บทที่ 8 พายุ x ยูกิ 8 - เผชิญความจริง

ฉันได้แต่มองหน้าพี่บากินิ่ง ส่วนพี่บากิเองก็นิ่งจ้องมองฉันกลับอยู่เช่นกัน ต่างคนต่างไม่พูดอะไร แต่รู้ดีว่าสายตาที่มองกันนั้นภายในกำลังคิดเรื่องอะไรอยู่

ก็คงไม่พ้นเป็นเรื่องพายุ…

 “น้องเจอกับผู้ชายคนนั้นแล้วนะคะ” 

 “เมื่อไหร่?” พี่บากิเอ่ยถามด้วยแววตาสงสัยปนตกใจเล็กน้อย

 “ที่ผับ” 

 “แล้วมันจำเราได้ไหม?” 

ฉันพยักหน้าตอบ

 “ค่ะ” ฉันสบตาพี่บากิด้วยสายตาจริงจัง  

“แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ น้องไม่ได้เป็นอะไร เขาไม่ได้ทำอะไรน้อง และน้องคิดว่าไม่จำเป็นที่จะต้องหลบหน้าเขาอีกต่อไป น้องมาคิดดูแล้วน้องไม่ใช่คนผิด ทำไมน้องต้องเป็นคนหลบหน้าเขาด้วย เขาต่างหากที่ควรจะสำนึกผิดและต้องเป็นฝ่ายละอายในสิ่งที่ตัวเองทำ” 

ใช่ไหม ทำไมฉันต้องเป็นฝ่ายหลบด้วยล่ะ ในเมื่อคนผิดคือเขาต่างหาก

ถึงในตอนที่เราเลิกกันสภาพจิตใจฉันแย่เอามาก ๆ และฉันไม่พร้อมที่จะเจอหน้าเขาอีก พยายามหลบหน้ามาตลอด แต่ตอนนี้ฉันคิดว่าฉันแกร่งและเข้มแข็งพอ มันคงถึงเวลาที่ฉันต้องเผชิญกับเขาได้แล้ว

ซึ่งเรื่องราวระหว่างฉันกับพายุในอดีต ฉันไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้เฟียร์หรือเพื่อนคนอื่นเลยแม้แต่น้อย มันเป็นเรื่องราวของฉันกับเขา ตั้งแต่ตอนฉันอายุแค่สิบแปด ก่อนที่เราสองคนจะเลิกรากันไปในช่วงก่อนเข้ามหาวิทยาลัยด้วยซ้ำไป

ยอมรับว่าในตอนนั้นทั้งฉันและเขา เราสองคนยังเด็กเกินไปสำหรับเรื่องแบบนั้น แต่ก็นะ ถึงจะฉันกับเขาจะเคยคบก็จริง แต่มันก็นานมากแล้ว 

แต่ที่แน่ ๆ วันที่พี่บากิพี่ชายฉันรู้เรื่อง คือวันที่ฉันกับเขาเลิกกัน เขาโกรธและไม่พอใจพายุเอามาก ๆ ถึงฉันจะขอร้องให้พี่บากิไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก แต่ฉันรู้ดีว่าความโกรธของเขายังคงคุกรุ่นตลอดเวลา

ตลอดเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่ฉันกับเขาเลิกกัน พี่บากิหวงฉันมากแทบไม่ให้ฉันออกไปไหนกับเพื่อน ๆ โดยเฉพาะเที่ยวผับ เหตุผลมีเรื่องเดียว เพราะกลัวว่าฉันไปเจอกับพายุเข้าอีก พี่บากิกลัวว่าฉันจะเสียใจถึงเรื่องอดีตที่ผ่านมาที่พายุเคยทำไว้กับฉัน และเป็นอย่างที่พี่บากิตั้งใจ ฉันไม่เคยได้เจอกับพายุเลย

 แต่ถึงแบบนั้น ก็ใช่ว่าฉันจะไม่รับรู้เรื่องของเขาแต่อย่างใด เพราะฉันยังคงได้ยินถึงเรื่องชื่อเสียงและความเจ้าชู้รวมถึงความกะล่อนที่ดังกระฉ่อนไปทั่ว ซึ่งในตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมาฉันได้ยินเรื่องพายุมามากพอ พอที่ทำให้หัวใจของฉันชาชินและแข็งแกร่งและคิดว่า...

ในตอนนี้เรื่องในอดีตระหว่างฉันกับเขาไม่สามารถทำอะไรกับหัวใจและความรู้สึกของฉันได้อีกแล้ว ความเจ็บปวดในอดีตมาจนถึงตอนนี้มันเป็นแปลเปลี่ยนเป็นความแค้นที่ฉันอยากจะเอาคืนเสียด้วยซ้ำ อยากทำให้เขาเจ็บอย่างที่ฉันเคยเจ็บมากกว่า

 “เราโอเคแน่นะ?” อีกครั้งที่ความเป็นห่วงของพี่ชายถูกส่งออกมาด้วยแววตาและน้ำเสียงที่อ่อนโยนจนน้องสาวที่อ่อนแออย่างฉันอยากจะลุกขึ้นมาเข้มแข็งด้วยตัวเองโดยที่ไม่ต้องมีพี่ชายคอยปกป้องอยู่ตลอดเวลาแบบนี้

 คิดได้ดังนั้นฉันเดินเข้าไปใกล้และจับที่แขนพี่บากิเบา ๆ ส่งสายตาบ่งบอกว่าฉันโอเคดี

 “น้องไม่เป็นไร ไม่ได้สนใจเรื่องในอดีตอีกแล้วค่ะ” น้ำเสียงที่หนักแน่นและแววตาจริงจังของฉันทำพี่บากิมองฉันนิ่ง

 “พี่ไม่อยากให้มันกลับมาวุ่นวายกับน้องอีก ไอ้พายุมันเลวเกินกว่าที่น้องสาวของพี่จะอยู่ใกล้” 

 “เขาเจอน้องก็จริง แต่เขาคิดว่าน้องกับพี่เป็นแฟนกัน คงไม่กล้ามาวุ่นวายอะไรกับน้องมากหรอกค่ะ” 

 “ดี ให้มันเข้าใจไปแบบนั้น ที่เหลือพี่จัดการเอง” พี่บากิเอ่ยเสียงเรียบ “แต่ถ้ามันทำอะไรเราอีกพี่ไม่ปล่อยมันไว้แน่ ว่าแต่น้องเถอะรีบกลับไปได้แล้วเดี๋ยวจะดึก” ว่าแล้วพี่ชายก็วนมาไล่ให้ฉันรีบกลับบ้านจนได้

 “งั้นยูกิขอไปเก็บเสื้อผ้ามาเฝ้าพี่คืนนี้ก่อนนะคะ” 

 ฉันเปลี่ยนเรื่องทันทีเพราะถ้าขืนยังคุยเรื่องนี้ต่อไปทั้งคืนก็ไม่จบแน่

 “ไม่ต้องเฝ้าหรอก นี่ก็มืดแล้วกว่าจะไปกว่าจะมามันอันตราย พี่ไม่ได้เป็นอะไรมากอยู่คนเดียวได้ เรารีบกลับบ้านไปเถอะ ดึกมากกว่านี้มันอันตราย” 

 พี่บากิก็ยังเป็นพี่บากิ แม้ตัวเองจะนอนอยู่โรงพยาบาลก็ยังเป็นห่วงฉันก่อนอันดับแรกเสมอได้ยินดังนั้นฉันก็พยักหน้ารับ และมองสำรวจพี่บากิอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่เป็นอะไรมากจริง ๆ ก่อนจะเบนสายตาหันไปมองยังด้านนอกที่เริ่มมืดแล้ว ในเมื่อพี่บากิไม่ได้เป็นอะไรมากอย่างที่พูดจริง ๆ ฉันก็ควรกลับบ้านตามที่พี่บอก

 “เคค่ะ งั้นกลับแล้วนะคะ” ฉันเดินออกมาได้สองสามก้าวก็หันกลับไปมองยังพี่ชายตัวดีอีกครั้ง

 “อืม รีบกลับไปได้แล้ว” 

 “ค่า มีอะไรก็โทรหาน้องนะคะ” สิ้นประโยคฉันก็เปิดประตูเดินออกมาจากห้องเพื่อกลับบ้าน

 แต่ทว่า…

 ฝีเท้าของฉันกลับต้องหยุดชะงักเมื่อเจอใครบางคนที่ห้องผู้ป่วยถัดไป!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป