บทที่ 12 แพ้สายตา
หมับ ! ฉันจับแขนของหนุงหนิงไว้และกำลังจะง้างมือตบหน้า แต่ทว่าไม่ทันระวังวาววาที่ยืนอยู่ข้าง ๆ นางอาศัยโอกาสที่มือฉันไม่ว่างเพราะจับหนุงหนิงอยู่ ฟาดฝ่ามือลงที่ใบหน้าฉันเต็มแรง !
หน้าฉันชาวาบ ! ก่อนจะรู้สึกร้อนผ่าวและแสบในที่สุด ฉันสะบัดแขนของหนุงหนิงออก ก่อนจะตวัดสายตามามองคนที่ทำฉันเจ็บ
มึงต้องไม่อยู่ดีแน่ !
“อีเลวกล้าตบกูเหรอ” มือเรียวง้างสุดแรงหมายจะตบกลับวาววา
“เออ กูจะตบมึงอีกรอบเหมือนกันอีเฟียร์”
แต่ทว่าอยู่ ๆ มือแกร่งของใครบางคนยื่นมาจับข้อมือของวาววาเอาไว้ ทำให้มันตบฉันไม่ได้
ส่วนฉันก็ชะงักมือเช่นกันเมื่อเห็นว่าเป็น...
“เพลิง !” เอมี่อุทานเรียกชื่อเพลิงอย่างตกใจ
“หยุดกันได้หรือยัง ทำอะไรเป็นเด็ก ๆ” เพลิงเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะปล่อยมือออกจากข้อแขนของวาววาที่ตอนนี้เปลี่ยนสีหน้าเป็นผู้ถูกรังแกในทันที เขาเดินเข้ามาขวางฉันกับพวกมันไว้ตรงกลาง ก่อนจะหันไปมองเอมี่ด้วยสายตาเรียบนิ่ง
“ก็ได้ ที่หยุดเพราะเราเห็นแก่เพลิงหรอกนะ”
นางพูดกับเพลิงพร้อมกับทำหน้าตาหน้าหมั่นไส้แบบสุด ๆ
แต่นี่ ! นางรู้จักเพลิงด้วยเหรอเนี่ย ?
“ได้ไงเอมี่ เรารอเวลาเอาคืนยัยนี่มาตั้งนาน จะมายอมง่าย ๆ ได้ไง” หนุงหนิงขัดขึ้นมาอย่างไม่ค่อยพอใจ ก่อนจะตวัดสายตามาที่ฉัน
“ไม่ยอมก็มาดิ กูก็ไม่ยอมเหมือนกัน” ฉันก็ใช่จะยอมซะที่ไหน
ตบมาก็ตบกลับไม่โกง !
“หยุด !” เสียงนิ่งกึ่งตะคอกของเพลิงดังขึ้นอีกครั้งทำให้เราทั้งหมดเงียบลง
“รู้ใช่ไหมว่าถ้ามีเรื่องที่นี่จะเกิดอะไร !”
ใช่ รู้ รู้ดีด้วยแหละ ว่าพ่อฉันคาดโทษไว้ยังไง รวมถึงเอมี่ที่พ่อนางเป็นเจ้าของมหาวิทยาลัย นางก็โดนพ่อของนางคาดโทษเอาไว้ไม่ต่างกัน แน่นอนว่าถ้าเรื่องนี้แพร่ออกไปรู้ไปถึงหูพ่อของฉันและก็พ่อของนางแล้วละก็...
เป็นเรื่องแน่ !
“ก็ได้แต่มีข้อแม้นะ...” เอมี่เปลี่ยนท่าทีแบบกะทันหัน นางเขยิบตัวเข้าใกล้เพลิงพลางจับแขนเขาเบา ๆ แล้วยิ้ม
“...งั้นเพลิงต้องนอนกับเรา”
“เหอะ แรด !” ทันทีที่ฉันได้ยินคำนั้นออกมาจากปากนาง ปากฉันก็ด่าออกไปอย่างอัตโนมัติเช่นกัน
“เอ๊ะ อีเฟียร์”
“เรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างกูกับพวกมึงอย่าเอาคนอื่นมาเกี่ยว” เพราะเพลิงไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ แล้วนางจะเอาเขามาเป็นข้อต่อรองได้ยังไง !
แต่…
“ได้” เพลิงตอบตกลงเสียงเรียบ
“ไม่ !” ฉันจ้องหน้าเขาไม่พอใจ
เราสบตากันนิ่งแต่เขากลับไม่พูดอะไรออกมาเลย
“ไม่รู้ละ เพลิงรับปากเอมี่แล้ว งั้นปลดบล็อกเอมี่ด้วยนะ นะนะ”
“ทุเรศที่สุด” ฉันละสายตาจากเพลิงแล้วตวัดสายตาไปที่เอมี่อย่างไม่ค่อยพอใจ
เชื่อเลย ! ผู้หญิงอะไรจะขอนอนกับผู้ชายง่าย ๆ ขนาดนั้น โคตรแรด !
แต่ดูเหมือนนางจะไม่สนใจและไหวไหล่อย่างไม่สะทกสะท้าน ยิ่งทำให้ฉันเดือดดาลและยิ่งเดือดไปอีกเมื่อนางตอกย้ำสถานะของฉันกับเพลิง
“เป็นแค่เพื่อน ไม่มีสิทธิ์พูดมากนะคะ” นางแขวะฉัน !
“งั้นเป็นกะXX มีสิทธิ์พูดงั้นสิ” ฉันตอบกลับไม่ยอมแพ้
“อีนี่”
“มาดิ !”
เราสองคนทำท่าที่จะพุ่งเข้าหากันอีกครั้ง แต่...
“พอ !” เสียงตะคอกจากเพลิงทำเราสองคนหยุดชะงัก ก่อนที่เขาจะหันไปพูดกับเอมี่
“เอาไว้ปลด จะทักไป”
“เค แล้วเราจะรอนะ”
นางตอบรับเสียงหวานพลางส่งยิ้มเย้ยหยันมาทางฉัน ชวนให้อารมณ์ปะทุขึ้นมาอีก
“กลับ !" ไม่ทันที่ฉันจะด่าอะไรเอมี่ต่อ ฝ่ามือหนากลับดึงแขนฉันให้เดินตามเขาออกมาทั้งไม่ได้เต็มใจ แต่ก็ฝืนแรงเพลิงไม่ได้เพราะอีกฝ่ายดึงข้อมือฉันแรงมาก
จนกระทั่งมายังลานจอดรถ
“ปล่อยดิวะ จะมายุ่งทำไม”
ใช่ ! ฉันกำลังโมโห โมโหแบบมาก ๆ โมโหที่ทำอะไรพวกมันไม่ได้ และก็ไม่ใช่เรื่องของเพลิงด้วยที่ต้องมายอมนอนกับเอมี่ ทำอะไรแบบนั้นเพื่อฉัน !
ฉันสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมสุดแรง ก่อนจะเดินหันหลังหมายจะเดินหนี แต่...
“จะไปไหน” เพลิงเดินตามมารั้งแขนฉันไว้ได้ทัน
“จะเข้าไปดื่มต่อข้างใน ยังไม่อยากกลับ” ฉันตอบกลับอย่างโมโห อยากจะระเบิดอารมณ์ใส่เขาด้วย แต่ยังไม่กล้าพอ จึงทำได้แค่เดินหนีจากเขาก็เท่านั้น
ทว่าอยู่ ๆ เพลิงก็ดึงแขนฉันเข้าหาตัว พลางเอามือจับเข้าที่ปลายคางของฉันให้หันหน้าไปมอง
“โอ๊ย เจ็บนะ” เพราะรู้สึกเจ็บตรงแก้มข้างที่โดนตบเลยหลุดโวยวายออกมา พลางตวัดสายตามองเพลิงอย่างไม่ค่อยพอใจ
“จะไปสภาพนี้ให้ไอ้ไฟมันจับได้ ?” เพลิงมองหน้าฉันพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
คือถ้าแค่จะบอกกันว่าหน้าฉันมีรอยที่สังเกตได้ว่าไปมีเรื่องมา แค่นี้พูดออกมาก็จบไหม จะทำให้ฉันเจ็บเพิ่มทำไม !
“จะด่าก็ด่าออกเสียงมา” เพลิงจ้องลึกเข้ามาในแววตาของฉันอย่างรู้ทัน
ใช่… เขารู้ทันจริง ๆ ว่าฉันกำลังด่าเขาอยู่
“กลับเองได้”
“อย่าดื้อ”
“จะ กลับ เอง” ฉันเขยิบตัวถอยห่างออกจากเขาเพราะรู้สึกว่าเรายืนใกล้กันเกินไป
“ก็ได้ งั้นจะบอกไอ้ไฟ ว่ามีเรื่องกับ…” เขาขู่ และมันได้ผล
“ไม่ได้ อย่าบอกไฟนะ”
“งั้น… กลับ” เพลิงจ้องตาฉันด้วยสายตานิ่ง ๆ แบบเดิมของเขา…
อีกแล้ว… อย่าจ้องมากได้ไหม
“เออ ! กลับก็กลับ !” ฉันกระแทกเสียงตอบ ปิดบังความจริงที่ว่า…
สุดท้ายฉันก็แพ้สายตาเขาอยู่ดี
