งหมด ต่อให้ปฏิเสธมันก็ไม่เป็นผล เมื่อสองเท้าของคนตรงหน้ายังขยับเข้าหาเธอเรื่อย ๆ

“หลักฐานชัดคาตาแบบนี้ ยังทำเป็นไม่รู้เรื่องอีกเหรอ” ริมฝีปากหยักกระตุกยิ้ม ในขณะที่สองเท้าก้าวเข้ามาจนชิด!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป