บทที่ 10 คู่ปรับเก่า
ฉันก็หันไปตามสายตาของมันนะ แล้วก็เจอสายตาของเพลิงที่มองมาที่ฉันอยู่ก่อนแล้ว
สายตาแบบนั้นของเขาหมายความว่าไง
สายตานิ่ง ๆ ที่ชอบมองฉันอยู่ประจำแบบนั้น มันทำให้ฉันไม่เคยเดาความคิดเขาได้เลย
แม้จะรู้สึกประหม่ากับสายตาของเพลิง แต่ฉันก็ยังทำเป็นไม่แคร์พลางไหวไหล่เบา ๆ ให้พายุ ทั้งที่ความจริงภายในใจกำลังหวั่นไหวเพราะแววตาคู่คมของเพลิงเอามาก ๆ
“ชิ ใครจะรับก็รับไป ไปเต้นกับเพื่อนดีกว่า”
เพราะทนต่อสายตาจากเพลิงไม่ไหว สายตาของเขามันทำฉันรู้สึกเหมือนไม่เป็นตัวของตัวเองยังไงก็ไม่รู้ ฉันเลยหาข้ออ้างเพื่อออกไปเต้นกับเพื่อนสาวที่นั่งอยู่ตรงด้านหน้าฟลอร์ทันที
แต่พอฉันทำท่าจะลุก
“ไปด้วยดิ” พายุก็ลุกตามทันที
“ไม่ต้องมา ที่ด่าเมื่อกี้ไม่เข้าหูเลยหรือไง” ฉันแว้ดใส่ไปหนึ่งที
“ไม่สน เพราะเพื่อนมึงส่งสายตาเรียกกูมานานสองนานแล้ว” ไม่สนจริง ๆ เพราะมันพูดเสร็จก็เดินนำไปก่อนเลย
“ชิ” ฉันได้แต่จิปากใส่มันตามหลังและเดิมตามไปยังโต๊ะเพื่อน ๆ ที่เต้นกันอยู่
ที่หน้าฟลอร์
เมื่อมาถึงเพื่อนตัวดีสองตัวก็ดี๊ด๊ากันใหญ่ที่พายุมาร่วมด้วย อย่างที่ว่ามันเฟรนด์ลี่เข้ากับคนง่ายและกะล่อนแบบสุด ๆ ทำให้เข้ากับพวกเพื่อนของฉันได้เป็นอย่างดี
ที่สำคัญมันหล่อ… ว่าไม่ได้
แล้วเราทั้งสี่ก็เต้นกันไปตามเพลง ฉันก็เต้นยั่วบ้าง เต้นเอามันบ้าง แล้วแต่อารมณ์ แล้วแต่เพลง
ระหว่างนั้น ไม่วายที่สายตาฉันจะเหลือบไปมองยังโต๊ะของพวกเราที่อยู่ตรงโซนวีไอพีเป็นระยะ ทว่าเมื่อมองไปทีไรก็เจอกับสายตาเพลิงจ้องมองมาตลอดอยู่เช่นกัน
ฉันเบนสายตากลับทำเป็นไม่สนใจ
แต่…
ก็ใช่ว่าไม่รู้สึกอะไรกับสายตาของเขา
มันทำให้ฉันหวั่นไหวเอามาก ๆ พยายามบอกตัวเองไม่สนใจ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะหันไปสบกับสายตาคู่นั้นอยู่ดี
“เต้นกัน” พายุสะกิดบ่าฉันให้หันไปหามัน ฉันเลยละสายจากเพลิงแล้วหันไปเต้นคู่กับพายุ ยั่ว ๆ บด ๆ ตามสไตล์ไปสักพักจนจบเพลง
“เพลงนี้ไม่มันว่ะ ขอพัก” ฉันบอกกับกลุ่มเพื่อนก่อนจะขอตัวเดินไปที่โต๊ะของพวกนางที่อยู่ใกล้กับฟลอร์ เมื่อมาถึงโต๊ะก็จัดการชงเหล้าเองแบบเข้ม ๆ ก่อนจะกระดกดื่มเป็นน้ำเปล่า
“อ่า”
รสชาติขมบาดคอใช้ได้เลย
แต่ก็นะ… รสชาติเหล้าถึงแม้จะขมบาดคอแต่ก็หวานบาดใจ ยังไงวันนี้ฉันก็สามารถเมาได้เต็มที่ เพราะอย่างน้อยก็มีไฟมาด้วย
ถ้าเมามากอย่างเก่งก็ให้มันแบกกลับแค่นั้น
เมื่อหมดแก้ว ฉันถึงกับก้มหน้ากุมศีรษะตัวเองเพราะเริ่มมึนจากฤทธิ์เหล้าบวกการที่เต้นแบบสุดเหวี่ยงเมื่อกี้ แถมเสียงเพลงรอบข้างที่ยิ่งดังกระหึ่มก็ยิ่งรู้สึกมึน
ทว่า…
“เฟียร์”
เสียงคุ้นหูตะโกนเรียกฉันจากด้านหลัง ส่งผลให้ผงกหัวขึ้นมาพร้อมกับหันกลับไปมอง
“อ้าว พี่บากิ” ใบหน้าหล่อเหลาของพี่บากิที่ฉันรู้จักเป็นอย่างดียืนอยู่ข้าง ๆ พร้อมส่งยิ้มมาให้
“เพื่อน ๆ เราไปไหนกันหมดล่ะ”
“เต้นอยู่โน้นค่ะ” ฉันพยักเพยิดหน้าไปทางกลุ่มเพื่อนที่เต้นอยู่ เพื่อบอกให้พี่บากิหันไปยังตำแหน่งเพื่อนสาวที่กำลังเต้นอย่างสนุกสนานกับพายุ
“ดูท่าจะสนุกกันอยู่นะ” เสียงพี่บากินิ่งลง สายตาที่มองไปทางเพื่อนของฉันกับพายุดูเรียบนิ่งอย่างเห็นได้ชัด
หรือฉันคิดมากไปเอง ?
“เอ่อ… วันหลังขอชวนยูกิมาด้วยได้ไหมคะ เฟียร์ไม่ได้เจอยูกินานแล้วด้วย” ฉันหันไปยิ้มอ้อนให้กับพี่บากิที่กำลังละสายตาจากเฟมี่ นีน่า และพายุ แล้วหันมามองฉัน
แต่เขานิ่งและไม่ตอบอะไร
“นะคะ น้า” เมื่อเห็นพี่บากินิ่งไปฉันก็ส่งสายตาออดอ้อนไปหนึ่งกรุบ
ที่ต้องขออนุญาตพี่บากิก็เพราะ พี่บากิก็คือพี่ชายยัยยูกิ นั่นเอง
“เอาไว้พี่จะลองคิดดู”
แต่ทว่าในตอนนั้นเอง
“เฟียร์ !” พายุเดินมาตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ มันตะโกนเรียกชื่อฉันเสียงดังน้ำเสียงคล้ายกับไม่พอใจ พร้อมกับคว้าหมับ ! จับที่ข้อมือฉันอย่างแรงก่อนจะฉุดกระชากฉันให้ลุกขึ้น
“อ๊ะ อะไรของนายเนี่ย !”
“กลับโต๊ะ !” พายุพูดกับฉันแต่สายตากลับจ้องไปที่พี่บากิเหมือนแทบจะกินเลือดกินเนื้อเลยก็ว่าได้
และ... มันก็กระชากฉันให้เดินตามมันมา
“นาย เป็นบ้าอะไรเนี่ย” ฉันบ่นตลอดทางที่โดนมันกระชาก เอาจริงนะ ฉันไม่เคยเห็นมุมนี้ของพายุเลยสักครั้ง เวลาโกรธสายตาของมันโคตรน่ากลัว ต่างกับเวลามันขี้เล่นราวกับคนละคน
“ไอ้บ้าเจ็บ เดินช้า ๆ หน่อยดิวะ”
แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่มีสิทธิ์ทำฉันเจ็บ
“ปล่อยยยย ทำไมนายเป็นคนอย่างนี้ฮะ !!” ฉันตวาดพร้อมกับสะบัดข้อมือให้หลุดจากการเกาะกุมของมันในทันทีที่เราสองคนเดินกลับมายังโต๊ะที่มีไฟกับเพลิงนั่งอยู่
“มีอะไรกันวะ” ไฟเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับเลิกคิ้วขมวดอย่างสงสัย
“ก็มัน...” ฉันนั่งลงโซฟาอย่างแรงด้วยความไม่สบอารมณ์เอามาก ๆ แต่หยุดพูดไว้เพียงแค่นั้น เพราะพูดไปก็เปล่าประโยชน์ มันพาเดินมาถึงตรงนี้แล้วนี่
ที่สำคัญไม่ใช่อะไร ฉันหงุดหงิดมากก็จริง แต่พอเจอสายตาของเพลิงตรงหน้าทำให้ฉันพูดไม่ออก มันเหมือนคล้าย ๆ โดนปรามให้หยุดโวยวายไปเอง
“ไอ้นั่นเป็นศัตรูพวกกู จะคุยหรือคั่วกับใครก็เลือกหน่อยดิวะ” พายุพูดออกมาอย่างหัวเสีย
ฉันหันไปมองหน้ามัน และถึงกับร้อง อ๋อ
เก็ทกับตัวเองในใจ
ก็ใครจะไปรู้ว่าพี่บากิเป็นศัตรูกับกลุ่มนี้ มิน่าเมื่อครู่พี่บากิก็นิ่งไปเหมือนกัน คงเพราะสาเหตุนี้สินะ
“ใคร ?” เพลิงเลิกคิ้วมองหน้าพายุพร้อมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
จากที่ฉันกำลังจะอ้าปากอธิบาย… ว่าไม่รู้
ไม่รู้มาก่อนว่าพี่บากิเป็นศัตรูกับพวกมัน ถึงกับต้องเม้มปากตัวเองให้ปิดสนิททันที
“ไอ้บากิ”
