บทที่ 11 มีเรื่อง
พายุหันไปบอก ฟังจากเสียงนิ่ง ๆ และปฏิกิริยาของพายุ เดาว่าพี่บากิน่าจะเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของพวกนี้แน่ ๆ
แต่แล้วไง…
“ศัตรูพวกนาย แต่ไม่ใช่ศัตรูฉันนี่” ฉันพูดออกไปลอย ๆ เหมือนไม่ได้ใส่ใจ
ก็มันจริง…
พี่บากิคือพี่ชายของยูกิ ไม่ใช่ศัตรูฉันสักหน่อย
“เฟียร์ ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ นะเว้ย ถ้ามันรู้ว่ามึงเป็นอะไรกับพวกกู แล้วมันทำให้มึงเดือดร้อนจะทำไง”
ไฟเตือนฉันด้วยน้ำเสียงซีเรียส คล้ายกับต้องการเตือนฉันอย่างจริงจัง
“ไม่มีทางอะ ฉันสนิทกับพี่บากิมาตั้งนาน เขาไม่มีทางทำให้ฉันเดือดร้อนแน่ ๆ ที่สำคัญฉันรู้จักกับพี่เขาก่อนนายพาฉันมาอยู่กลุ่มนี้ซะอีก”
ฉันเถียงไฟทันควัน
แต่ในตอนนั้นเอง
ปึง !
เสียงวางแก้วน้ำของเพลิงกระแทกเข้ากับโต๊ะเสียงดังจนฉันสะดุ้ง ! ฉันเหลือบมองเขาทางหางตา เห็นอีกฝ่ายที่ตอนนี้กำลังรินเหล้าใส่แก้วที่เพิ่งถูกวางลงอย่างแรงเมื่อครู่
ก็ไม่อยากจะคิดอีกแหละว่า...
เขาทำใส่ฉันหรือเปล่า…
ไม่มั้ง บางทีเขาอาจจะแค่มือหนัก หรืออาจจะเมาแล้วกะระยะวางแก้วไม่ถูกก็เป็นได้
ทั้งที่บอกตัวเองแบบนั้น แต่ทำไมฉันถึงได้คิดมากกับท่าทีที่นิ่งเฉยของเพลิง
มันทำตัวไม่ถูกนะเว้ย !
“กูว่ามึงเลิกรั้น แล้วฟังที่พวกกูบอก” ไฟเอ่ยเสียงซีเรียสอีกครั้ง มันทำตัวอย่างกับเป็นพ่อฉันชัด ๆ
ซึ่งฉันไม่ชอบให้คนมาสั่ง
และไม่มีสิทธิ์มาสั่งด้วย !
จะให้เลิกยุ่งได้ยังไง ก็นั่นพี่ชายของยูกิซึ่งเพื่อนสนิทของฉันเหมือนกัน ไอ้พวกบ้านี่ไม่เข้าใจและไม่ฟังเหตุผลฉันเลยสักนิด
“ชิ” ฉันจิปากไม่พอใจ
“ไม่น่ามาอยู่กลุ่มเดียวกับพวกนายเลย” ฉันเอ่ยพูดใส่พวกมันอย่างหัวเสีย ว่าจบฉันลุกสะบัดตัวเดินหนีจากพวกมันทันที
มันน่าหงุดหงิด !
หงุดหงิดอะไรก่อนดี ! มันน่าหงุดหงิดไปหมดเลย !
ฉันเดินผ่านผู้คนที่กำลังเต้นกันอย่างสนุกสนาน ผิดกับฉันที่คงยังอารมณ์คุกรุ่นไม่หายกับเหตุการณ์เมื่อครู่ จนกระทั่งสองขาพาฉันมาหยุดยืนหน้าห้องน้ำหญิง เพื่อหวังจะเอาน้ำลูบหน้าเล็กน้อยดับอารมณ์หงุดหงิดของตัวเอง
แต่...
“อุ๊ย เจอยัยคนเก่งที่นี่ด้วย”
เสียงหวานสะดุดหูทำให้ฉันชะงักฝีเท้าลง ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาอย่างเซ็ง ๆ
ใช่ ! ฉันกำลังเจอกับโจทก์เก่าที่โคตรเกลียดขี้หน้าเอามาก ๆ แต่เอาเถอะ ฉันยังไม่อยากมีเรื่องกับใครในตอนนี้ เลยตัดสินใจเดินจ้ำเท้าไปอีกทาง
“ว้าย เดินหนีอะ คนเก่งในวันนั้นทำไมวันนี้เดินหนีล่ะคะ” เสียงหวานฟังดูดัดจริตนิด ๆ คนเดิมเอ่ย
หนึ่งในพวกนางชื่อเอมี่ เป็นถึงลูกเจ้าของมหาวิทยาลัย และนางก็คือต้นเหตุที่ทำให้ฉันต้องย้ายที่เรียนกะทันหัน !
ทั้งที่จริงมันเป็นเรื่องปัญญาอ่อนเอามาก ๆ เหตุจากหนุ่มที่นางเล็งดันมาสารภาพรักกับฉัน จากนั้นพวกนางเลยไม่ชอบขี้หน้าฉันขึ้นมา ซ้ำยังชอบมาหาเรื่อง ชอบมากกวนประสาท จนวันหนึ่งที่ฉันทนไม่ไหวอีกต่อไป เลยลุกขึ้นจัดการทีละคน
และก็เป็นอย่างที่เห็น !
ฉันโดนย้ายมหาวิทยาลัยทันที !
และนี่ยังจะอะไรอีก เหมือนไม่จบ !
“อย่าเพิ่งมายุ่งกับกูตอนนี้ คนยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่” ฉันตอบกลับอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะเดินออกไปไม่กี่ก้าว
ทว่าทั้งสามคนที่เป็นแก๊งของนางเดินปรี่มาดักขวางทางฉันไม่ให้เดินไปต่อ
“อุ๊ย นี่คือคำขู่เพื่อให้กลัว หรือคำพูดของคนปอดแหกกันแน่” เอมี่ลูกเจ้าของมหาวิทยาลัยและเป็นหัวโจกในการเป็นตัวตั้งตัวตีหาเรื่องฉัน ทำท่าทางหัวเราะเยาะฉันด้วยท่าทีน่าขบขัน
“บอก ว่า อย่า มา ยุ่ง !” ฉันเน้นถ้อยคำที่ละคำชัดเจน น้ำเสียงบ่งบอกว่าไม่พอใจถึงขีดสุด
ก็นะ ! คนกำลังหงุดหงิดกับเรื่องก่อนหน้า แต่ดันมาเจอเรื่องที่ทำให้หงุดหงิดเพิ่มกว่าเดิมเป็นสิบเท่า
“อุ๊บ น่ากลัวจังเลย ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
พวกนางหัวเราะด้วยท่าทางที่ชวนให้ฉันรู้สึกอยากเข้าไปหยุมหัว พยายามนับหนึ่งถึงร้อย ข้ามไปจนถึงพัน วนไป !
พยายามข่มอารมณ์อย่างที่สุด แต่พวกนางก็ไม่หยุด
เมื่อสันติไม่ใช่ทางออก
งั้นตบกันเลยก็แล้วกัน !
“ถ้าเตือนแล้วไม่ฟังก็มาเลย กำลังหาที่ระบายอยู่พอดี” ฉันกัดฟันกรอดมือกำหมัดแน่น พลางสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด
ก็ดี มาเลย แม่จะฟาดให้ไม่ยั้ง
“มึงคิดว่ามึงเก่งมาก ? ได้ ! งั้นวันนี้แหละกูจะดับความมั่นมึงเอง” เอมี่แสยะยิ้มร้ายจ้องมองมาที่ฉัน
และฉัน… ก็มองกลับแบบเดียวกันกลับไป
“คราวก่อนมึงทำกูตอนอยู่ในมหา’ลัย แต่วันนี้กูจะเอาคืน มึงได้ไปนอนในโรงพยาบาลแน่” หนุงหนิงหนึ่งในกลุ่มนางเอ่ยออกมา นางคงแค้นจัดเพราะรอบก่อนฉันเป็นฝ่ายเล่นงานจนเจ็บหนักถึงกับต้องเข้าโรงพยาบาล
“ก็มาดิ จะมาเรียงตัวหรือมาให้หมดทีเดียวพร้อมกันเลยก็มา อย่ามัวน้ำลาย” ฉันพร้อมสู้ !
แต่ถ้าจะสามรุมหนึ่งแล้วเกิดแพ้ ก็ถือว่าโอเคไม่เสียหน้าเท่าไร
แต่ถ้าชนะ ก็ถือว่าทำลายสถิติตัวเองก็แล้วกัน
“มึงนี่มันวอนมาก กูจะเอาเลือดปากมึงออกเดี๋ยวนี้แหละ” ยัยเอมี่ปรี่เข้ามาง้างมือหมายจะตบ
ทว่า…
หมับ ! ฉันจับข้อมือนางได้ทัน ก่อนจะง้างมือเรียวฟาดเข้าที่ใบหน้าของเอมี่อย่างสุดแรง ใบหน้าสวยของนางหันไปตามแรงตบ ฉันเลยสะบัดแขนนางออกจนอีกฝ่ายเซล้มลงไปกองที่พื้น
คราวนี้ก็เหลืออีกสองตัวที่เดินปรี่เข้ามาพร้อมกัน
